‘แสวง’ ชี้แจงสภาฯ บอก กกต. เคยออกระเบียบแนะนำตัวให้อ่านประวัติจากเอกสารอย่างเดียว แต่ระเบียบถูกยกเลิก จึงมีเรื่อง
ผู้สมัครนั่งรถคัน – นอน รร. เดียวกัน คุยกันได้ ไม่ผิด กม. รับปาก ‘พริษฐ์’ ส่งสำนวนไปศาลฎีกาครบทุกแผ่น ด้าน ‘ครรชิต’ ย้ำหากพบข้อมูลที่ไม่มีในสำนวน สามารถตั้งเรื่องใหม่เพื่อดำเนินการได้ ไร้เงา ‘สมเจตน์’ สส. ที่ถูก กกต. ส่งฟ้องคดีฮั้วร่วมประชุม
วันนี้ (16 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณารายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังจากสมาชิก ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็นโดยกว้างขวางแล้ว นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ตอบชี้แจงการอภิปรายของสมาชิก
นายแสวง ระบุว่า สำหรับการจัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ของ กกต. ที่มีสมาชิก สอบถามถึงการป้องกันการทุจริต รวมถึงกรณีที่ผู้สมัคร สว. ลงสมัครผิดกลุ่มอาชีพนั้น สำนักงาน กกต. ได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการลงสมัครมากที่สุดผ่านสายอาชีพต่าง ๆ โดยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ได้ขยายสิทธิของประชาชนออกไปด้วยคำว่า หรืออื่น ๆ ในทำนองเดียวกันเป็นการขยายสิทธิให้ประชาชน สามารถสมัครลงในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งได้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายเปิดโอกาสให้
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีกติกาการเลือกไขว้ จึงจำเป็นต้องมีการสมัครเข้ามาในแต่ละกลุ่มเป็นจำนวนมากเพียงพอสำหรับรอบเลือกไขว้ระหว่างกลุ่ม การที่มีผู้มาสมัครจำนวนมากก็อาจกระทบกับความสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งทั้ง 2 ประการ เป็นหน้าที่ของ กกต. ในการดำเนินการ ขณะเดียวกัน ศาลฎีกา ก็ได้วางแนวทางไว้ตั้งแต่การเลือก สว. ตามบทเฉพาะกาลเมื่อปี 2562 ว่าห้ามมีการแลกคะแนน และห้ามขอคะแนน
ต่อมา เมื่อมีการเลือก สว. ในช่วงเวลาที่ไม่มีบทเฉพาะกาล สำนักงาน กกต. ได้เล็งเห็นถึงปัญหาว่าผู้สมัครที่มีจำนวนมาก อาจกระทำเกินกว่ากฎหมายกำหนด จึงได้ออกระเบียบ กกต. เกี่ยวกับการแนะนำตัวให้เป็นไปตามใบ สว. 3 เท่านั้น ซึ่งต้องอ่านจากประวัติของผู้สมัครเท่านั้น ไม่สามารถขอคะแนนกันได้ รวมถึงเอกสารที่นำเข้า หรือที่เข้าใจกันว่าคือโพย สำนักงาน กกต. จึงได้ออกระเบียบดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้คนมาพบกัน แต่ให้ดูจากเอกสาร
“แต่สุดท้ายระเบียบนี้ ถูกยกเลิก แต่เรา ไม่ได้อุทธรณ์ เพราะจะทำให้ขยายเวลาในการเลือก สว. ออกไปอีก เป็นการที่ประชาชนและผู้มีสิทธิเลือก มีสิทธิเสรีภาพที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการแนะนำตัวได้ เช่น ทั้งบริษัทเดียวกัน หมู่บ้านเดียวกัน นั่งรถคันเดียวกันมา นอนโรงแรมเดียวกัน คุยกันได้ ประชุมร่วมกันได้ เป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย” นายแสวง กล่าว
นายแสวง ระบุว่า ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ได้มีการเดินตรวจตราและร้องเรียนว่ามีการใช้โพย สำนักงาน กกต. จึงได้เก็บหลักฐานทั้งหมด พร้อมย้ำว่า สำนักงาน กกต. ไม่ได้นิ่งนอนใจ อีกทั้งได้มองบริบททางการเมืองแล้วว่า หากปล่อยให้มีการใช้สิทธิเสรีภาพในแบบที่ผู้มีกำลังมากกว่า สามารถทำอะไรได้มากกว่า สำนักงาน กกต. จึงได้ออกระเบียบแบบนั้น แต่เมื่อมีการยกเลิกระเบียบ จึงได้มีการร้องเรียนตามมา
นายแสวง ยืนยันว่า มติของ กกต. ในวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา จะมีคำอธิบายทุกอย่างตามที่สมาชิก ได้อภิปรายในวันนี้ และทางสำนักงาน กกต. ได้ส่งเอกสารไปยังศาลฎีกาทั้งหมดทุกแผ่น ไม่ว่าจะเป็นรายงานของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง ชุดที่ 26, ความเห็นของเลขาธิการ กกต. และความเห็นของอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาด ชุดที่ 36
ส่วนข้อเรียกร้องของ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ที่ให้ดำเนินการสืบสวนหลักฐานต่าง ๆ ที่ปรากฏต่อสาธารณะไปแล้ว แต่ไม่ได้ปรากฏในสำนวนคดี นายแสวง ระบุว่า ตามระเบียบสามารถดำเนินการเป็นกรณีความปรากฏได้ แต่หากเป็นเรื่องของการสืบสวนสอบสวน ถือเป็นความลับที่ยังไม่สามารถนำมาเปิดเผยได้ หรือเปิดเผยได้ตามที่ระเบียบปฏิบัติกำหนดไว้
นายพริษฐ์ ได้สอบถามเพิ่มเติมว่า กรณีการเผยแพร่คำวินิจฉัยของ กกต. ระหว่างที่กำลังจัดทำ ขอถามและขอคำยืนยันว่า จะมีการเปิดเผยการลงมติทุกครั้งของ กกต. หรือไม่ อย่างเมื่อวาน (15 กันยายน) มีการเผยแพร่มติของทุกข้อกล่าวหา แต่ยังไม่มีการเปิดเผยว่า กกต. แต่ละคน ลงมติอย่างไร
นายพริษฐ์ ถามถึงคลิปเหตุการณ์ในโรงแรมบีทู ซึ่งมีนายกท้องถิ่นจากหนองคาย ยอมรับว่า ตนเอง เป็นเจ้าของเสียงในคลิปที่พูดว่า “เรา ทำเพื่อข้างบน” และ “จะมีเจ้าหน้าที่ข้างในมาดูแลพวกเรา” จึงขอสอบถามว่า บุคคลนี้ ไม่ได้อยู่ในสำนวนคดี แล













