POLITICS

นายกฯ เปิดประชุม ‘IMF–World Bank 2026’ ชู ‘ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย’ เชื่อมทุน–โอกาส–เทคโนโลยี

นายกฯ เปิดประชุม ‘IMF–World Bank 2026’ ย้อนรอยไทยเจ้าภาพ 35 ปีก่อน ชู ‘ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย’ เชื่อมทุน–โอกาส–เทคโนโลยี รับมือโลกเปลี่ยน ย้ำเปลี่ยนเจรจาเป็นความร่วมมือ มุ่งให้เศรษฐกิจโลกตอบโจทย์ประชาชนทุกประเทศ

วันนี้ (16 ต.ค. 69) เวลา 09.20 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดการประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Group Annual Meetings 2026) โดยมี ดร. คริสตาลินา กอร์เกียวา (Dr. Kristalina Georgieva) กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF), นายอาจัย บังกา (Mr. Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) และนายการ์โลส การ์วัลโย สปาลดิง (Mr. Carlos Carvallo Spalding) ประธานการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการ และผู้ว่าการธนาคารกลางปารากวัย พร้อมคณะผู้แทนจากทั่วโลก ร่วมรับฟังการกล่าวเปิดการประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมตอนหนึ่งว่า “ประเทศไทยเป็นสถานที่พบปะของผู้คนและหลากหลายวัฒนธรรมมาเป็นเวลาหลายศตวรรษ นับตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นราชธานีเดิมและเป็นศูนย์กลางการค้าและการทูตที่รุ่งเรือง เป็นจุดเชื่อมโยงระหว่างโลกตะวันออกกับโลกตะวันตก จากนั้นสยามได้เติบโตขึ้นจากการเชื่อมโยงดังกล่าว และยังคงรักษาจิตวิญญาณนี้ไว้จนถึงปัจจุบัน”

“เมื่อปี ค.ศ. 1991 (พ.ศ. 2534) ประเทศไทยเคยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมในลักษณะนี้ ในช่วงเวลาที่โลกกำลังมุ่งสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และ 35 ปีต่อมา ประเทศไทยได้มีโอกาสต้อนรับประชาคมโลกอีกครั้ง ณ ศูนย์การประชุมแห่งนี้ ซึ่งเดิมก่อตั้งขึ้นเพื่อรองรับการประชุมดังกล่าวโดยเฉพาะ” นายอนุทินกล่าว

นายกรัฐมนตรีระบุว่า อย่างไรก็ตาม โลกที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบันแตกต่างจากเมื่อ 35 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ในอดีตเครื่องส่งโทรสาร (Fax) เคยเป็นสัญลักษณ์ของความรวดเร็ว แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) กำลังเข้ามาพลิกโฉมกิจกรรมและวิถีชีวิตของผู้คน ขณะที่โลกกำลังมุ่งสู่การบูรณาการทางเศรษฐกิจ แต่ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์กลับเข้ามาเปลี่ยนทิศทางการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงข้อกังวลที่เพิ่งเริ่มปรากฏ แต่ในปัจจุบันปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้กลายมาเป็นวิกฤตและความท้าทายสำคัญระดับโลก โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการตอบสนองและรับมือร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า หัวข้อหลักของการประชุมครั้งนี้คือ ‘ขอบฟ้าใหม่ของประเทศไทย’ (Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience) ซึ่งสะท้อนถึงอนาคตของประเทศไทยและอนาคตของพวกเราทุกคน โดยมุ่งเน้นขีดความสามารถในการตั้งรับและปรับตัว การสร้างความเชื่อมโยงบนพื้นฐานของความไว้วางใจ การเข้าถึงเทคโนโลยีและแหล่งเงินทุน ตลอดจนการเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ การประชุมประจำปีเมื่อปี 1991 ได้สร้างผลลัพธ์สืบเนื่องที่ยาวนาน และศูนย์การประชุมแห่งนี้ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงมรดกสำคัญดังกล่าว

“ในช่วงเวลาสำคัญนี้ การหารือในระดับนานาชาติมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อร่วมกันรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลก แม้ความท้าทายในปัจจุบันอาจแตกต่างจากในอดีต แต่เป้าหมายสำคัญยังคงเดิม โดยสิ่งที่จะเป็นผลลัพธ์สืบเนื่องจากการประชุมครั้งนี้ คือการสร้างความเชื่อมโยงในระดับภูมิภาค เชื่อมโยงเงินทุนกับโอกาส และเชื่อมโยงเทคโนโลยีกับศักยภาพของประชาชน”

นอกจากนี้ จะต้องทำให้หุ้นส่วนในระดับภูมิภาคมารวมตัวกันและเชื่อมโยงกับประชาคมโลก เพื่อเสริมสร้างพลังและเปิดโอกาสด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนาร่วมกัน ที่สำคัญ ความเชื่อมโยงเหล่านี้จะต้องเข้าถึงประชาชน ช่วยให้ภาคธุรกิจเติบโต สร้างทักษะและฝีมือแรงงาน รวมถึงสร้างโอกาสที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันของประชาชนให้ดีขึ้น โดยมีหลักประกันว่าชุมชนและประชาชนทุกกลุ่มจะได้มีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ประเทศไทยพร้อมร่วมมือกับ IMF กลุ่มธนาคารโลก และภาคีหุ้นส่วนทุกฝ่ายที่เข้าร่วมการประชุม เพื่อเปลี่ยนการเจรจาหารือให้เป็นความร่วมมือที่จับต้องได้ เปลี่ยนเงินทุนให้เป็นโอกาส และสร้างหลักประกันว่าการตัดสินใจที่เกิดขึ้นจากการประชุมจะนำไปสู่โอกาสและเศรษฐกิจที่ดีขึ้นสำหรับประชาชนทุกคน

นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อหลายศตวรรษก่อน กรุงศรีอยุธยา ซึ่งเป็นนครหลวงของสยาม ได้ทำหน้าที่เชื่อมโยงกับโลก และในวันนี้กรุงเทพมหานครจะทำหน้าที่เชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ เข้าด้วยกันภายใต้เป้าหมายร่วมกัน เพื่อทำให้เศรษฐกิจโลกตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประชุมครั้งนี้จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกประเทศ และหวังว่าจะได้กลับมาต้อนรับทุกท่านอีกครั้งในอีก 35 ปีข้างหน้า”

Related Posts

Send this to a friend