COVID-19

ราชกิจจาฯ ประกาศมาตรการคุมโควิด-19 พื้นที่สีแดงเข้ม และกำหนดพื้นที่สถานการณ์ใหม่

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27) ประกาศ ณ วันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี 

เนื้อหาโดยสรุป มีดังนี้

1. ปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์ใหม่ โดยให้นำมาตรการควบคุมแบบบูรณาการขั้นสูงสุด

2. ห้ามบุคคลในพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด ออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00 – 4.00 น. ต่อเนื่องเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสิบสี่วันนับแต่วันที่ข้อกำหนดฉบับนี้ใช้บังคับเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่หรือเป็นบุคคลซึ่งได้รับยกเว้น

3. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือบุคคลซึ่งปฏิบัติหน้าที่ตามข้อกำหนด ประกาศ หรือคำสั่งของทางราชการเข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ และระยะเวลาได้

4.บุคคลที่ได้รับยกเว้น ได้แก่
(1) การสาธารณสุข 
(2) การขนส่งสินค้าเพื่อประโยชน์ของประชาชน 
(3) การขนส่งหรือขนย้ายประชาชน 
(4) การให้บริการหรืออำนวยประโยชน์หรือความสะดวกแก่ประชาชน 
(5) การประกอบอาชีพที่จำเป็น 
(6) กรณีจำเป็นอื่นๆ ที่ได้รับอนุญาตเป็นการเฉพาะรายจากพนักงานเจ้าหน้าที่ 

5.การกำหนดกรณียกเว้นเพิ่มเติม ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเสนอผ่าน ศปก.ศบค. เพื่อให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาอนุญาต

6.การปฏิบัติงานนอกสถานที่ ให้ส่วนราชการและหน่วยงานใน กทม. และปริมณฑล ปฏิบัติงานนอกสถานที่ให้มากที่สุด ส่วนงานที่ต้องให้บริการประชาชนให้พิจารณาดำเนินการตามความจำเป็น ส่วนภาคเอกชน พิจารณาสนับสนุนปรับรูปแบบการปฏิบัติงานนอกสถานที่

7. มาตรการควบคุมแบบบูรณาการเร่งด่วน เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล

(1) การจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม เปิดได้ถึง 20.00 น. เฉพาะการนำกลับไปบริโภคเท่านั้น
(2) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ หรือสถานประกอบการอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน เปิดดำเนินการได้ถึง 20.00 น. และเปิดเฉพาะการจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำป็นต่อการดำรงชีวิต ยาและเวชภัณฑ์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เครื่องมือช่างและอุปกรณ์การก่อสร้าง ธนาคาร สถาบันการเงินหรือธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ การให้บริการซ่อมแซมหรือบำรุงรักษา การให้บริการฉีดวัคซีนหรือบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุขอื่นๆ และส่วนที่เป็นที่ทำการ
(3) ร้านสะดวกซื้อ ตลาดนัด ตลาดโต้รุ่ง ถนนคนเดิน เปิดได้ถึง 20.00 น. 
(4) สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกายที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง เปิดได้ถึง 20.00 น.
(5) สถานประกอบการนวดแผนไทย (รวมนวดฝ่าเท้า) สปา สถานเสริมความงามและสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ให้ปิดดำเนินการ ร้านเสริมสวย แต่งผมหรือตัดผมเปิดได้ตามเงื่อนไขที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้
(6) ห้ามการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 5 คน โดยให้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนจัดการอบรม การสัมมนา หรือการประชุมออนไลน์ หากจะจัดกิจกรรมในช่วงนี้ให้ขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
(7) โรงเรียน สถาบันการศึกษาหรือฝึกอบรม และสถานศึกษาต่างๆ ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ได้ประกาศไว้แล้วก่อนหน้านี้

8. ให้จัดบริการขนส่งสาธารณะตามความเหมาะสมตามมาตรการ

9. ให้ประชาชนหลีกเลี่ยง หรือชะลอการเดินทางข้ามพื้นที่จังหวัดโดยไม่มีเหตุจำเป็นเพื่อประโยชน์ส่วนรวม กรณีที่จำเป็นต้องเดินทางอาจไม่ได้รับความสะดวก และอาจต้องใช้ระยะเวลามากกว่าปกติ

10. กำหนดมาตรการเร่งด่วนในการป้องกันและรองรับจำนวนผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มเพิ่มจำนวนขึ้น / สนับสนุนให้มีการใช้สมุนไพรหรือการแพทย์แผนไทยในการบำบัดหรือรักษาตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข / เพิ่มโอกาสการเข้าถึงระบบการตรวจหาเชื้ออย่างเพียงพอ / เร่งรัดจัดตั้งสถานพยาบาลชั่วคราว โรงพยาบาลสนาม / เร่งรัดการดำเนินการวางระบบ หรือจัดหาสถานที่เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์พักคอยรอการส่งตัว หรือระบบแยกกัก / เร่งรัดการให้บริการตรวจคัดกรองและการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยง (กลุ่มผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว หรือโรคเรื้อรังตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด) รวมทั้งการฉีดวัคซีนป้องกันโรคในพื้นที่การแพร่ระบาดเป็นกลุ่มก้อน โดยให้เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการที่ ศบค. กำหนด

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากข้อกำหนดนี้ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบจัดเตรียมข้อมูลเพื่อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป

11. การเสนอข่าวหรือการทำให้แพร่หลายซึ่งหนังสือ สิ่งพิมพ์ หรือสื่ออื่นใดที่มีข้อความอันอาจทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูลข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจผิดจนกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน เป็นความผิดตามมาตรา 9 (3) แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

12. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ และกำกับการปฏิบัติตามมาตรการ ข้อห้าม และข้อปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 วัน (จนถึงวันที่ 25 กรกฎาคม 2564) เว้นแต่จะได้มีการประเมินความเหมาะสม

รายละเอียด และต้นฉบับ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 27)

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) ที่ 9/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดพื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูงตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

Related Posts

Send this to a friend