นายกฯ นำคณะติดตามการซ่อมคลอง ร.1 สงขลา ฟื้นฟูระบบระบายน้ำหาดใหญ่ รับมือฝน–น้ำหลากปลายปี
กรมชลประทานเร่งซ่อมแซมและเสริมความแข็งแรงคลองระบายน้ำ ร.1 จังหวัดสงขลา หลังได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2568 เดินหน้าฟื้นฟูโครงสร้างตลอดแนว พร้อมระดมเครื่องจักรเข้าพื้นที่ เร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและสร้างความมั่นใจให้ประชาชน
วันนี้ (31ส .ค. 69) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่จังหวัดสงขลา ติดตามความก้าวหน้าการซ่อมแซมและฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 บริเวณประตูระบายน้ำหน้าควน(คลองภูมินาถดำริ) ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีนายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทาน และรองอธิบดีกรมชลประทาน นายเดช เล็กวิชัย นายวรพจน์ เพชรนรชาติ นายทรงพล สวยสม ตลอดจนผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่และบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน

นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชประทาน เปิดเผยว่า คลองระบายน้ำ ร.1 ถือเป็นโครงสร้างสำคัญของระบบระบายน้ำในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ทำหน้าที่รับน้ำจากลุ่มน้ำอู่ตะเภาและระบายออกสู่ทะเล เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัยในปี 2568 ที่ผ่านมา ส่งผลให้โครงสร้างคลองบางช่วงได้รับความเสียหาย กรมชลประทาน ได้เร่งระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และวัสดุเข้าดำเนินการซ่อมแซมผนังคอนกรีตที่ชำรุด พร้อมเสริมความมั่นคงของคันคลองด้วยการตอกแผ่นเหล็กชีตไพล์ (Sheet Pile) ประมาณ 5,000 แผ่น ในจุดเสี่ยงตลอดแนวกว่า 2 กิโลเมตร เพื่อป้องกันการกัดเซาะและเพิ่มความแข็งแรงของแนวคลอง ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน90วัน นอกจากนี้ ยังมีการซ่อมแซมกำแพงกันดินคลองหวะ และการขุดลอกคลองสายสำคัญ ได้แก่ คลองระบายน้ำ ร.1 คลอง ร.3 คลองท่าช้าง–บางกล่ำ คลองอู่ตะเภาแยก 1 และแยก 2 บึงเก็บน้ำคลองระบายน้ำ ร.5 และคลองระบายน้ำ ร.6 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่
สำหรับโครงการซ่อมแซมคลองระบายน้ำ ร.1 และอาคารประกอบ จังหวัดสงขลา วงเงินงบประมาณ 400 ล้านบาท เป็นส่วนหนึ่งของโครงการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารและระบบชลประทานในพื้นที่ภาคใต้ ทั้งหมดรวม 66 โครงการ วงเงินรวมกว่า 821 ล้านบาท ซึ่งกรมชลประทานได้กำหนดแผนฟื้นฟูคลองระบายน้ำ ร.1 จังหวัดสงขลา เป็นภารกิจเร่งด่วน ครอบคลุมทั้งโครงสร้างคลองและอาคารประกอบ รวมถึงการปรับปรุงถนนเลียบคลองและกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ
ด้านแผนระยะปานกลาง ปี 2571–2573 มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในคลองสายหลักของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา มีโครงการสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลอง ร.3–ร.6 ช่วยเพิ่มความสามารถในการรองรับรอบปีการเกิดซ้ำจากเดิม 5 ปี เป็น 25 ปี การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองน้ำน้อย–คลองกำนัน ความยาว 6.8 กิโลเมตร การเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองหวะ ระยะที่ 2 ระบบระบายน้ำคลองท่าช้าง–ท่าเมรุ และการเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำคลองอู่ตะเภา ซึ่งอยู่ระหว่างศึกษาโครงการฯ

ส่วนแผนระยะยาว ตั้งแต่ปี 2574 เป็นต้นไป มุ่งเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำและพัฒนาระบบผันน้ำ ที่จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการน้ำของลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาอย่างเป็นระบบ โดยมีโครงการอ่างเก็บน้ำหลายแห่ง รวมถึงโครงการคลองผันน้ำเส้นใหม่ ซึ่งมีอัตราการระบายน้ำ 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากบ้านบางศาลา อำเภอคลองหอยโข่ง ไปยังอำเภอบางกล่ำ ความยาว 53 กิโลเมตร
นอกจากนี้ กรมชลประทานยังร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จัดทำระบบพยากรณ์และเตือนภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการอุทกภัยในสภาพการใช้งานจริง มีการบูรณาการการจำลองสถานการณ์น้ำท่วมร่วมกับเทคนิคการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่จะใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจด้านการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ ช่วยให้หน่วยงานสามารถประเมินสถานการณ์และวางแนวทางรับมือได้อย่างเหมาะสมรวดเร็ว
นายวิทยาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมชลประทาน จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งรัดการซ่อมแซมคลอง ร.1 และเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำในพื้นที่ และพัฒนาระบบพยากรณ์และเตือนภัย เพื่อยกระดับการเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพ สามารถรับมือสถานการณ์ฝนและอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที ลดผลกระทบต่อประชาชน และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ รวมไปถึงพื้นที่โดยรอบตลอดช่วงฤดูฝนนี้
ในการนี้ นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำที่ได้รับความเสียหาย ควบคู่ไปกับการวางแผนเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำในระยะต่อไป เพื่อให้การแก้ไขปัญหาอุทกภัยไม่จำกัดอยู่เพียงการรับมือสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่สามารถยกระดับระบบบริหารจัดการน้ำให้มีความพร้อมและมั่นคงในระยะยาว














