3 สมาคมท้องถิ่นจี้ส่วนกลางส่งหลักฐาน ใช้ประกอบการเพิกถอนบรรจุ หวั่นถูกฟ้องกลับ
3 สมาคมท้องถิ่นจี้ส่วนกลางส่งหลักฐาน ใช้ประกอบการเพิกถอนบรรจุ หวั่นถูกผู้สมัครฟ้องกลับ โอดเป็นแค่หน่วยงานส่วนล่าง รู้แต่ชื่อไม่มีหลักฐาน หากไม่เซ็นก็เสี่ยงผิด ม. 157 ชี้หากใครโกงต้องดำเนินการถึงที่สุด แต่การประหารชีวิตของคนที่ทุจริตเป็นพันเทียบกับการประหารชีวิตคนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวไม่ได้ ย้ำท้องถิ่นไม่เกี่ยวทุจริตสอบ โยน สถ. – ก.กลาง เป็นผู้จัดสอบ ต้องรับผิดชอบปมเพิกถอนรายชื่อ
วันนี้ (18 ส.ค. 69) เวลา 13.00 น. ที่สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย 3 สมาคมท้องถิ่น ประกอบด้วย สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย และสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวกรณีการเพิกถอนข้าราชการท้องถิ่นที่ถูกกล่าวหาคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น โดยมีนายวิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แห่งประเทศไทย เป็นตัวแทนในการแถลง 4 ข้อ ได้แก่
1. นายก อปท. ต้องรับผิดชอบโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นระดับใดในองค์กรและเป็นผู้ออกคำสั่งทั้งการเพิกถอนและบรรจุ ฉะนั้นหากเหตุผล หลักฐาน ตลอดจนข้อกฎหมายไม่มีความชัดเจน นายก อปท. จะกลายเป็นบุคคลแรกที่ต้องรับผิดชอบทางกฎหมาย
2. อปท. แต่ละแห่งมีสถานะเป็น “นิติบุคคล” ที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง ดังนั้นจะไปอ้างความเห็นของ กสถ. หรือ ก.กลาง โดยไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนมาประกอบการพิจารณารองรับไม่ได้เด็ดขาด จึงเห็นควรให้ส่วนกลางส่งข้อมูลมาให้ อปท. ให้ครบถ้วน
3. สมาคมต้องการหลักฐานการทุจริตที่ชัดเจน ว่าผู้สอบผ่านเดิมที่ถูกระบุว่ามีการแก้ไขคะแนนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรกับการทุจริต อย่างน้อยที่สุดควรแนบหลักฐานการแก้ไขคะแนนมาด้วย แต่แนวปฏิบัติของ กสถ. และ ก.กลาง ในปัจจุบัน คือการส่งแค่รายชื่อมาให้ อปท. ปฏิบัติทันที ซึ่งสร้างความไม่ชัดเจนและสุ่มเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องหรือโต้แย้งทางกฎหมาย โดยเฉพาะผู้ที่สอบแข่งขันโดยบริสุทธิ์แต่มีรายชื่อในกลุ่มทุจริตจะดำเนินการอย่างไร
4. การประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบแข่งขันโดยเรียงลำดับใหม่ จะเชื่อได้อย่างไรว่ามีความโปร่งใส บริสุทธิ์ยุติธรรม ในกระบวนการจัดทำบัญชีใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนเหมือนกับบัญชีเดิมที่ถูกยกเลิก กสถ. ควรทำกระบวนการให้มีความชัดเจนตั้งแต่การตรวจสอบชื่อ การเอาข้อสอบมาตรวจ การเรียงลำดับคะแนน จนถึงการประกาศรายชื่อ ว่ามีใครเป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละขั้นตอนบ้าง
ดังนั้น 3 สมาคม อปท. แห่งประเทศไทย จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ก.กลาง ได้ให้ข้อมูล หลักฐานและกระบวนการเรียงลำดับบัญชีใหม่ให้มีความโปร่งใส โดยมีกระบวนการที่ชัดเจนและรักษาผู้ที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์ รวมถึงมีคำสั่งจาก ก.กลาง ให้เพิกถอน ใครทุจริตก็ดำเนินการตามกฎหมายถึงที่สุด
“ถ้าใครโกงข้อสอบให้ดำเนินตามกฎหมายให้ถึงที่สุด แต่การที่เราประหารชีวิตของคนที่ทุจริตเป็นพันคน เทียบกับการประหารชีวิตคนบริสุทธิ์เพียงคนเดียวไม่ได้ ฉะนั้นก็อยากจะให้ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่ทำมติจาก ก.กลาง มาถึง ก.จังหวัด แล้วส่งหลักฐานให้กับทาง อปท. ในการเพิกถอน” นายวิระศักดิ์ กล่าว
นายวิระศักดิ์ ระบุด้วยว่า ตนได้รับแจ้งจากนายกเทศมนตรีนครบางบัวทองว่า ขณะนี้มีข้าราชการ 2 คนที่จะถูกเพิกถอนรายชื่อยืนยันว่าจะฟ้องร้องแน่นอน เพราะมั่นใจว่าเขาสอบเข้ามาตามระบบ ไม่มีการทุจริต ซึ่งตนก็มีโอกาสได้โทรศัพท์พูดคุยกับผู้ที่บอกว่าจะฟ้อง เขาก็ยืนยันว่าทุกสิ่งทุกอย่างเขาทำโดยสุจริต เขาจำเป็นที่ต้องปกป้องสิทธิของเขา ตนคิดว่าน่าจะมีลักษณะแบบนี้เกือบทั่วประเทศ และฝากไปยังนายก อปท. ทั่วประเทศว่าก่อนที่จะเพิกถอน อย่างไรก็ขอให้ดูข้อมูลต่าง ๆ ประกอบด้วย ซึ่งทางนายก อปท. หลายแห่งกังวลใจ เพราะหากไม่ปฏิบัติตามมติของ ก.กลาง และ ก.จังหวัด ก็จะโดนข้อหา ม. 157 แต่ถ้าทำแล้วถูกฟ้องร้อง ก็ต้องไปต่อสู้กันในชั้นศาล
ส่วนกรณี ก.จังหวัด จะประชุมวันที่ 28 สิงหาคม ก่อนส่งมติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พิจารณาเพิกถอนรายชื่อ นายวิระศักดิ์ กล่าวว่า นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องการให้ดำเนินการเพิกถอนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 สิงหาคม แต่ขณะนี้ยังไม่มีหนังสือสั่งการอย่างเป็นทางการ โดยหลัง ก.จังหวัด มีมติ จะส่งให้นายก อปท. แต่ละแห่งพิจารณา บางแห่งอาจตั้งนิติกรหรือคณะกรรมการตรวจสอบหลักฐานก่อนลงนาม เพราะกังวลว่าหากเซ็นเพิกถอนอาจถูกฟ้องร้อง แต่หากไม่ดำเนินการก็เสี่ยงถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157
นายวิระศักดิ์ ระบุอีกว่า การเพิกถอนครั้งนี้เป็นกรณีบัญชีที่มีคะแนนคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง หากมีหลักฐานยืนยันว่าคะแนนคลาดเคลื่อนจริงก็สามารถเพิกถอนได้ จึงอยากให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ส่งข้อมูลและหลักฐานทั้งหมดมายัง อปท. เพื่อให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม เพราะการสอบครั้งนี้ สถ. เป็นผู้จัดสอบ ขณะที่ท้องถิ่นมีหน้าที่รับบุคคลมาบรรจุและไม่ได้เกี่ยวข้องกับกระบวนการทุจริต
ส่วนการตรวจสอบว่าใครทุจริตจริงเป็นอีกกระบวนการหนึ่ง ซึ่งขึ้นอยู่กับตำรวจ ป.ป.ช. และ DSI ขณะที่กระบวนการของ อปท. ขณะนี้คือการเพิกถอนบัญชีเดิมและจัดทำบัญชีใหม่ โดยสิ่งที่กังวลมากที่สุดคือความถูกต้องและความโปร่งใสของบัญชีใหม่ หากภายหลังมีการร้องเรียนและพบปัญหา ก็อาจต้องกลับมาเพิกถอนบัญชีกันอีก
นายวิระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ต้องการเห็นกระบวนการตรวจข้อสอบใหม่อย่างชัดเจน ตั้งแต่การนำข้อสอบดิบมาตรวจ การบันทึกภาพ การรับรองผล และการประกาศบัญชีใหม่ รวมถึงต้องมีคณะกรรมการแต่ละชุดรับผิดชอบเหมือนกระบวนการสอบครั้งแรกตาม TOR หรือไม่ เพราะที่ผ่านมา อปท. ได้รับเพียงรายชื่อและลำดับเพื่อบรรจุ ไม่ได้เห็นรายละเอียดคะแนนทั้งหมด
“ตอนนี้เราไม่มั่นใจแล้ว อยากขอดูคะแนนภาค ก. ภาค ข. ภาค ค. และหลักเกณฑ์การรวมคะแนนให้ชัดเจน เพราะเมื่อมีการเพิกถอนแล้ว คนที่ผ่านบัญชีใหม่ก็ต้องนำมาบรรจุ หากภายหลังมีปัญหาอีกก็จะกลับเข้าสู่รูปแบบเดิม” นายวิระศักดิ์ กล่าว
นายวิระศักดิ์ ย้ำว่า กรณีการบรรจุเดิมเป็นการให้สิทธิผู้สอบได้ จึงไม่มีเหตุให้ต้องสอบสวนย้อนหลัง แต่เมื่อมีการเพิกถอนซึ่งเป็นการตัดสิทธิ ข้อมูลและหลักฐานต้องชัดเจนเพียงพอ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถตรวจสอบและใช้สิทธิตามกฎหมายได้
นอกจากนี้ นายวิระศักดิ์ ยังฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะกำกับดูแล สถ. ว่าให้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูล หลักฐาน และแนวปฏิบัติส่งให้ อปท. อย่างครบถ้วน รวมถึงควรมีแนวทางช่วยเหลือหาก อปท. ถูกฟ้องจากการปฏิบัติตามมติของส่วนกลาง เพื่อให้คนบริสุทธิ์ได้รับความเป็นธรรมและดำเนินการกับผู้ทุจริตจริง
ส่วนต้นทางของปัญหา นายวิระศักดิ์ เห็นว่า ก.กลาง และหน่วยงานที่จัดสอบต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้จัดกระบวนการสอบ โดยที่ผ่านมา อปท. เรียกร้องให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบเองมาโดยตลอด หลังเกิดปัญหาครั้งนี้จึงต้องทบทวนว่าใครควรเป็นผู้จัดสอบและใครต้องรับผิดชอบแก้ไขปัญหา
“ใครทำ ใครต้องแก้ จะปล่อยให้คนที่ไม่ได้ทำเป็นคนรับผิดชอบไม่ได้ ถ้าส่วนกลางเป็นผู้จัดสอบ ก็ควรทำความชัดเจนและกำหนดแนวทางให้ อปท. ปฏิบัติ พร้อมรับผิดชอบหากเกิดปัญหาตามมา อปท. เป็นปลายทางที่ต้องเซ็น ทั้งที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง และอยากให้ ก.กลาง รับผิดชอบโดยตรง” นายวิระศักดิ์ กล่าว
เมื่อถามว่ากระบวนการทั้งหมดมาถึง อปท. ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายก่อนส่งกลับไปที่ ก.กลาง คล้ายเป็นการโยนเผือกร้อนให้ อปท. รับผิดชอบหรือไม่ นายวิระศักดิ์ กล่าวว่า “ก็คล้าย ๆ อย่างนั้น” เพราะ อปท. ต้องเป็นผู้ลงนามเพิกถอน ทั้งที่ไม่รู้ว่าบุคคลใดทุจริตหรือไม่ แต่เมื่อมีมติให้เพิกถอนก็ต้องดำเนินการตามมติ
นายวิระศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเป็นไปได้ ก.กลาง ควรเป็นผู้เพิกถอนตั้งแต่ต้นและรับผิดชอบโดยตรง ไม่ควรส่งภาระมาให้ อปท. โดยควรมีหนังสือและหลักฐานชัดเจน พร้อมให้ส่วนกลางรับผิดชอบทางแพ่งและอาญาที่เกิดจากการดำเนินการ เพื่อให้ อปท. สามารถปฏิบัติได้อย่างมั่นใจ













