POLITICS

‘ภัทรพงษ์’ เผยประชาชน 7 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน พบสารหนูในร่างกายเกินเกณฑ์แล้ว 79 คน

‘ภัทรพงษ์’ เผยประชาชน 7 จังหวัดภาคเหนือ-อีสาน พบสารหนูในร่างกายเกินเกณฑ์แล้ว 79 คน บางพื้นที่พบการสะสมสารหนูเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าในปีเดียว จี้รัฐบาลแก้ปัญหาที่ต้นตอ

วันนี้ (3 พ.ย. 69) นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ พรรคประชาชน เปิดเผยสถานการณ์การปนเปื้อนสารหนูในแหล่งน้ำและการสะสมสารหนูในร่างกายประชาชนว่า ล่าสุดพบผู้มีสารหนูอนินทรีย์ หรือสารหนูพิษ ในปัสสาวะเกินค่าปลอดภัยแล้ว 79 คน จาก 7 จังหวัดภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคเหนืออีกต่อไป แต่กำลังขยายวงไปยังพื้นที่ลุ่มน้ำโขงในภาคอีสานด้วย

สำหรับผลการตรวจในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยกรมควบคุมโรค พบผู้มีสารหนูพิษในปัสสาวะเกินค่าปลอดภัย 39 คน จากกลุ่มเสี่ยงบริเวณแนวแม่น้ำโขง 520 คน แบ่งเป็นจังหวัดเลย 6 คน หนองคาย 17 คน บึงกาฬ 6 คน และนครพนม 10 คน ขณะที่ภาคเหนือพบผู้มีสารหนูพิษเกินค่าปลอดภัย 40 คน ได้แก่ จังหวัดเชียงราย 31 คน และเชียงใหม่ 7 คน ในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำกก และจังหวัดแม่ฮ่องสอนอีก 2 คน ในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำสาละวิน ทั้งนี้ ยังอยู่ระหว่างรอผลการตรวจประชาชนในพื้นที่ฝั่งแม่น้ำสาย อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการตรวจพบสารหนูในน้ำในระดับสูง

นายภัทรพงษ์ ระบุว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่เพิ่มขึ้น แต่ผลการตรวจติดตามประชาชนกลุ่มเดิมจากปีก่อนยังพบว่า การสะสมสารหนูในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งพบระดับสารหนูในร่างกายของคนกลุ่มเดิมสูงขึ้นกว่า 3 เท่าภายในหนึ่งปี

ก่อนหน้านี้ได้เสนอให้กรมควบคุมโรคตรวจวิเคราะห์สารหนูอย่างละเอียด เพื่อแยกสารหนูอนินทรีย์ซึ่งเป็นสารหนูพิษออกจากสารหนูทั้งหมด รวมถึงปรับเกณฑ์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงให้ครอบคลุมพฤติกรรมการสัมผัสสารปนเปื้อนมากขึ้น ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ดำเนินการตามข้อเสนอแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังจำเป็นต้องตรวจเลือดประชาชนอย่างละเอียดเพิ่มเติม ทั้งความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง และเกล็ดเลือด ตลอดจนออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเกี่ยวกับโรคที่ต้องเฝ้าระวังจากน้ำปนเปื้อนโลหะหนัก และกำหนดพื้นที่เสี่ยงเป็นเขตเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุมโรคจากสิ่งแวดล้อม

นายภัทรพงษ์ กล่าวต่อว่า ตนเองได้ติดตามและเตือนรัฐบาลเกี่ยวกับปัญหานี้มาเกือบ 2 ปี แม้กรมควบคุมโรคจะดำเนินการในส่วนที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ แต่การแก้ไขปัญหาที่ต้นตอจำเป็นต้องอาศัยอำนาจและการตัดสินใจของรัฐบาล โดยรายงานของกรมควบคุมโรคยังระบุว่า การปนเปื้อนยังคงขยายพื้นที่และยังไม่ปรากฏว่ามีมาตรการควบคุมที่ต้นตออย่างเข้มงวดเพียงพอ

“ผมเสนอข้อเสนอที่ต้องใช้อำนาจรัฐบาลไปหมดแล้ว แต่รัฐบาลยังไม่ดำเนินการแก้ปัญหาที่ต้นตอ ความไม่กล้าที่จะพูดคุยปัญหานี้กับนานาชาติทำให้สถานการณ์ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง วันนี้เราพบประชาชนอย่างน้อย 79 คนใน 7 จังหวัดมีสารหนูพิษในร่างกายเกินค่าปลอดภัย และในบางพื้นที่ระดับสารหนูในร่างกายของประชาชนยังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงหนึ่งปี” นายภัทรพงษ์ กล่าว

Related Posts

Send this to a friend