สตม. – กรมการปกครอง รวบ 2 เครือข่าย สวมสัญชาติไทยให้ลูกชาวจีน
สตม. – กรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์’ รวบ 2 เครือข่าย สวมสัญชาติไทยให้ลูกชาวจีน พบพ่อจีนหนีคดีฉ้อโกง-ฟอกเงิน มูลค่า 2,500 ล้านบาท
วันนี้ (4 พ.ย. 69) พล.ต.ท. นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. พร้อมด้วยนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง พล.ต.ต. เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.สตม. ในฐานะโฆษก, พล.ต.ต. ธนิต ไทยวัชรามาศ พล.ต.ต. ปิยอนันต์ โตสกุลวงศ์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต. คธาธร คำเที่ยง ผบก.ตม.2 ในฐานะรองโฆษก และ พล.ต.ต. เดโช โสสุวรรณากุล ผบก.ตม.5 พร้อมด้วยสนธิกำลังกรมการปกครอง DOPA N.I.C.E เปิดปฏิบัติการ “ปิดน่านฟ้า ล่าขบวนการพ่อไทยทิพย์” ตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังสืบพบขบวนการทุจริตทะเบียนราษฎร ใช้ชายไทยรับรองเป็นบิดาเด็กที่มีพ่อแม่ชาวต่างชาติ เพื่อให้เด็กได้รับสัญชาติไทยโดยมิชอบ ซึ่งตรวจพบกรณีการกระทำความผิดทางทะเบียน จำนวน 2 กรณี ได้แก่
กรณีแรก มีการจ้างชายสัญชาติไทยแอบอ้างเป็นบิดาของเด็ก ณ สำนักทะเบียนท้องถิ่นเมืองพัทยา และกรณีที่สอง มีการแจ้งเกิดเด็กคนเดียวกันซ้ำซ้อน ณ สำนักทะเบียนท้องถิ่นเขตวัฒนา และสำนักทะเบียนอำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ โดยมีการใช้ชายสัญชาติไทยรับรองเป็นบิดา ทั้งที่บิดาที่แท้จริงเป็นชายสัญชาติจีน ซึ่งผลการตรวจสอบสารพันธุกรรม (DNA) ยืนยันความสัมพันธ์ทางสายเลือด อันนำไปสู่การรวบรวมพยานหลักฐานและออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง จึงได้ประสานมายังกรมการปกครองขยายผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงทางทะเบียนราษฎร
คดีแรก วันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสนามบินสุวรรณภูมิ พบนายรัฐพล อายุ 40 ปี ชาวไทย เดินทางพร้อมนางหยิงเสวีย อายุ 26 ปี ชาวจีน และเด็กชายวัย 8 เดือน ซึ่งถือสัญชาติไทย แต่ทั้งคู่มีพิรุธและไม่สามารถให้รายละเอียดชีวิตครอบครัวได้ชัดเจน
จากการสืบสวนพบว่า บิดาที่แท้จริงคือนายไห่เทา อายุ 32 ปี ชาวจีน ทำงานเกี่ยวกับบริษัทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ ซึ่งมีหมายจับจากประเทศจีนในคดีฉ้อโกง อ้างเป็นนายหน้าหลอกฝากเด็กเข้าโรงเรียน โดยตำรวจพบหลักฐานเชื่อว่านายไห่เทาและนางหยิงเสวียวางแผนมาคลอดบุตรในไทย ก่อนให้นายรัฐพลรับรองเป็นบิดาเพื่อให้เด็กได้สัญชาติไทย ตำรวจจึงขอศาลจังหวัดพัทยาออกหมายจับทั้ง 3 ราย ในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 ตามความผิดเกี่ยวกับการแจ้งข้อความเท็จและใช้หลักฐานเท็จทางทะเบียนราษฎร ก่อนติดตามจับกุมได้ทั้งหมด
คดีที่สอง วันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสุวรรณภูมิ พบนางเซียงจุน อายุ 31 ปี ชาวจีน เตรียมเดินทางออกนอกประเทศพร้อมลูกชายวัย 2 ปี โดยหญิงรายนี้ถือวีซ่าอุปการะบุตรไทย ตรวจสอบพบว่าเด็กมีสูติบัตร 2 ฉบับ ฉบับแรกระบุเป็นเด็กสัญชาติไทย มีนายฉัตรมงคล อายุ 26 ปี เป็นบิดา และนางทองสม อายุ 53 ปี เป็นผู้รับรองการเกิด ส่วนอีกฉบับระบุเป็นเด็กต่างชาติ มีนายเยี่ยมจุม อายุ 32 ปี ชาวจีน เป็นบิดา โดยใช้หนังสือรับรองการเกิดของโรงพยาบาลที่ถูกปลอมขึ้นทั้งฉบับ จากการสืบสวนพบว่านายฉัตรมงคลไม่ใช่บิดาที่แท้จริง แต่เป็นนายเยี่ยมจุม ตำรวจจึงขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง 4 ราย ได้แก่ นายเยี่ยมจุม นางเซียงจุน นายฉัตรมงคล และนางทองสม ในข้อหาเกี่ยวกับการใช้หลักฐานเท็จและแจ้งข้อความเท็จทางทะเบียนราษฎร
ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่านายเยี่ยมจุมมีหมายจับจากตำรวจจีนในคดีเกี่ยวกับบัญชีและฟอกเงิน เชื่อมโยงบัญชีกว่า 133 บัญชี มูลค่าความเสียหายประมาณ 500 ล้านหยวน หรือ 2,500 ล้านบาท ขณะที่ด้านกรมการปกครองได้ตั้งกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงนายวิวัธชัย เจ้าหน้าที่ผู้รับจดทะเบียนแจ้งเกิดในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมมีความเห็นให้ออกจากราชการไว้ก่อน














