POLITICS

‘สหัสวัต’ เสนอตัดงบ กอ.รมน. 91 ล้าน เหตุจัดอบรมภารกิจซ้ำซ้อน

‘สหัสวัต’ เสนอตัดงบ กอ.รมน. 91 ล้าน เหตุจัดอบรมภารกิจซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่น ชี้ความรักชาติไม่ได้เกิดขึ้นจากการนั่งฟังวิทยากร กินอาหารว่างแล้วทำแบบทดสอบ ถามประชาชนต้องพิสูจน์ความจน แต่ทำไม กอ.รมน. ไม่เคยพิสูจน์ความจำเป็นการได้เงิน

วันนี้ (7 ก.ย. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2

นายสหัสวัต คุ้มคง สส. จ. ชลบุรี พรรคประชาชน อภิปรายในมาตรา 7 งบประมาณสำนักนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับงบฝึกอบรมของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) โดยตั้งคำถามถึงความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานอื่น และการใช้งบประมาณที่ยังตอบไม่ได้ว่าประชาชนได้รับประโยชน์อย่างไร การอบรมเป็นเพียงคำถามที่สะท้อนปัญหาใหญ่ว่า เหตุใดจึงตั้งงบประมาณให้ กอ.รมน. เข้าไปทำงานในส่วนที่มีหน่วยงานรับผิดชอบหลักอยู่แล้ว

สำหรับปีงบประมาณ 2570 กอ.รมน. ตั้งงบฝึกอบรมไว้ที่ 91.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2569 จำนวน 7 ล้านบาท หรือคิดเป็น 8.85% โดยเสนอจัด 102 โครงการ รวม 2,892 ครั้ง หรือเฉลี่ยจัดอบรมวันละ 8 ครั้ง กำหนดผู้เข้าร่วมโครงการกว่า 109,000 คน แบ่งเป็นข้าราชการระดับ 9 ขึ้นไป 3,200 คน ข้าราชการระดับ 8 ลงมา 71,928 คน รวมข้าราชการทั้งสิ้นกว่า 75,000 คน คิดเป็น 68.4% ของผู้เข้าร่วมทั้งหมด โดยผู้เข้าร่วมกว่า 2 ใน 3 เป็นข้าราชการตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และหน่วยงานอื่น ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประจำของ กอ.รมน. จึงเกิดคำถามเรื่องความซ้ำซ้อน เนื่องจากข้าราชการเหล่านี้มีการจัดอบรมภายในหน่วยงานของตนเองอยู่แล้ว

นายสหัสวัต ตั้งคำถามว่า ตัวเลขผู้เข้าร่วมกว่า 100,000 คนนั้น มีรายชื่อซ้ำซ้อนกันกี่คน และเป็นบุคคลเดิมที่หมุนเวียนเข้าอบรมกี่หลักสูตร เหตุใดหน่วยงานที่มีหน้าที่อำนวยการและประสานงานตามกฎหมาย ต้องตั้งงบประมาณสูงกว่า 91 ล้านบาทเพื่อจัดอบรมให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานอื่น

นอกจากนี้ โครงการอบรมยังทับซ้อนกับภารกิจของหน่วยงานอื่น เช่น แผนงานอบรมด้านยาเสพติด อบรมด้านทรัพย์สินทางปัญญา อบรมด้านบรรเทาสาธารณภัย และอบรมด้านกิจกรรมอนุรักษ์พันธุ์พืช จึงเกิดข้อสงสัยว่า กอ.รมน. เป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง หรือเป็นทุกกระทรวงรวมกัน หากทุกปัญหาสามารถนำคำว่า “ความมั่นคง” ไปต่อท้ายได้แล้วเข้าไปทำทั้งหมด ประเทศไทยจะมีหน่วยงานเจ้าภาพหลักไว้ทำไม

“นี่ไม่ใช่การบูรณาการ เพราะการบูรณาการต้องมีเจ้าภาพที่ชัดเจน ใช้งบประมาณร่วมกันอย่างโปร่งใส และไม่ตั้งโครงการซ้ำซ้อน แต่ กอ.รมน. ใช้งบเอง อบรมเอง สร้างเครือข่ายเอง และประเมินตนเอง การทำแบบนี้เหมือนกับการแปะคำว่าความมั่นคงไว้ท้ายชื่อทุกโครงการ”

นายสหัสวัต ระบุว่า ตามกฎหมาย กอ.รมน. มีหน้าที่อำนวยการ ประสานงาน และเสริมการปฏิบัติ ไม่ใช่การทำงานแทนทุกกระทรวง ซึ่งเป็นการสร้างหน่วยงานซ้อนหน่วยงาน นอกจากนี้ งานด้านการสร้างความรักชาติ ความสามัคคี และการปลูกฝังทัศนคติที่ถูกต้อง มีหน่วยงานด้านการศึกษา วัฒนธรรม การพัฒนาสังคม ศาสนา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบอยู่แล้ว แต่ กอ.รมน. กลับสอดมือเข้าไปจัดโครงการของตนเอง ถือเป็นความซ้ำซ้อนด้านการสร้างเครือข่ายและการปลูกฝังทัศนคติ โดยกำหนดวัตถุประสงค์ว่าต้องการให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้นำทางความคิดและสามารถชี้นำข้อมูลที่ถูกต้อง

“ปัญหาใหญ่คือ กอ.รมน. เอาสิทธิอะไรมาชี้นำว่าข้อมูลใดถูกต้อง ความรักชาติไม่ได้เกิดขึ้นจากการเรียกคนมานั่งฟังวิทยากร รับประทานอาหารว่าง ทำแบบทดสอบแล้วจะรักชาติมากขึ้นทันที ความไว้วางใจต่อรัฐไม่ได้เกิดจากการให้ประชาชนคิดเหมือนกัน แต่เกิดจากการที่เขาได้รับความเป็นธรรม มีสิทธิเสรีภาพ มีความปลอดภัย ได้รับบริการสาธารณะที่ดี และเห็นรัฐใช้อำนาจอย่างตรงไปตรงมา”

นายสหัสวัต กล่าวต่อถึงการวัดผลของโครงการว่า กอ.รมน. ระบุเพียงว่าจะทดสอบความรู้ความเข้าใจก่อนและหลังอบรม รวมถึงติดตามการนำความรู้ไปปฏิบัติ ซึ่งการใช้เกณฑ์วัดกว้าง ๆ แบบเดียวกันครอบคลุมทั้ง 102 หลักสูตร เพื่อดูเพียงว่าผู้เข้าร่วมจำสิ่งที่วิทยากรพูดได้หรือไม่ แต่กลับวัดไม่ได้ว่าเขารักชาติมากขึ้นหรือประเทศมีความมั่นคงขึ้นตรงไหน จึงเป็นการจัดกิจกรรมที่สูญเปล่าและสิ้นเปลืองงบประมาณ โดยไม่มีหลักฐานว่าเกิดผลลัพธ์ดีกว่าการให้หน่วยงานเจ้าภาพหลักดำเนินการเองอย่างไร หากไม่มีคำตอบ การขอกิจกรรมซ้ำเดิมทุกปีก็คือการนำงบประมาณไปเททิ้ง

นับตั้งแต่วันที่ กอ.รมน. ก่อตั้ง จนถึงปีงบประมาณ 2570 เงินงบประมาณของประชาชนถูกใช้ไปแล้วกว่า 158,000 ล้านบาท จึงเกิดคำถามว่าประเทศได้ผลลัพธ์อะไรกลับมา เราเห็นเพียงภารกิจที่ซ้ำซ้อนไปทับซ้อนหน่วยงานอื่น จะให้ประชาชนเสียภาษีให้หน่วยงานที่ตอบไม่ได้ว่าจำเป็นต้องมีอยู่หรือไม่ จึงขอเสนอปรับลดงบประมาณของ กอ.รมน. ในส่วนนี้ทั้งหมด เพื่อคืนเงินให้หน่วยงานเจ้าภาพหลัก ขีดเส้นภารกิจให้ชัดเจน และทำงบประมาณมาใหม่ในปีหน้า

“ในขณะที่ประชาชนต้องพิสูจน์ความจนเพื่อขอรับสวัสดิการ ทำไม กอ.รมน. ถึงไม่เคยพิสูจน์ความจำเป็นของตนเองแต่กลับได้เงินของประชาชนไปใช้ คนทำงานไม่ได้มีหน้าที่หาเงินมาเลี้ยงอำนาจที่ซ้อนอยู่เหนือหัว แล้วจ่ายค่าอบรมให้คนมาสอนตัวเองว่าต้องรักชาติอย่างไร ประเทศนี้ประชาชนเป็นเจ้าของ กอ.รมน. ต้องตอบให้ได้ว่ารับใช้ประชาชนอย่างไร” นายสหัสวัต กล่าว

Related Posts

Send this to a friend