POLITICS

นายกฯ ชูบูรณาการแก้ปัญหา จชต. มั่นใจปรับยุทธศาสตร์ใหม่ สถานการณ์ต้องดีขึ้น

นายกฯ ชูบูรณาการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ ชี้ต้องทำงานเป็นรูปธรรม ดึงคนในพื้นที่ช่วยสื่อสาร มั่นใจปรับยุทธศาสตร์ใหม่ สถานการณ์ต้องดีขึ้น ผนึกทุกฝ่ายร่วมมือ หากอยากเห็นสันติสุขในพื้นที่เกิดขึ้น ชี้สิ่งสำคัญคือต้องไม่ปิดช่องเจรจา-บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด หากก่อความไม่สงบต้องดำเนินการเด็ดขาด

วันนี้ (1 ก.ย. 69) ที่ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ว่า ได้รับฟังความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องการบริหารแนวชายแดนว่าจะดำเนินการอย่างไร หรือหากจะมีนโยบายในการปิดด่าน ก็ได้รับเสียงสะท้อนว่า หากปิดหมดก็ทำมาหากินลำบาก ซึ่งต้องรับฟัง ส่วนจุดไหนที่ยังไม่มีความเสี่ยงมาก ก็ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการสื่อสารซึ่งกันและกัน อีกเรื่องคือการปรับปรุงแผนควบคุมสถานการณ์และมาตรการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งได้ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ต้องปรับปรุงรูปแบบการทำงานให้บูรณาการร่วมกันอย่างชัดเจน

นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สมัยก่อนเมื่อพูดถึงการบูรณาการ นายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง รัฐมนตรีมหาดไทยก็คนหนึ่ง แต่วันนี้เป็นคนเดียวกันแล้ว การบูรณาการจะเห็นเป็นรูปธรรม นายกรัฐมนตรีก็กำกับดูแลตำรวจ กองทัพ ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ดูแลฝ่ายปกครอง เพราะฉะนั้นจากนี้ไปก็จะเห็นว่า นายอำเภอ ตำรวจ ทหาร หน่วยงานความมั่นคง พลเรือน จะร่วมกันทำงานร่วมกัน และก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง หรือบุคลากรให้เหมาะสม โดยทั้ง 4-5 คนที่เป็นหัวเรือนี้ต้องทำงานร่วมกันให้ได้

ส่วนเมื่อวานนี้ ผลการหารือกับคนในพื้นที่ โดยชูธงคนในพื้นที่ช่วยแก้ไฟใต้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่าต้องทำงานร่วมกัน ประชาชนบอกให้รัฐบาลต้องทำแบบนี้ รัฐบาลก็ต้องรับฟังทั้งหมด แต่ทุกท่านก็ต้องช่วยรัฐบาลด้วย เพราะรัฐบาลไม่มีทางรู้จักคนในพื้นที่ได้มากกว่าญาติพี่น้องของพวกเขาที่อยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นอยากเห็นความสงบสุขเกิดขึ้นตลอดเวลาอยู่แล้ว รัฐบาลมีทั้งงบประมาณและสิ่งสนับสนุนต่าง ๆ

“เจตนาเพื่อทำให้พวกเขาสามารถสร้างสันติสุขในพื้นที่ของพวกเขาได้ ถ้าพวกเขาร่วมมือกันในการทำงาน แลกเปลี่ยนข่าวสารซึ่งกันและกัน และที่สำคัญคือการเจรจาต้องไม่ปิดช่องเจรจา ซึ่งเราได้มีการเปลี่ยนยุทธศาสตร์การบริหารเพื่อความมั่นคง โดยเน้นเรื่องการเจรจาและต้องเคารพกฎหมาย โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ตรงไหนที่ต้องเข้าไปปราบปรามหรือหากเขามารังแกเรา ทำเรื่องความไม่สงบเราก็ต้องดำเนินการ ตรงนี้ไม่มีใครห้ามเราอยู่ ไม่ใช่เราไม่พูดคุยกับเขาเลย” นายกรัฐมนตรี กล่าว

เมื่อถามว่าการปรับยุทธศาสตร์ครั้งนี้จะทำให้ไฟใต้ดับลงหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “มันต้องดีขึ้น จะมาบอกว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นมา 30-40 ปีแล้ว พอมาเปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งเดียว โอ้โห จะเปลี่ยน แล้วมั่นใจได้เลย มันไม่มีใครพูดได้ แต่ตนมั่นใจว่า ฝ่ายรัฐบาล ภายใต้การนำที่ตนเป็นนายกรัฐมนตรี มั่นใจว่าจะได้เห็นการบูรณาการความร่วมมือในฝ่ายบริหารที่ให้บริการพี่น้องประชาชนอย่างเป็นหนึ่งเดียวแน่นอน ตอนนี้สิ่งเดียวที่คาดหวังและอยากให้เกิดขึ้นก็คือการร่วมมือของพี่น้องประชาชนทุกฝ่ายในการที่จะทำให้ความสงบสุขเกิดขึ้น”

เมื่อถามว่าการที่จะแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะเป็นการเพิ่มจำนวนเก้าอี้ สส. ให้พรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ร้องโอ้โห ก่อนจะบอกว่า “อย่าไปถามแบบนี้ นี่เป็นเรื่องของรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพรรคการเมืองไหน ตอนนี้เป็นรัฐบาล ต้องมีหน้าที่ทำเพื่อประชาชน ไม่ว่าจะเลือกพรรคไหนมา หากเป็น 3 จังหวัดชายแดนใต้ ก็ต้องสร้างสันติสุข และสร้างเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชน”

Related Posts

Send this to a friend