‘ศุภโชติ’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพง เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วน
‘ศุภโชติ’ จี้ ‘รัฐบาล’ เร่งแก้ปัญหาน้ำมันแพง ซัดบริหารล้มเหลว หลังดีเซลพุ่ง 43.50 บาทต่อลิตร เสนอ 3 มาตรการเร่งด่วนหวังลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม 7 บาท พร้อมดันภาษีลาภลอยสกัดกำไรโรงกลั่น
วันนี้ (26 ต.ค. 69) นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เงา ถึงกรณีราคาน้ำมันแพงในปัจจุบันว่าปัจจุบันราคาน้ำมันในตลาดโลกรวมถึงน้ำมันในประเทศกลับมาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทำสถิติเกือบเท่าจุดพีคในช่วงเกิดสงครามโลกใหม่ ๆ เมื่อช่วงเดือนเมษายน โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาน้ำมันดีเซลที่วันนี้หน้าปั๊มขายอยู่ที่ลิตรละ 43.50 บาท เพิ่มขึ้นกว่า 5 บาทต่อลิตรภายในไม่ถึง 2 เดือน ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในเรื่องภาระค่าครองชีพอย่างแน่นอน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะพี่น้องประชาชนแต่เป็นต้นทุนทางเศรษฐกิจของประเทศด้วยเป็นต้นทุนการทำธุรกิจของภาคเอกชน
นายศุภโชติกล่าวต่อว่าสิ่งที่น่ากลัวในวันนี้คือประเทศเราแทบไม่เหลือเครื่องมือในการต่อกรกับวิกฤตครั้งนี้ หากเราไปดูเครื่องมือที่รัฐบาลใช้มาตลอดเช่นกองทุนน้ำมัน ล่าสุดตัวเลขของกองทุนก็ติดลบทะลุ 1 แสนล้านบาทไปเรียบร้อยแล้ว นี่คือผลของการบริหารงานที่ล้มเหลวของรัฐบาล เป็นสิ่งที่เรายืนยันได้ว่าเป็นการบริหารงานที่ล้มเหลวภายใต้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
นายศุภโชติกล่าวอีกว่าที่ผ่านมาพรรคประชาชนมีการเสนอวิธีการแก้ปัญหาว่ารัฐบาลต้องเข้าไปแก้ปัญหาโครงสร้างพลังงาน ต้องเข้าไปแก้ปัญหาที่ต้นตอ ซึ่งวันนั้นรัฐบาลได้การตอบรับอย่างชัดเจน รวมถึงได้มีการรับปากกับพี่น้องประชาชนในสาธารณะไว้เรียบร้อยแล้วว่าจะเข้าไปแก้ไขปัญหาเรื่องใดบ้าง วิกฤตดำเนินผ่านมา 7 เดือนแต่สิ่งต่าง ๆ ที่รัฐบาลเคยประกาศไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเข้าไปแก้เรื่องโครงสร้างน้ำมัน รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่คอยครอบคลุมคนที่ได้รับผลประโยชน์เกินจากวิกฤตในครั้งนี้ สิ่งเหล่านี้ไม่เคยเกิดขึ้นหรือมีการดำเนินการที่ล่าช้ามาโดยตลอด
นายศุภโชติกล่าวด้วยว่าฉะนั้นวันนี้สิ่งที่พรรคประชาชนอยากเรียกร้องถึงรัฐบาลอีกครั้งคือรัฐบาลยังมีอีก 3 เครื่องมือที่ช่วยลดราคาน้ำมันให้กับพี่น้องประชาชนเป็นการด่วนได้ ประกอบด้วย
1.เสนอให้รัฐบาลลดการเก็บภาษีสรรพสามิตเป็นการชั่วคราว เสนอให้มีการลดการเก็บภาษีสรรพสามิตสำหรับน้ำมันดีเซลลง 6 บาทต่อลิตร ซึ่งมีการประเมินไว้ว่ารัฐบาลจะต้องเตรียมงบประมาณในส่วนนี้ไว้เดือนละ 1.2 หมื่นล้านบาทจากรายได้ที่กำลังจะหายไป
2.รัฐบาลต้องเข้าไปเจรจาเรื่องค่าการตลาด ซึ่งเป็นหนึ่งในต้นทุนที่แฝงอยู่ในค่าน้ำมันของทุกคน ปัจจุบันราคาน้ำมัน ราคาค่าการตลาดมีการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทะลุผลการศึกษาที่เคยมีการประเมินไว้อย่างชัดเจน เราเสนอให้ลดค่าการตลาดนี้ลดลง 1 บาทต่อลิตร หากรัฐบาลสามารถทำข้อ 1 และข้อ 2 ได้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มจะลดลง 7 บาทต่อลิตร
3.รัฐบาลต้องเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาน้ำมัน ที่ปัจจุบันมีการอ้างอิงราคาที่สิงคโปร์ ที่หลายต้นทุนที่มีการอ้างอิงราคานี้ก็ไม่เป็นธรรมกับประชาชน ต้องทบทวนหลักเกณฑ์ให้เป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนมากขึ้น ตัดต้นทุนแฝงออกและตัดต้นทุนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
นายศุภโชติกล่าวด้วยว่าส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาว รัฐบาลต้องมุ่งไปถึงการลดภาระของกระทรวงการคลัง ภาระการคลังของประเทศ โดยการจัดเก็บภาษีลาภลอย รัฐบาลอาจมีการตรึงราคาที่หน้าโรงกลั่น แต่หากไปดูตัวเลขของโรงกลั่นหลายโรง ๆ ก็มีการทำกำไรสูงขึ้น ฉะนั้นรัฐบาลต้องกลับมาอัปเดตความคืบหน้าในการจัดเก็บภาษีลาภลอยว่าปัจจุบันผลการศึกษาเป็นอย่างไรบ้าง
นายศุภโชติกล่าวต่อว่าวันนี้สิ่งที่อยากยืนยันกับพี่น้องประชาชนคือฝ่ายค้านเราพอให้ข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม เราได้มีการเตรียมร่างกฎหมายการจัดเก็บภาษีลาภลอยเสร็จเรียบร้อยแล้ว วันนี้เตรียมพร้อมที่จะนำเสนอสาธารณะและยื่นเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรโดยเร็วที่สุด กฎหมายฉบับนี้เราคาดหวังว่าจะทำให้ไม่มีใครสามารถทำกำไรบนราคาของน้ำมันของประชาชนใช้ได้ 3 เครื่องมือในระยะสั้น 1 เครื่องมือในระยะยาวเป็นสิ่งที่เราเรียกร้องรัฐบาล














