‘ชัชชาติ’ ตรวจเหตุไฟไหม้คลองถมเซ็นเตอร์ เฝ้าระวังควันสารพิษ
วันนี้ (29 ส.ค. 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บริเวณคลองถมเซ็นเตอร์ในช่วงเช้าวันนี้ พร้อมติดตามสถานการณ์และการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยย้ำให้คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานเป็นสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างอาคารได้รับความเสียหายและมีการถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้ยังไม่สามารถเข้าถึงจุดต้นเพลิงภายในได้อย่างเต็มที่
นายชัชชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สามารถควบคุมสถานการณ์โดยรวมได้แล้ว แต่ยังมีความร้อนและเชื้อเพลิงหลงเหลืออยู่ภายในอาคาร อุปสรรคสำคัญคือโครงสร้างอาคารที่ถล่มลงมาทับถมกัน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถฉีดน้ำเข้าไปถึงจุดที่เป็นต้นเพลิงด้านล่างได้ เมื่อหยุดฉีดน้ำจึงมีโอกาสที่ไฟจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง โดยเฉพาะโครงสร้างหลักที่เป็นเหล็ก เมื่อได้รับความร้อนสูงเป็นเวลานานจะสูญเสียกำลังและทรุดตัวลงอย่างรวดเร็ว จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการเข้าพื้นที่
สำหรับแนวทางดำเนินการในช่วงเช้า กรุงเทพมหานครได้เตรียมรถแบ็กโฮไว้ โดยจะประเมินความมั่นคงของโครงสร้างก่อน หากเห็นว่ามีความปลอดภัยเพียงพอ จะทยอยเปิดทางเข้าสู่พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าถึงจุดที่ยังมีเชื้อเพลิงและดำเนินการดับเพลิงได้อย่างตรงจุด
นอกจากนี้ ยังต้องเฝ้าระวังกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกจากพื้นที่ เนื่องจากภายในอาคารมีสินค้าหลากหลายประเภท ทั้งแบตเตอรี่ แผงโซลาร์เซลล์ และสารเคมีบางส่วน ซึ่งอาจก่อให้เกิดสารพิษจากการเผาไหม้ กทม. จึงเตรียมประสานนำเครื่องมือตรวจวัดสารพิษเข้าตรวจสอบ เพื่อเฝ้าระวังผลกระทบต่อประชาชน ทั้งนี้ ทิศทางลมในช่วงดังกล่าวพัดจากทิศใต้ขึ้นไปทางทิศเหนือ จึงขอให้ประชาชนและผู้ที่มุงดูเหตุการณ์อยู่ห่างจากพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณแนวกลุ่มควัน
ส่วนระบบป้องกันอัคคีภัยภายในอาคาร เจ้าของอาคารแจ้งว่ามีระบบสปริงเกลอร์อยู่ภายใน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบการทำงานของระบบ จึงต้องตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะที่หัวรับน้ำดับเพลิง หรือประปาหัวแดง บริเวณโดยรอบทั้ง 3 จุด ยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ และเจ้าหน้าที่มีการใช้เครื่องสูบน้ำจากคลองเพื่อสนับสนุนการดับเพลิง
สำหรับพื้นที่ข้างเคียง มีอาคารพาณิชย์ซึ่งมีหอพักจำนวน 88 ห้อง รวมถึงคลังสินค้าพลาสติกและอุปกรณ์โทรศัพท์ โดยช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. เกิดไฟลุกลามและปะทุขึ้นอีกครั้ง แต่เจ้าหน้าที่สามารถเข้าควบคุมและดับไฟได้สนิทในช่วงเวลาประมาณ 04.00–05.00 น.
ด้านความเสียหาย คลองถมเซ็นเตอร์มีแผงค้าประมาณ 300 แผง คาดว่ามีผู้ประกอบการประมาณ 100 ราย เนื่องจากผู้ประกอบการบางรายมีหลายแผง โดยล่าสุดมีผู้มาลงทะเบียนแจ้งความเสียหายแล้วประมาณ 70 ราย กรุงเทพมหานครอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและตรวจสอบรายละเอียดความเสียหาย จึงยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้
สำหรับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายได้จัดจุดรับลงทะเบียนเพื่อขอรับความช่วยเหลือเบื้องต้น ณ ศาลาวัดพระพิเรนทร์ โดยวันที่ 29 ส.ค.69 เปิดรับลงทะเบียนเวลา 08.00–16.00 น. และตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.69 เป็นต้นไป สามารถยื่นคำร้องได้ที่ฝ่ายปกครอง ชั้น 2 สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เวลา 08.00–16.00 น.
เอกสารประกอบการยื่นคำร้อง ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน สัญญาเช่า และบันทึกประจำวันจากสถานีตำรวจ โดยระบุรายละเอียดความเสียหายเป็นรายกรณี พร้อมภาพถ่ายความเสียหาย ภายหลังยื่นคำร้อง สำนักงานเขตจะออกหนังสือรับรองผู้ประสบภัย และนัดหมายรับเงินช่วยเหลือต่อไป
ส่วนผลกระทบด้านที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุหลักเป็นพื้นที่ประกอบการค้า ไม่ใช่ที่พักอาศัย จึงไม่มีรายงานความเสียหายต่อบ้านเรือนในพื้นที่โดยตรง อย่างไรก็ตาม มีผู้พักอาศัยในหอพักบริเวณใกล้เคียงที่อาจได้รับผลกระทบและอาจจำเป็นต้องจัดหาที่พักใหม่
สำหรับผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นมีประมาณ 10 ราย ส่วนใหญ่เป็นอาสาสมัครที่ได้รับผลกระทบจากควันไฟและมีกรณีได้รับบาดเจ็บจากวัสดุตกหล่น ขณะที่มีประชาชนทั่วไปได้รับผลกระทบจากควันไฟ 1 ราย และมีผู้บาดเจ็บอาการวิกฤต 1 ราย ซึ่งต้องใส่ท่อช่วยหายใจ โดยเป็นอาสาสมัคร ทั้งนี้ รายละเอียดจำนวนและอาการผู้บาดเจ็บอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันข้อมูล
นายชัชชาติ กล่าวถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยว่า เนื่องจากภายในพื้นที่มีสินค้าจำนวนมากที่อาจถูกหยิบฉวยได้ง่าย กรุงเทพมหานครได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอกำลังช่วยตรึงและเฝ้าระวังพื้นที่โดยรอบ พร้อมกั้นพื้นที่เป็นเขตอัคคีภัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้าโดยเด็ดขาด เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการสูญเสียทรัพย์สินเพิ่มเติม
“ขอให้คนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าเข้าไปในพื้นที่ เพราะนอกจากอาจเป็นอันตรายแล้ว ยังอาจกระทบต่อการทำงานของเจ้าหน้าที่ ขอให้ติดตามสถานการณ์จากการรายงานของสื่อมวลชนจะเหมาะสมกว่า ส่วนผู้ที่คิดจะฉวยโอกาสเข้าไปหยิบฉวยทรัพย์สินของผู้ประกอบการ ขออย่าซ้ำเติมผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและหากถูกจับกุมจะมีโทษหนัก”
สิ่งสำคัญในขณะนี้คือการควบคุมสถานการณ์และดูแลความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่และประชาชน เมื่อพื้นที่มีความปลอดภัยแล้ว กรุงเทพมหานครจะเร่งเข้าตรวจสอบและเคลียร์พื้นที่ เพื่อประเมินความเสียหายและดำเนินการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป













