‘ทักษิณ’ ขึ้นเป็นพยานเบิกความเอง ปมฟ้องสรรพากรเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนหุ้นชินคอร์ปฯ
‘ทักษิณ’ ขึ้นเป็นพยานเบิกความเอง ปมฟ้องสรรพากรเรียกเก็บภาษีซ้ำซ้อนหุ้นชินคอร์ปฯ เปรียบคลังเหมือนพ่อ สรรพากรเหมือนลูก ใช้หนี้พ่อไปแล้วแต่ลูกยังมาทวงเองอีก บอกไม่มีอะไรต้องพูด
วันนี้ (7 ต.ค. 69) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศาลภาษีอากรกลาง โดยได้ขึ้นเป็นพยานเบิกความเองในคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว กรณีนายทักษิณเป็นโจทก์ฟ้องกรมสรรพากรยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ซ้ำซ้อนเพื่อนำไปชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินคอร์ปฯ ในปี 2549 ตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากร วันที่ 14 ส.ค. 2568 ที่วินิจฉัยสรุปว่าการประเมินภาษีโดยกรมสรรพากรชอบแล้ว
นายทักษิณได้เป็นพยานเบิกความว่า ตนเองมีทรัพย์ที่ถูกยึดอายัดไป อย่างรถยนต์ 5 คัน แต่มี 2 คันที่เป็นรถยนต์สั่งทำพิเศษ มีกระจกกันกระสุน เนื่องจากระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเคยถูกลอบสังหารหลายครั้ง และหลังจากพ้นวาระแล้วก็ยังมีเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะมีใครมาปองร้ายหรือไม่ หากถูกยึดไปก็จะเป็นอันตรายต่อชีวิต และจะต้องสั่งทำใหม่โดยใช้เวลานาน
นายทักษิณยังตอบถามค้านฝั่งจำเลยว่า ขณะนี้รถยังอยู่กับตัว แต่ถ้าปล่อยไว้ก็จะถูกดำเนินการนำไปขายทอดตลาด ส่วนการนำเงินมาเป็นหลักประกันเพื่อชะลอการจ่ายภาษี ตนเองไม่มีรายได้จากส่วนนั้นมาวางค้ำประกันแล้ว
นายทักษิณยังเบิกความต่ออีกว่า การดำเนินคดีครั้งนี้มาจากการถูกรัฐประหาร ตนเองไม่มีโอกาสกลับมาต่อสู้คดี และการซื้อขายหุ้นครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รัฐเสียหาย อย่างไรก็ตาม ตนเองพร้อมยอมรับคำพิพากษา แต่การดำเนินการของสรรพากรไม่ชอบ โดยยกตัวอย่างว่า ให้กระทรวงการคลังเป็นพ่อ และกรมสรรพากรเป็นลูก ตัวเองมีหนี้ซึ่งให้เงินทั้งหมดกับคนเป็นพ่อไปแล้ว แต่พ่อไม่คุยกับลูก ทำให้ลูกมาทวงกับตนเองอีก
นอกจากนี้ ยังมีข่าวว่าจะมีการฟ้องล้มละลาย เนื่องจากมีเงินไม่พอให้อายัดทรัพย์เพิ่มเพื่อชำระภาษี
นอกจากนายทักษิณ ฝ่ายโจทก์ยังได้เบิกพยานเป็นอดีตข้าราชการในกรมสรรพากร ขณะที่ฝ่ายจำเลยได้นำพยานมาเบิกความ 2 ปาก เป็นเจ้าหน้าที่นิติกรของกรมสรรพากร
จากนั้น นายทักษิณได้เดินทางกลับ โดยผู้สื่อข่าวสอบถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง นายทักษิณระบุว่า “ไม่มีอะไรต้องพูด”
เมื่อถามย้ำว่าหลังเบิกความเป็นพยานแล้วมีความกังวลใจหรือไม่ เพราะฝ่ายจำเลยมีพยานเบิกความเป็นเจ้าหน้าที่นิติกรของสรรพากร นายทักษิณตอบเพียงว่า “ไม่มีอะไร”













