POLITICS

‘เครือข่ายต้าน IMF’ ประกาศยุติชุมนุม 15.12 น. อ่าน ‘ปฏิญญาคลองเตย’ ลั่นสู้ทุนล้างโลก

‘เครือข่ายต้าน IMF’ ประกาศยุติชุมนุม 15.12 น. อ่าน ‘ปฏิญญาคลองเตย’ ลั่นสู้ทุนล้างโลก–ระบอบสีน้ำเงิน โชว์ฉีกบิล–วางดอกไม้จันทน์–ทาสีหมูชมพู ย้ำเขียน รธน. ใหม่ รื้อโครงสร้างคอร์รัปชัน–อำนาจศักดินา

วันนี้ (16 ต.ค. 69) ‘เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลก–ไอเอ็มเอฟ’ (People’s Network Against World Bank–IMF) อ่านแถลงการณ์ปิดการชุมนุมวันที่ 2 บริเวณแยกพระรามที่ 4 ภายใต้กิจกรรม “ฉีกบิลทุนล้างโลกต้านระบอบสีน้ำเงิน ประชาชนกำหนดอนาคต” โดยผู้ชุมนุมร่วมกันแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านกลุ่มทุนและระบอบสีน้ำเงิน

กิจกรรมดังกล่าวมีการจัดพิธีวางดอกไม้จันทน์เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์ในการฌาปนกิจกลุ่มทุนล้างโลกและระบอบสีน้ำเงิน พร้อมทั้งร่วมกันทาสีแดงลงบนตัวโมเดลหมูสีชมพู และฉีกบิลหนี้สิน เพื่อสะท้อนเสียงเรียกร้องและความเดือดร้อนของประชาชนหลากหลายกลุ่ม

ตัวแทนเครือข่ายแต่ละกลุ่มได้ร่วมกันกล่าวถ้อยคำแสดงจุดยืนอย่างพร้อมเพรียงว่า “ที่ดินเป็นป่าไม่ใช่ทรัพย์สิน World Bank ไม่ใช่พ่อไม่ใช่แม่ คืนอำนาจให้กับประชาชน ชาวบ้านเขื่อนปากมูลไม่เอาธนาคารโลก เราต้องการสิทธิในที่อยู่อาศัย เราไม่ได้ขอความเมตตา แต่วันนี้เราออกมาปกป้องสิทธิของเรา”

จากนั้น แกนนำได้ร่วมกันอ่านแถลงการณ์ ‘ปฏิญญาคลองเตย: สร้างบ้านเมืองจากสองมือสองตีนของประชาชน’ โดยระบุว่า ไม่ว่าจะเป็นนโยบาย โครงการพัฒนา หรือกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม ซึ่งมาจากรัฐบาลไทยหรือธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ต่างก็มีแก่นความคิดเดียวกันและส่งเสริมเกื้อหนุนซึ่งกันและกัน เพื่อแปรเปลี่ยนผลประโยชน์สาธารณะและสวัสดิการด้านต่าง ๆ ที่รัฐมีหน้าที่ต้องปกป้อง คุ้มครอง ดูแลความอยู่ดีมีสุข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้กลายสภาพไปเป็นสินค้าของกลุ่มทุน

แถลงการณ์ระบุด้วยว่า แม้ปัจจุบันประเทศไทยจะไม่ได้มีภาระหนี้เงินกู้ก้อนใหญ่จากสถาบันการเงินระหว่างประเทศทั้งสองแห่งเหมือนเช่นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 แต่สิ่งที่เครือข่ายกังวลอย่างยิ่งคืออิทธิพลทางความคิดของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ซึ่งมีอำนาจทำลายล้างรุนแรงยิ่งกว่ากระสุนปืน โดยการปลูกฝังและแทรกซึมทางความคิดได้ทำให้รัฐและระบบราชการนำพาสังคมไทยตกอยู่ภายใต้อาณานิคมทางนโยบาย และกลายเป็นทาสที่ไม่สามารถปลดแอกตนเองได้

แถลงการณ์ยังกล่าวถึงทรัพยากรธรรมชาติและวิถีชีวิตของชุมชน โดยระบุว่า “อากาศที่เราหายใจ แม่น้ำที่เราดื่มและหาอยู่หากิน ผืนแผ่นดินที่เราตั้งรกรากและเพาะปลูก ผืนป่าที่เราเก็บเห็ดหาหน่อไม้ เป็นแหล่งสมุนไพร เลี้ยงวัวควาย และหาของป่าล่าสัตว์” สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของรัฐบาลและระบบราชการได้ หากไม่มีเงินกู้และแนวคิดการพัฒนาของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟเข้ามาชี้นำ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐและระบบราชการไทยขาดความตระหนักรู้และไม่สามารถเป็นอิสระจากการครอบงำของระบอบจักรวรรดินิยมทางเศรษฐกิจได้

เครือข่ายยังระบุอีกว่า เป็นไปไม่ได้ที่การประชุมของกลุ่มประเทศที่ตกอยู่ภายใต้อาณานิคมของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลางและก้าวสู่ประเทศรายได้สูงได้อย่างแท้จริง หากไม่มีการรื้อถอนโครงสร้างการทุจริตคอร์รัปชันและอำนาจศักดินาในสังคมไทยให้สิ้นซาก

แถลงการณ์ย้ำว่า การชุมนุมต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟเป็นทั้งวิธีการและเป้าหมาย โดยเป็นการต่อสู้ระหว่างทางเพื่อมุ่งไปสู่เป้าหมายสำคัญสูงสุด คือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจอย่างแท้จริง พร้อมกล่าวถึงรัฐบาลระบอบสีน้ำเงินที่สามารถควบคุมทั้ง สส., สว., องค์กรอิสระ และกลไกอำนาจต่าง ๆ ซึ่งเครือข่ายมองว่าเป็นอุปสรรคสำคัญที่คอยสกัดขัดขวางการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน

ในช่วงท้าย แกนนำได้ประกาศคำมั่นในปฏิญญาคลองเตยว่าจะผนึกกำลังและเกาะเกี่ยวขบวนการประชาชนกลุ่มต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจแห่งอนาคตในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้ก้าวหน้าและเป็นธรรม ด้วยพลังสองมือของประชาชนอย่างแท้จริง

ก่อนที่ตัวแทนแกนนำจะประกาศยุติการชุมนุมอย่างเป็นทางการในเวลา 15.12 น. โดยมวลชนได้ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่และแยกย้ายกันเดินทางกลับอย่างสงบ

Related Posts

Send this to a friend