อธิบดีกรมชลฯ ลงพื้นที่เร่งแก้น้ำท่วมรังสิต หวั่นล้นตลิ่งกระทบชุมชน
อธิบดีกรมชลประทาน ลงพื้นที่เร่งแก้น้ำท่วมรังสิต ใช้เครื่องสูบน้ำ 14 เครื่อง รักษาระดับน้ำคลองรังสิตไม่เกิน 1.78 เมตร หวั่นล้นตลิ่งกระทบชุมชน ห่วงพื้นที่ลุ่มต่ำอยุธยา หลังระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,750 ลบ.ม./วินาที เร่งเติมเครื่องมือช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัย
วันนี้ (25 ก.ย. 69) นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่คลองรังสิตประยูรศักดิ์ ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมแล้วในหลายพื้นที่ของจังหวัดปทุมธานี โดยมี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และร้อยตำรวจเอก ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ร่วมประชุม
หลังจากการประชุมเสร็จสิ้น นายวิทยาได้ลงพื้นที่บริเวณสถานีสูบน้ำปากคลองรังสิต อ.เมืองปทุมธานี ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำและระบบการทำงานในการสูบระบายน้ำว่า โดยจากสถานการณ์ที่มีฝนตกในพื้นที่ค่อนข้างมาก ซึ่งได้เช็กข้อมูลล่าสุดในพื้นที่ของทุ่งรังสิต ประมาณ 90 มิลลิเมตร ซึ่งมีปริมาณลงเป็นน้ำท่าค่อนข้างมาก จึงลงพื้นที่ดูแนวทางการบริหารจัดการและการช่วยเหลือว่าการดำเนินการต้องเป็นรูปธรรมเพื่อจะลดปัญหา
นายวิทยากล่าวอีกว่า วันนี้ดูพื้นที่ส่วนพื้นที่รับน้ำส่วนทุ่งรังสิต เพราะเป็นพื้นที่สำคัญมีเขตเมืองและมีประชากรค่อนข้างมากที่อาจจะได้รับผลกระทบ และได้ดูความพร้อมของเจ้าหน้าที่ จากการที่ฝนตกลงมาทำให้บริเวณคลองรังสิตที่รับน้ำในพื้นที่ดังกล่าว จำเป็นที่จะต้องพร่องน้ำตลอดเวลาและตรงจุดนี้ก็เป็นจุดหนึ่งที่เราพร่องน้ำและมีสถานีสูบน้ำอยู่ 60 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อยู่ 20 เครื่อง ตอนนี้ได้สูบน้ำอยู่ 14 เครื่อง เพื่อรักษาระดับไม่ให้เกิน 1.78 เมตร เพราะถ้าเกิน 1.78 เมตร ก็จะส่งผลให้ล้นตลิ่งที่จะกระทบกับชุมชนโดยเฉพาะเทศบาลรังสิต แต่ตอนนี้ระดับน้ำอยู่ที่ 1.71 เมตรอยู่ จึงมีการเฝ้าระวังอยู่ตลอดเวลาและทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารจัดการในเรื่องตรงนี้ได้มาก
ส่วนคลองรังสิตตอนนี้ระดับน้ำค่อนข้างสูง แล้วก็มีฝนที่กำลังตกลงมา มันจะทำให้เกิดน้ำท่วม หรือว่าถ้าระบายไม่ทันจะส่งผลกระทบอย่างไร นายวิทยากล่าวว่า ตอนนี้คลองรังสิตเป็นคลองสำคัญที่จะดึงน้ำออกจากระบบในพื้นที่ของทุ่งรังสิตในฝั่งตะวันออก เพราะฉะนั้นเราก็จำเป็นที่จะต้องเร่งสูบน้ำออกและรักษาระดับน้ำในคลองรังสิตให้ต่ำกว่า 1.78 เมตรให้ได้ ซึ่งตอนนี้หลัก ๆ ออกทางแม่น้ำเจ้าพระยา อีกฝั่งออกทางนครนายกและตอนนี้กำลังรักษาระดับอยู่
เมื่อถามว่าในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยังมีการปล่อยน้ำนั้น นายวิทยากล่าวว่า ในส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาเนื่องจากว่าปริมาณฝนตกในพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนมาก อาจจะมีปริมาณน้ำที่ส่งผลในพื้นที่ค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นระดับน้ำตอนบนเหนือเขื่อนเจ้าพระยาก็เฝ้าติดตามอยู่เหมือนและพรุ่งนี้ตนและทีมงานจะลงพื้นที่ไปดูระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพราะต้องรักษาระดับไว้เช่นกันไม่ให้เกินในส่วนของ 1.78 เมตร เพราะถ้าเกินมันเกินอาจจะส่งผลกระทบ และตอนนี้มีการระบายน้ำอยู่ท้ายเขื่อน 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที
ส่วนสาเหตุที่ทำให้บริเวณคลองรังสิตประยูรศักดิ์ในปีนี้อยู่ในสภาวะที่มีน้ำเยอะเกิดจากอะไรบ้าง นายวิทยากล่าวว่า วันนี้ฝนตกในปริมาณมากถึง 28 ล้านลูกบาศก์เมตรซึ่งค่อนข้างมากไหลลงสู่คลองรังสิต แล้วต้องเอาออกจากระบบนะ นอกเหนือจากการบริหารจัดการกรมชลประทานได้สั่งการไปแล้วว่าให้เร่งการช่วยเหลือและตอนนี้ก็ได้เอาเครื่องจักรและเครื่องมือช่วยในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เป็นเขตประสบภัยต่าง ๆ รวมทั้งหมด 651 หน่วย เป็นเครื่องสูบน้ำทั้ง 513 หน่วย ที่ไปช่วยสูบในพื้นที่ลุ่มต่ำในบางพื้นที่ที่ช่วยเหลือพื้นที่นาที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอยู่หลายพื้นที่เหมือนกัน
เมื่อถามว่าน่าจะฝนจะตกอีกสัก 2-3 วัน ศักยภาพในการระบายน้ำทั้งสองฝั่งมันจะช่วยแก้ปัญหาได้แค่ไหน นายวิทยากล่าวว่า ตอนนี้ถ้าเกิดสถานการณ์ฝนยังตกในพื้นที่แบบนี้อยู่อาจจะมีน้ำท่วมขังบ้าง แต่ระบบระบายน้ำเราก็ต้องเสริมเครื่องมือเพิ่มไป โดยเฉพาะเครื่องสูบน้ำและตอนนี้ได้ให้สำนักเครื่องจักรกลดำเนินการจัดส่งต่าง ๆ ที่จะเตรียมการติดตั้งเพิ่ม
เมื่อถามว่าจะมีการประสานทาง กทม. เพื่อควบคุมจัดการน้ำร่วมกันหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า เป็นการทำงานร่วมกัน ซึ่งจะแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ตกในพื้นที่ของ กทม. ด้าน กทม. ก็เตรียมรับสถานการณ์เรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ในส่วนการระบายน้ำมาจากตอนบน ส่วนที่เข้าผ่านพื้นที่หรือตัดผ่านใน กทม. ยืนยันว่ามีการพูดคุยกันอยู่ตลอดเวลาว่าจะบริหารไม่ให้กระทบในเขต กทม. เด็ดขาด
ส่วนมีจุดไหนที่เราเป็นห่วงหรือไม่ นายวิทยาระบุว่า ตนเองเป็นห่วงในส่วนของจุดที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยการที่ปล่อยท้ายเขื่อนมาเกิน 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีก็เริ่มมีผลกระทบแล้ว ซึ่งอาจจะมีความเดือดร้อนกับประชาชนในพื้นที่บ้าง แต่เราก็ต้องเข้าไปช่วยดำเนินการแก้ปัญหาให้ แต่แนวทางการบริหารท้ายเขื่อนไม่มีปีไหนที่ต่ำกว่า 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งปีที่แล้วสูงสุดอยู่ที่ 2,900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีที่เราปล่อยท้ายเขื่อน และปัจจุบันอยู่ที่ 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาทีอยู่ ซึ่งพบว่ายังห่างกับปีที่แล้วอยู่ค่อนข้างมาก แต่ด้วยสถานการณ์ปีนี้มีความแตกต่างก็คือมีฝนตกในพื้นที่เยอะและอาจจะตกมากกว่าปีที่แล้วอยู่ ทำให้สถานการณ์มีน้ำขังอยู่ในพื้นที่ที่จะต้องเอาออกจากระบบอยู่พอสมควร
ส่วนช่วงนี้ทางปลายน้ำอย่างเช่น กรุงเทพฯ ปริมณฑล แล้วน้ำทะเลจะหนุนทำให้การระบายน้ำเจ้าพระยามีปัญหาหรือไม่ นายวิทยาระบุว่า อิทธิพลในเรื่องของด้านท้ายเราเริ่มบริหารที่คลองลัดโพธิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ให้เป็นการระบายจากแม่น้ำเจ้าพระยาลงทะเลได้เร็วขึ้น และตอนนี้ก็ยังไม่มีอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนจนทำให้เป็นอุปสรรค และการระบายก็ยังเร่งได้อยู่และยืนยันว่าถ้าหมดฝนช่วงนี้แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
ส่วนฝั่ง จ.ปทุมธานีมีน้ำท่วมกี่จุดแล้วนั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ระบุว่า ตอนนี้ที่กังวลคือพื้นที่ฝนที่ตกลงมาในพื้นที่ แล้วพื้นที่ที่เดือดร้อนกันมากตอนนี้ก็คือในคลองหลวง นครรังสิต คูคต และไสวประชาราษฎร์ ลำสามแก้วซึ่งเป็นพื้นที่ที่ชุมชนหนาแน่นและเริ่มเอ่อเข้าบ้านพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้พยายามผลักดันออกเจ้าพระยาและขอความกรุณาทาง กทม. ให้ช่วยเปิดประตูน้ำให้สูงขึ้น เพื่อประชาชนย่านลำลูกกาจะได้ช่วยผ่อนคลายไปได้บ้าง ไม่งั้นจะออกทางรังสิตทางเดียว จึงขอฝากพี่น้องประชาชนในจุดชุมชนพวกนี้อย่าเพิ่งประมาทให้รอดูอีก 1-2 คืน














