AROUND THAILAND

ชาวบ้านท่าตาฝั่ง ผวา เครื่องบินรบ-ฮ.ทหารพม่า บินวนมาฝั่งไทย ขอผู้มีอำนาจเจรจายุติการโจมตีทางอากาศที่กระทบคนไทย

ชาวบ้านท่าตาฝั่ง ต้องหลบหนีเสียงระเบิดจากเครื่องบินรบทหารพม่า มาในตัวอำเภอแม่สะเรียงหลายครอบครัว เพราะหวาดกลัวที่เห็นเครื่องบินบินวนเข้ามาในฝั่งไทยและเสียงระเบิดที่ดังอย่างมาก จึงเรียกร้องผู้มีอำนาจให้เจรจาให้ทหารพม่ายุติปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่กระทบกับไทย ขณะที่ศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา ด้านจังหวัดแม่ฮ่องสอน ยืนยันยังไม่พบรุกล้ำอธิปไตยไทย

4 วันแล้วที่เสียงเครื่องบินรบ เฮลิคอปเตอร์ ของกองทัพพม่า และเสียงการทิ้งระเบิด เสียงยิงปืนจากอากาศยาน ได้ยินชัดในพื้นที่บ้านท่าตาฝั่ง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ที่ตั้งอยู่ริมน้ำสาละวิน และตรงข้ามฐาน ดา-กวิน ของพม่า พื้นที่ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน ต่อเนื่องมา 4 วัน ทำให้ชาวบ้านที่ได้ยินเสียงนี้ ทั้งวัน ทั้งคืน ต่างหวาดกลัว บางส่วนหลบไปอยู่ตามกระท่อมกลางทุ่งนา ตามลำห้วย บางส่วนต้องอยู่เฝ้าบ้าน เพราะเป็นห่วงเรือที่จอดอยู่ริมน้ำ และบางส่วนอพยพมาพักบ้านญาติในตัวเภอแม่สะเรียง ที่มีระยะทางกว่า 50 กิโลเมตร

“ชาวบ้านกลัวมาก ที่มีการทิ้งระเบิดในระยะใกล้มาก กลัวเครื่องบินรบจะมีลูกหลงมาตกในฝั่งไทย เพราะอยู่ติดริมแม่น้ำสาละวิน ชาวบ้านได้ยินเสียงทั้งวันทั้งคืนจนอยู่ไม่ไหว”

ชาวบ้านท่าตาฝั่ง บอกว่า เห็นเครื่องบินรบ และเฮลิคอปเตอร์ที่ยิงลงมาในพื้นดินชัดมาก ทำให้หวาดกลัวว่าจะถูกลูกหลงยิงตกลงมาในฝั่งไทย ชายวัยรุ่น บอกว่า เกิดมาเพิ่งเคยเห็นการสู้รบรุนแรงขนาดนี้ จึงหนีมาอยู่บ้านญาติ แต่พ่อแม่และน้องสาว ยังต้องอยู่เฝ้าบ้านเพราะเป็นห่วงเรือที่อยู่ริมน้ำสาละวิน

นอกจากนี้ยังมีครอบครัวหญิงที่มีลูกเล็ก 2 คน และมีบ้านตั้งอยู่ติดริมน้ำสาละวิน ไม่กล้านอนที่หมู่บ้านเพราะ ตอนกลางคืนเธอเห็นแสงไฟของเครื่องบินล้ำเข้ามาทางฝั่งหมู่บ้านของไทย แม้จะไม่มีลูกระเบิดหรือลูกปืนยิงตกมาฝั่งไทย แต่ก็ทำให้ชาวบ้านหวาดกลัวอย่างมาก จึงอยากให้สถานการณ์ยุติโดยเร็ว

“ฉันไม่กล้านอนที่หมู่บ้านเพราะเครื่องบินมาตอนกลางคืน เห็นแสงไฟล้ำมาทางหมู่บ้านฝั่งไทย จึงกลัวมากว่าจะถูกลูกหลง สถานการณ์ก็ยืดเยื้อมากว่า 1 เดือนแล้ว อยากให้ยุติโดยเร็ว”

ด้านคุณลุงวัยกว่า 60 ปี บอกว่า 4 วันมานี้แม้จะไม่มีลูกระเบิดมาตกฝั่งไทย แต่พื้นที่ฐาน ดา-กวิน ตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ ลำน้ำสาละวินบริเวณนี้มีความโค้ง ทำให้เครื่องบินพม่าตีวงมาฝั่งไทย ซึ่งชาวบ้านเห็นได้ชัดและหวาดกลัว อย่างคืนวันที่ 28 เมษายน มีการยิง 5 รอบ แต่ชาวบ้านบางส่วนไม่กล้าหนีเพราะกลัวโรคโควิดด้วย จึงเรียกร้องขอให้ผู้มีอำนาจเจรจากับทหารพม่ายุติการปฏิบัติการสู้รบที่กระทบ และละเมิดสิทธิมนุษยชนของประชาชนไทย และควรเคารพกติการะหว่างประเทศด้วย

คุณลุงวัย 60 ปี ชาวบ้านท่าตาฝั่ง

ชาวบ้านท่าตาฝั่ง เปิดเผยว่า ทางผู้นำชุมชนแจ้งให้ชาวบ้าน ที่อยู่ริมน้ำขอให้ออกมาเพื่อความปลอดภัย เพราะสถานการณ์สู้รบ เริ่มถี่ขึ้น จึงแจ้งให้ชาวบ้านที่อยู่ใกล้ให้ออกจากหมุ่บ้านทั้งหมด ลุงออกมาช่วงบ้านชาวบ้านออกจากพื้นที่หมดแล้ว บางคนยังอยุ่ดูแลบ้าน อยู่ห้วยแม่กองคา ทางทหารเข้ามาควบคุมพื้นทีเพิ่มกำลังเสริมในพื้นที่ ตามห้วยแม่กองคา บางส่วนต้องการผ้าเต้นท์อยุ่ในป่า ไม่ได้นอนมาสองคืน เครื่องบินยิง ทั้งปืนใหญ่ ปืนเล็กยิงกันยันสว่าง ไม่ได้หลับมาสองคืนแล้ว คนทั้งหมู่บ้านคงไม่ได้นอนแน่ๆ เขาไม่ได้อยู่คนเดียว เราอยู่ในเขตชายแดนติดกัน เราบอกไม่ได้ว่า มันจะมีลูกหลงข้ามาทางฝั่งเราหรือไม่ มีความกลัว ความตาย ไม่มียาจะรักษา มีทางเดียวคือต้องหนี เวลาเครื่องบินรบมา เสียงดังบ้านสั่น เครื่องบินแต่ละลำ จะมีลูกปืน 4 ลูก มีคนถามตลอดทาง แม้แต่ชาวบ้านที่ไม่ได้กลับเข้าหมุ่บ้านเขาอยากรู้สถานการณ์ ทุกคนเป็นห่วงญาติพี่น้อง เล่าเท่าที่เห็นกับตา เมื่อคืนก็มี เพลีย จนนอนหลับไป

“ถ้าเป็นไปได้ ฝากถึงผู้มีอำนาจ เจรจากับทหารพม่าให้ยุติปฏิบัติการแบบนี้เพราะกระทบประชาชนไทยบริเวณชายแดนเป็นอย่างมาก เป็นปัญหาใหญ่ เป็นความเดือดร้อนของประชาชนอย่างมาก เราเกิดเป็นคน เรามีความกลัว มีความกังวล แต่การจะปฏิบัตการสู้รบก็ต้องมีกฏมีเกณฑ์ของบ้านเมือง ไม่ใช่ทำโดยไม่คิดกฏกติของแต่ละประเทศ ไม่ใช่ไม่คำนึงถึงกติการร่วม ได้ไหม บ้านเมืองมีกฏ มีเกณฑ์ การทำอะไรขอให้อยู่ภายใต้กฏเกณฑ์​ ถ้าเป็นไปได้อยากให้ยุติปฏิบัติการที่สิทธิมนุษยชน ถ้ามันเป็นปัญหาภายในของเขา ก็ไม่ควรสร้างปัญหาให้กระทบกับประเทศเพื่อนบ้าน”

สำหรับชาวบ้านท่าตาฝั่ง มีการอพยพอยู่ตามลำห้วยในหมู่บ้าน ประมาณ 70 คน และบางส่วนก็อพยมาในตัวเมือง รอจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

Related Posts