BANGKOK

กทม.ระดมเปิดครัวในโรงเรียน ผลิตอาหาร 6 หมื่นชุดต่อมื้อแจกผู้ประสบภัย

กทม.ระดมทุกสรรพกำลัง เปิดครัวในโรงเรียนผลิตอาหาร 6 หมื่นชุดต่อมื้อแจกผู้ประสบภัย พร้อมเปิดรับบริจาคนมเด็ก-ถุงยังชีพ

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่จุดรับบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพฯ โรงเรียนวิชูทิศ เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร โดยจุดรับบริจาคนี้จะประกอบอาหารและกระจายถุงยังชีพให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ประมาณ 60,000 คน

นายชัชชาติกล่าวว่า ตอนนี้ได้มีผู้ที่ได้รับผลกระทบหลักแสนคน บางส่วนในเขตก็ดูแลไป แต่ถ้าไม่ไหวก็ให้ทางส่วนกลางช่วยดูแล ตอนนี้ดูแลอยู่ประมาณ 60,000 คนที่ส่วนกลางจัดส่งให้มีทั้งถุงยังชีพและทำอาหารส่งรายวัน โดยจุดนี้ที่เป็นศูนย์กลางรวบรวมจากโรงเรียนหลายแห่งใน กทม.แล้วนำมารวมกันที่นี่ บางครั้งการทำในพื้นที่อาจจะลำบากเนื่องจากการหาวัตถุดิบ สถานที่ตั้งโรงครัว การแพ็กกล่องต่าง ๆ ดังนั้นเมื่อไม่ได้ทำในพื้นที่ประสบภัยเมื่อมาส่งถึงแล้วก็กระจายได้เลย

“ต้องขอขอบคุณทั้งเอกชนที่บริจาคมา ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ครูจากสำนักการศึกษา หน่วย ร.ด.ที่มาช่วยขนของ เพราะสุดท้ายแล้ว รถที่ไปก็ต้องลุยน้ำได้ระดับหนึ่ง บางครั้งอาจจะเข้าไม่ถึงชุมชน”

ขณะที่ นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงวิธีการกระจายแจกจ่ายอาหารและถุงยังชีพว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาได้มีการประชุมกันโดยแต่ละเขตได้แจ้งความต้องการมาเบื้องต้นทุกเขตที่ได้รับผลกระทบจะบริหารจัดการด้วยตนเอง ซึ่งทางส่วนกลางได้ให้เงินสนับสนุนไปแล้ว แต่ในบางเขต เช่น เขตลาดกระบังและเขตบางกะปิ ได้ชี้แจงว่า ร้านอาหารในพื้นที่ไม่สามารถหาได้แล้ว จำเป็นที่จะต้องให้ส่วนกลางผลิตเพิ่ม ก็เลยทำให้มีความต้องการเพิ่มขึ้นมา วันนี้รวบรวมอยู่ที่ประมาณ 60,000 ชุดเพื่อที่จะแจกทุกมื้อ

จากการที่พูดคุยพบว่าสำนักพัฒนาสังคมมีครัวกลางที่จะทำได้ประมาณ 10,000 ชุด อีกส่วนหนึ่งจะมาจากครัวในโรงเรียน เนื่องจากโรงเรียนมีครัวอยู่แล้ว สามารถทำได้ทันที สำนักการศึกษา กทม.จึงใช้โรงเรียนในการรวบรวมทั้งหมด หลังจากนี้จะมองบางโซน เช่น เขตบางเขน เขตสายไหม สามารถนำมาส่งที่ดินแดงได้ แต่ถ้าหากอยู่ในโซนตะวันออก อาจจะใกล้โรงเรียน ก็ให้ส่งไปที่พื้นที่ได้ทันที ซึ่งวันนี้เป็นมื้อแรก ทั้งนี้จะมีการส่งอีกครั้งในมื้อเช้าของวันพรุ่งนี้ และจะตกผลึกอีกครั้งว่าจะขนส่งอย่างไรให้ง่ายที่สุด โดยเราจะใช้รถของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. รถไปรษณีย์ และรถทหาร ทั้งนี้ เรื่องของระบบการขนส่งก็ได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลเยอะ

“สิ่งที่ยังขาดอยู่คือถุงยังชีพ สิ่งตามรายละเอียดที่ประกาศไว้ และสิ่งที่ยังขาดเพิ่มเติม คือ นมสำหรับเด็กเล็กทั้งนมผงและนมกล่อง”

นายชัชชาติกล่าวเสริมว่า สิ่งที่ดีที่สุด ณ ตอนนี้คงจะเป็นข้าวกล่องปรุงสุก เมื่อนำมาแล้วสามารถนำไปแจกจ่ายได้ทันที ส่วนเรื่องการเปิดรับจิตอาสาที่จะมาช่วยแพ็กของ ตอนนี้ยังไม่มีการเปิดอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าหากอยากมาช่วยก็มาได้ มาพูดคุยกันได้ไม่มีปัญหา ยินดีต้อนรับทุกคน เพราะที่ผ่านมาพลังที่ช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตไปได้ คือพลังความสามัคคีของพวกเราทุกคน ซึ่งนี่คือจุดแข็งของคนไทยและคนกรุงเทพฯ ที่ถึงเวลาเราก็ช่วยกัน ต่างจังหวัดมีปัญหาเราก็ช่วย ก็มีหลายคนที่อยากจะมาช่วยง่าย ๆ สามารถนำถุงยังชีพหรืออาหารกล่อง นมผง นมสำหรับเด็ก มาได้

ส่วนกรณีสายด่วน 1555 และช่องทางต่าง ๆ ที่ กทม.ประชาสัมพันธ์ให้สามารถแจ้งขอความช่วยเหลือไม่สามารถติดต่อได้นั้น นายชัชชาติระบุว่า เนื่องจากมีคนโทรเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งก็มีการเชื่อมโยงระหว่าง 1556 กับ 1669 แต่ถ้าหากโทรไม่ติดจริง ๆ แจ้งมายัง Traffy Fondue ได้ แจ้งไว้ก่อนเลยเพราะยังไงก็เป็นข้อมูลดิจิทัลที่อยู่ในระบบอยู่แล้ว และจะมีเจ้าหน้าที่เข้ามารับเรื่องไปประสานต่อ เชื่อว่ามีคนที่ลำบากเยอะจึงทำให้ติดต่อยาก ทุกเคสที่ส่งมาไม่ได้นิ่งเฉย รวมทั้งเรายังไปหาข้อมูลตามโซเชียลมีเดีย เช่นในคอมเมนต์ เฟซบุ๊กของตนเวลามีคนมาบอก เราก็พยายามไปหารายละเอียด อย่างกรณีมีคนแจ้งข้อมูลผู้ป่วยติดเตียงมาประมาณ 200 กว่าคน ตอนนี้เราเข้าไปให้การช่วยเหลือ 182 คนแล้ว

“ทุกชีวิตมีความหมาย ทุกข้อความที่แจ้งเข้ามามีความหมาย เราจะพยายามรวบรวมให้มากที่สุด” นายชัชชาติกล่าว

Related Posts

Send this to a friend