‘โฆษก ปชป.’ ยันไม่เซฟ ‘ชัยชนะ’ หลังถูกกล่าวหาตบตำรวจ ชี้หากพบผิดจริงดำเนินการตามระเบียบ
‘โฆษก ปชป.’ ยืนยันไม่เซฟ ‘ชัยชนะ’ หลังถูกกล่าวหาตบตำรวจยศใหญ่ แม้ 2 ฝ่ายให้การตรงกันว่าแค่หยอกล้อ บอกขอเก็บหลักฐานเพิ่มว่ามีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือไม่ ชี้หากพบว่าผิดจริงดำเนินการตามระเบียบ เพื่อรักษาอุดมการณ์-จริยธรรมพรรค
วันนี้ (14 ส.ค. 69) นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ นายชัยชนะ เดชเดโช รองหัวหน้าพรรค ถูกกล่าวหาว่าทำร้ายร่างกายรองผู้กำกับการสืบสวน สภ. ทุ่งใหญ่ว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ละเลยเรื่องนี้ ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านจากทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหา ขณะเดียวกันที่ผ่านมาผู้กำกับการ สภ. ทุ่งใหญ่ ในฐานะผู้บังคับบัญชาของรองผู้กำกับสืบสวน ได้ชี้แจงหลายครั้ง ช่วงแรกที่เกิดเหตุบอกว่าเหตุการณ์ไม่มีอะไร ต่อมาช่วงที่สองบอกว่าผู้เสียหายไม่ติดใจเอาความ ต่อมาก็ให้สัมภาษณ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริงแต่เป็นเพียงแค่การหยอกล้อไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกายกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้นายชัยชนะได้เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวนด้วยตัวเอง และยืนยันว่าไม่มีเจตนาทำร้ายรองผู้กำกับคนดังกล่าว และพร้อมให้ความร่วมมือกับทางตำรวจ และคำชี้แจงของทั้งสองฝ่ายจะขัดแย้งกัน แต่สิ่งหนึ่งที่ตรงกันก็คือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการหยอกล้อกันเท่านั้น แม้ภายหลังจะมีการแจ้งความดำเนินคดี และต้องการเรียกร้องศักดิ์ศรีของตำรวจก็ตาม
นายพงศกรกล่าวว่า ในการแจ้งความครั้งนี้ประเด็นสำคัญคือ หากมีการทำร้ายร่างกายจะได้รับบาดเจ็บ ไม่ว่าจะเล็กน้อยหรือสาหัสก็ถือว่าเป็นการกระทำความผิดตามกฎหมาย แต่หากผู้เสียหายยืนยันว่าไม่ได้รับบาดเจ็บก็ต้องพิสูจน์ต่อว่านายชัยชนะมีเจตนาที่จะทำร้ายร่างกายคู่กรณีหรือไม่ ซึ่งนายชัยชนะได้ยืนยันชัดเจนว่าไม่มีเจตนาทำร้าย และผู้กำกับก็ยืนยันแล้วว่าเป็นการหยอกล้อกัน
นายพงศกรยืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ฟังเพียงแค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการรู้ความจริงว่านายชัยชนะมีเจตนาทำร้ายรองผู้กำกับหรือไม่ หากมีเจตนาก็ถือว่าทำผิดจริง และในช่วงที่ผ่านมาพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการแสวงหาความจริงจากพยานแวดล้อมและพยานหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือจะได้ไม่ต้องมาพิสูจน์ว่านายชัยชนะมีเจตนาหรือไม่ ให้ภาพวิดีโอเป็นตัวยืนยันเองว่ามีเจตนาทำร้ายร่างกายกันจริงหรือไม่ หากนายชัยชนะมีเจตนาทำร้ายจริงพรรคก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอน ทั้งระเบียบพรรคการเมือง จริยธรรมเพื่อรักษาจรรยาบรรณของนักการเมืองเอาไว้ให้ได้
นายพงศกรย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เชื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่ต้องการแสวงหาคำตอบให้ได้ว่านายชัยชนะมีเจตนาทำร้ายร่างกายคู่กรณีจริงหรือไม่
ส่วนที่นายชัยชนะระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประเด็นทางการเมือง นายพงศกรย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับกระบวนการทางคดี เช่นเดียวกันกับพรรคการเมืองอื่นก็ไม่ควรแทรกแซงการทำหน้าที่ของตำรวจ และหากจะมีการยื่นให้มีการตรวจสอบจริยธรรมของนายชัยชนะ พรรคประชาธิปัตย์ก็ยินดี ดังนั้นยืนยันว่าต้องพิสูจน์ให้ได้ว่านายชัยชนะมีเจตนาหรือไม่ แต่สิ่งที่สำคัญคือก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับนายชัยชนะด้วย แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหาย และจะกระทบกับความนิยมของพรรคในพื้นที่ภาคใต้หรือไม่
ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะกระทบต่อฐานเสียงหรือไม่ นายพงศกรย้ำว่า พรรคประชาธิปัตย์ผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่สิ่งที่ทำให้ประชาธิปัตย์อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้คือการยึดมั่นในกฎหมาย พรรคการเมืองสามารถผิดพลาดได้แต่จะไม่ยึดกฎหมายไม่ได้ ดังนั้นยืนยันได้ว่าหากนายชัยชนะมีความผิดจริงก็จะต้องดำเนินการตามระเบียบเพื่อรักษาอุดมการณ์ จริยธรรมพรรคและจริยธรรมนักการเมืองอย่างแน่นอน













