AROUND THAILAND

พบแล้ว! พระมนัสติดถ้ำ อยู่ในจุดที่มีเนิน ระยะ 20 เมตร อาการมีไข้เล็กน้อย เจ้าหน้าที่เร่งประเมินแผนการช่วยเหลือนำตัวออกมา

วันนี้ (7 เม.ย. 64) เวลา 10.30 น. มีรายงานความคืบหน้ากรณี พระอาจารย์มนัส ที่ติดอยู่ภายในถ้ำจากการเข้าไปธุดงค์และนั่งวิปัสนากรรมฐาน จนน้ำท่วมและไม่สามารถออกมาได้ โดยนายรณชัย จิตวิเศษ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 3 รองแม่ทัพภาคที่ 3 และ ปภ.เขต 9 ได้แถลงผลการส่งชุดประดาน้ำจากมูลนิธิเพื่อนพึ่งพา จำนวน 7 คน เพื่อเข้าไปสำรวจสภาพของถ้ำ และค้นหาพระมนัสที่ติดอยู่ภายในถ้ำ

ล่าสุด พบพระมนัสแล้วอยู่ในจุดที่คาดการณ์ไว้คือ ระยะเนิน 20 เมตร และพระมนัสมีไข้เล็กน้อย โดยหลังจากนี้จะประเมินแผนการช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปได้ 2 แนวทางคือ นำพระดำน้ำออกมา หากมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง หรือน้ำเครื่องสูบน้ำเข้าไป แล้วสูบน้ำออกเพื่อให้ลดระดับลง เพื่อช่วยพระมนัสออกมา

โดยเมื่อเช้านี้ เวลาประมาณ 08.30 น. เจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้เริ่มปฏิบัติการการค้นหาพระอาจารย์มนัสที่ติดอยู่ภายในถ้ำพระไทรงาม อ.เนินมะปราง จ.พิษณุโลก อีกครั้ง โดยแบ่งกำลังเป็น 2 ชุด ซึ่งทีมงานชุดที่ 1 เป็นเจ้าหน้าที่นักประดาน้ำ 17 นาย ดำมุดน้ำเข้าไปสำรวจพื้นที่ภายในถ้ำ และทีมงานชุดที่ 2 เป็นเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่สูง เดินหน้าสำรวจโพรงพร้อมกับนำอุปกรณ์ที่คาดว่าจะโรยตัวลงไปได้

สำหรับลักษณะของถ้ำพระไทรงาม จากระยะของปากถ้ำเดินเข้าไปประมาณ 400 เมตร จะไปเจอลักษณะคล้ายคอห่านหรือท้องช้างที่เป็นแอ่งกระทะสูงประมาณ 4 เมตร และจะมีหินงอกหินย้อยเหมือนถ้ำทั่วไป ซึ่งขณะนี้น้ำท่วมปิดเต็มทั้งหมด ซึ่งเป็นน้ำฝนจากบนภูเขาที่ไหลมาจากหลังถ้ำเอ่อล้นเข้ามา

ส่วนบริเวณปากถ้ำจะมีลักษณะงดงามด้วยหินย้อย และเถาไม้เลื้อยที่ปกคลุมอยู่ บริเวณหน้าถ้ำ หนทางลงสู่ถ้ำจะต้องปีนลงไปจากด้านบนก่อน จุดเด่นจะมีหินย้อยรูปร่างคล้ายช้าง หรือไดโนเสาร์ ภายในมีห้องโถงขนาดใหญ่ จุดแรก คือ สะดือถ้ำ มีหินย้อยจากหินปูน ทอดยาวลงมาจากเพดานถ้ำจนถึงพื้น ความยาวร่วมๆ 2 เมตร หรือท่วมหัวคน

ทั้งนี้ จากการสอบถามพระสงฆ์ในวัด เปิดเผยว่า ช่วงหน้าแล้ง พระอาจารย์มนัส จะเดินทางมาที่ถ้ำพระไทรงามเป็นประจำทุกปี แต่ปีนี้พายุฝนมาไวทำน้ำท่วมปิดช่วงคอห่านของถ้ำจนไม่สามารถกลับออกมาได้ ความกว้างช่วงคอห่านประมาณ 12 เมตร ถ้าจะเข้าไปช่วยเหลือต้องดำน้ำเข้าไป และข้างในไม่มีสัญญาณใดๆ จึงไม่สามารถติดต่อมนัสได้

ขอบคุณภาพ: หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน

Related Posts