‘เท้ง’ ขอ สตง. คงเส้นคงวา ตรวจสอบตึกถล่มให้เหมือน ‘ไทยพีบีเอส’ หวั่นรัฐบาลใช้เป็นเกมการเมือง
‘เท้ง’ ขอ สตง. คงเส้นคงวา ตรวจสอบตึกถล่มให้เหมือน ‘ไทยพีบีเอส’ หวั่นรัฐบาลใช้เป็นเกมการเมือง ลั่น ปชน. พร้อมใช้กลไกสภาฯ ปกป้องสื่อสาธารณะ
วันนี้ (14 ต.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงข้อถกเถียงเรื่ององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ว่า “ขณะนี้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ตรวจสอบงบการเงินของไทยพีบีเอส ซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่พวกเราต้องสร้างหลักประกันไว้ว่า จะทำอย่างไรให้สื่อมวลชนมีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระมากที่สุด”
เมื่อถามว่า มองอย่างไรที่ สตง. เตรียมแถลงข่าว และถูกนำไปเปรียบเทียบกับกรณีการตรวจสอบเหตุอาคารที่ทำการ สตง. ถล่มว่าไม่มีความรวดเร็วเช่นนี้ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “อยากให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ สตง. และผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ มีความคงเส้นคงวาในการตรวจสอบ ไม่ใช่พุ่งเป้าเลือกเฉพาะบางกรณีที่ตนเองอยากตรวจสอบ ในกรณีของไทยพีบีเอส สังคมกำลังตั้งคำถามเช่นเดียวกันว่า ตกลงแล้วเป็นความพยายามพุ่งเป้าหรือไม่ เพราะยังมีอีกหลายคดีที่ สตง. ควรต้องลงไปตรวจสอบ แต่เรากลับยังไม่เห็นการขับเคลื่อนหรือการแถลงข่าวในลักษณะนี้มากเท่าที่ควร”
เมื่อถามถึงกรณีที่ นายศุภชัย ใจสมุทร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ออกมาเรียกร้องให้คณะกรรมาธิการของฝ่ายค้านตรวจสอบความโปร่งใสของไทยพีบีเอส นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือ การคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะมีพื้นที่และมีความเป็นอิสระในสังคมไทย กฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเสนอเข้ามาทำให้เกิดข้อกังวล ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทย แต่ยังมีองค์กรระหว่างประเทศที่ออกมาเรียกร้องและแสดงความห่วงใยเรื่องนี้เช่นกัน ขอยืนยันว่าในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน เราพร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่มีในสภาฯ เพื่อปกป้องคุ้มครองพื้นที่ของสื่อสาธารณะให้มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่”
เมื่อถามว่า พรรคประชาชนจะดำเนินการอย่างไรเพื่อคงไว้ซึ่งความเป็นสื่อสาธารณะ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “เนื่องจากกฎหมายที่เสนอเข้ามามีทั้งหมด 4 ฉบับ เกี่ยวข้องกับ 4 กองทุน ซึ่งต้องแยกพิจารณาเป็นรายเรื่อง สำหรับไทยพีบีเอส สิ่งสำคัญคือการทำให้มีอิสระทางการเงินในระดับหนึ่ง เพื่อให้สามารถคงความเป็นอิสระในการเลือกนำเสนอประเด็นได้ด้วยตนเอง ไม่สามารถนำข้ออ้างเรื่องวินัยการเงินการคลังมาตีคลุมได้ทั้งหมด”
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลการใช้งบประมาณ เช่น ค่าตอบแทนพิธีกร จนถูกตั้งคำถามถึงความสมเหตุสมผล นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “เรื่องเนื้อหา ตัวพิธีกร หรือวิธีการผลิตรายการ เป็นรายละเอียดที่เราไม่จำเป็นต้องมานั่งถกเถียงกัน หากเรายึดตามหลักการ สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการคงหลักประกันให้สื่อสาธารณะมีพื้นที่ในสังคมไทย และสนับสนุนให้ไทยพีบีเอสทำหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระ ซึ่งความเป็นอิสระทางการเงินก็ถือเป็นปัจจัยสำคัญเช่นเดียวกัน”
เมื่อถามว่า มองว่าเป็นเกมการเมืองหรือไม่ นายณัฐพงษ์กล่าวว่า “อยู่ดี ๆ ก็มีการตรวจสอบและการเตรียมแถลงข่าวโดย สตง. อีกทั้งยังมีการเสนอร่างกฎหมายเข้ามาในจังหวะนี้ จึงเป็นสิ่งที่พวกเราพอจะตั้งคำถามได้ว่า ไทยพีบีเอสกำลังถูกเพ่งเล็งจากผู้มีอำนาจหรือฝั่งรัฐบาลหรือไม่”














