ENVIRONMENT

กรมอุทยานฯ แจ้งความเอาผิดขบวนการออกเอกสารสิทธิทับ อช.แหลมสน จ.ระนอง

อธิบดีกรมอุทยานฯ แจ้งความต่อ บก.ปทส. เอาผิดขบวนการออกเอกสารสิทธิทับ อช.แหลมสน จ.ระนอง

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปทส. เพื่อแจ้งความกล่าวโทษและส่งมอบข้อมูลกรณีขบวนการบุกรุกพื้นที่ป่าอนุรักษ์ หลังขยายผลพบเบาะแสการแผ้วถางไม้เปิดพื้นที่บริเวณเขาปากเตรียม หรืออ่าวจาก หมู่ที่ 2 ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง

ทั้งนี้ มีการออกเอกสารสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทับซ้อนพื้นที่ป่าสมบูรณ์ พื้นที่ ต.กำพวน อ.สุขสำราญ จ.ระนอง กว่า 105 แปลง ทับซ้อนในเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสนทั้งหมด 29 แปลง โดยเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ดำเนินการ 3 แปลงแรก ได้แก่ น.ส.3 ก. เลขที่ 915, 916 และ 917 ซึ่งมีพยานหลักฐานสมบูรณ์และมีข้อเท็จจริงชัดเจนที่สุด

กรมอุทยานแห่งชาติ รวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมอีก 3 แปลง

แปลงแรก แปลง น.ส. 3 ก เลขที่ 367, 371 และ 372 ดังนี้ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 367 มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ปี พ.ศ.2532 ไม่พบสารบบที่ดินและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมาของที่ดิน มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 9 ไร่ 3 งาน เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 9 ไร่ 1 งาน 53 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 7 ไร่ 3 งาน 16 ตารางวา ซึ่งหลักฐานภาพถ่ายทางอากาศช่วงก่อนการออกเอกสารสิทธิปี พ.ศ.2510-2546 แสดงให้เห็นสภาพพื้นที่เป็นป่า ธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการใช้ประโยชน์

แปลงที่ 2 คือ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 371 ได้มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ใน ปี พ.ศ.2532 ไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. 1 โดยแจ้งครอบครองว่าทำประโยชน์ต่อจากบิดา ปลูกมะม่วงหิมพานต์ สะตอ และขนุน ตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 49 ไร่ 3 งาน 58 ตารางวา เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 51 ไร่ 3 งาน 56 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 16 ไร่ 1 งาน 68 ตารางวา

ผลการอ่านแปลความภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510, 2520 จนถึง 2538 ชี้ชัดว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากภาพถ่ายในอดีตระบุชัดเจนว่าพื้นที่ดังกล่าว มีสภาพเป็นป่าไม่ผลัดใบ ป่าชายหาด และทุ่งหญ้าธรรมชาติ ไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือร่องรอยการแผ้วถางใด ๆ มีเพียงหลังปี 2527 พบรอยแผ้วถางเพียง 11%

แปลงที่ 3 คือ แปลง น.ส. 3 ก. เลขที่ 372 มีการออกเอกสารสิทธิ น.ส. 3 ก. ปี พ.ศ.2532 ไม่มีการแจ้งครอบครองที่ดิน ส.ค. 1 โดยแจ้งครอบครองว่าทำประโยชน์ต่อจากบิดา ปลูกมะม่วงหิมพานต์ และพืชอื่น ๆ ตั้งแต่ปี พ.ศ.2498 มีเนื้อที่ตามเอกสารสิทธิ 49 ไร่ 3 งาน 42 ตารางวา เนื้อที่ตามการรังวัดของช่างรังวัด 50 ไร่ 1 งาน 15 ตารางวา เนื้อที่รุกล้ำเข้าไปในเขตอุทยานฯ 20 ไร่ 2 งาน 16 ตารางวา

ผลการอ่านแปลความภาพถ่ายทางอากาศย้อนหลังตั้งแต่ปี พ.ศ.2510, 2520 จนถึง 2538 ชี้ชัดว่าข้ออ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง เนื่องจากภาพถ่ายในอดีตระบุชัดเจนว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นป่าไม่ผลัดใบ ป่าชายหาด และทุ่งหญ้าธรรมชาติ โดยไม่ปรากฏร่องรอยการทำประโยชน์หรือร่องรอยการแผ้วถางใด ๆ มีเพียงหลังปี 2527 พบรอยแผ้วถางเพียง 1%

ปัจจุบันที่ดิน น.ส. 3 ก แปลง 371 และ 372 ถูกกว้านซื้อและเปลี่ยนมือผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ไปเป็นของบริษัทเอกชนรายใหญ่ ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2562 อีกทั้งจากการส่งอากาศยานไร้คนขับเข้าตรวจสอบพื้นที่จริงก่อนหน้านี้ยังตรวจพบการบุกรุกก่อสร้างบ้านพักโครงสร้างไม้ แท็งก์น้ำปูน และพบไม้กระยาเลยแปรรูปซุกซ่อนอยู่ถึง 144 แผ่น/เหลี่ยม รวมถึงโต๊ะเลื่อยวงเดือนและเลื่อยโซ่ยนต์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจยึดและอายัดไว้ทั้งหมดแล้ว

กรมอุทยานแห่งชาติฯ สรุปผลการตรวจสอบมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่า การออก น.ส. 3 ก. ทั้งสามแปลงอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุผลหลัก 2 ประการ คือ ออกภายหลังประกาศเขตอุทยานฯ ที่ดินดังกล่าวได้รับการประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติแหลมสน มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2526 ซึ่งถือเป็นที่ดินหวงห้ามตามกฎหมายตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ. 2537) และขัดต่อระเบียบคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ ขัดต่อระเบียบฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2532) ข้อ 10 เนื่องจากที่ดินมีแนวเขตติดป่ารกร้างว่างเปล่า กรณีที่ระยะรังวัดเกินกว่าหลักฐานการแจ้งครอบครอง (ส.ค. 1) กฎหมาย กำหนดให้ใช้ระยะตาม ส.ค. 1 เดิมเป็นหลักเท่านั้น

กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำหนังสือส่งถึงกรมที่ดินอย่างเป็นทางการ เพื่อขอให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส. 3 ก.) แปลงเลขที่ 367 371 และนอก 372 ตามมาตรา 61 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน ต่อไป

สำหรับการดำเนินการแจ้งความกล่าวโทษ ประกอบด้วย

1.การกระทำความผิดภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติตาม พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 มาตรา 19 (1), (2) และ (6) มาตรา 20 มาตรา 40 มาตรา 41 และมาตรา 42 กับแปลง นส. 3 ก. เลขที่ 367 371 และ 372 พื้นที่ในเขตอุทยานรวม 44 ไร่ 3 งาน 0 ตารางวา

2.การกระทำความผิดภายในพื้นที่ป่าไม้ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ม.4 (1), ม.54, ม.55, ม.72 ตรี

3.การออกเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 พื้นที่ตาม น.ส. 3 ก. 109 ไร่ 2 งาน

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทยอยตรวจสอบ และรวบรวมพยานหลักฐานอีก 16 แปลง เพื่อขยายผลและดำเนินการ ตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกราย

Related Posts

Send this to a friend