กลุ่มธุรกิจ TCP ชูวิสัยทัศน์ ‘Nature Normal’ ดันเป้าหมาย Net Water Positive ภายในปี 2030
วันนี้ (28 ส.ค. 69) สราวุฒิ อยู่วิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ TCP ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองการเติบโตของธุรกิจในยุค Nature Normal ภายในงาน MFLF Sustainability Forum 2026 จัดโดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ ภายใต้แนวคิดเปลี่ยนธรรมชาติเป็นความปกติใหม่
สราวุฒิ ระบุว่า ธุรกิจเครื่องดื่มมีความเชื่อมโยงกับธรรมชาติโดยตรงตั้งแต่น้ำ วัตถุดิบทางการเกษตร พลังงาน ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ ทรัพยากรเหล่านี้พึ่งพาความสมบูรณ์ของระบบธรรมชาติ โดยเฉพาะความมั่นคงของน้ำซึ่งครอบคลุมทั้งปริมาณ คุณภาพ และความสามารถของแหล่งน้ำในการรองรับความเปลี่ยนแปลงในระยะยาว หากลุ่มน้ำเกิดความเปราะบาง ธุรกิจย่อมไม่สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงเชิงระบบ
กลุ่มธุรกิจ TCP นำความเข้าใจเรื่องการพึ่งพาธรรมชาติมาพัฒนาเป็นแนวทางบริหารจัดการน้ำ 3 มิติ ประกอบด้วย -การเพิ่มประสิทธิภาพภายในโรงงาน ผ่านหลัก 4R ควบคู่กับการใช้เทคโนโลยี Smart Manufacturing -การดูแลทรัพยากรร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในลุ่มน้ำ โดยโรงงานปราจีนบุรีนำมาตรฐาน AWS มาใช้จนรับการรับรอง AWS Core Certification เป็นบริษัทเครื่องดื่มสัญชาติไทยแห่งแรก -การเสริมสร้างความสามารถของชุมชนและระบบนิเวศในการรับมือความเสี่ยง ผ่านโครงการ TCP โอบอุ้มลุ่มน้ำไทย ในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง ลุ่มน้ำยม และลุ่มน้ำโขง
นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ TCP ทำงานร่วมกับมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ในการทวนสอบปริมาณน้ำ และร่วมดูแลป่าในโครงการป่าคาร์บอนที่อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงเริ่มเก็บข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพทั้งภายในและรอบโรงงานเพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศ
“ถ้าถามว่าธรรมชาติอยู่ตรงไหนในธุรกิจเครื่องดื่ม คำตอบคือธรรมชาติอยู่ในทุกขวดที่เราผลิต ทุกผลิตภัณฑ์ที่เราส่งถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งไม่ได้อยู่เพียงรอบธุรกิจของเรา แต่อยู่ในผลิตภัณฑ์ของเราโดยตรง ธุรกิจไม่ได้ต้องการเพียงมีน้ำใช้ แต่ต้องการทั้งปริมาณ คุณภาพ และความมั่นคงของน้ำ และเพราะเราทุกคนพึ่งพาทรัพยากรเดียวกัน คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าเราจะใช้น้ำอย่างไร แต่คือเราจะช่วยกันทำให้ทรัพยากรที่ทุกฝ่ายพึ่งพามีความมั่นคงและยั่งยืนขึ้นได้อย่างไร เพราะธุรกิจที่จะไปรอดได้ ต้องพึ่งพาธรรมชาติที่แข็งแรง” สราวุฒิ กล่าว
สำหรับการเติบโตอย่างยั่งยืน องค์กรจำเป็นต้องวางแผนการเติบโตใหม่เพื่อให้ธรรมชาติและธุรกิจเติบโตอย่างสมดุล นำมาสู่เป้าหมาย Net Water Positive ภายในปี 2030 ซึ่งมุ่งคืนปริมาณน้ำให้ธรรมชาติและชุมชนมากกว่าปริมาณน้ำที่ใช้ในกระบวนการผลิต การเปลี่ยนแปลงสำคัญคือการนำธรรมชาติเข้าไปอยู่ในกระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การวางแผน กำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และการจัดสรรงบประมาณ













