POLITICS

’ซาบีดา‘ มอบ ศมส. รับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ถึง 27 ส.ค.นี้

’ซาบีดา‘ เร่งตั้งสภาคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ฯ มอบ ศมส. รับขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ถึง 27 ส.ค.นี้

วันนี้ (10 ส.ค. 69) ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการระดับชาติขับเคลื่อน พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 โดยได้มอบนโยบายและทิศทางการทำงานด้านกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งมีศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หรือ ศมส. เป็นหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อ

ผศ.ดร.แพร ศิริศักดิ์ดำเกิง ผู้อำนวยการศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ได้กล่าวว่า วัตถุประสงค์สำคัญของการจัดงานวันชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทยประจำปี 2569 เพื่อมุ่งเตรียมความพร้อมให้เครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ทั่วประเทศ สามารถดำเนินการขึ้นทะเบียนเพื่อเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ และมีส่วนร่วมในกลไกต่างๆ ที่ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ กำหนด พร้อมทั้งเป็นเวทีแลกเปลี่ยนประสบการณ์ วิเคราะห์สถานการณ์ และร่วมกันยื่นข้อเสนอเชิงนโยบายการขับเคลื่อนงานภายใต้ พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ ในระยะต่อไป

ทั้งนี้ นายเกรียงไกร ชีช่วง ประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้ยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาลใน 5 ประเด็นสำคัญต่อไปนี้

1.ขอให้รัฐบาลสนับสนุนการดำเนินการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ให้เป็นไปอย่างทั่วถึง โปร่งใส และเข้าถึงทุกชุมชนโดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล และกลุ่มชาติพันธุ์ขนาดเล็ก

2.เร่งจัดตั้งสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามกรอบเวลาของกฎหมาย ให้เกิดกลไกการมีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรม

3.ขอให้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ โดยใช้พ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ เป็นกรอบในการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์ เพื่อขจัดอคติทางชาติพันธุ์ที่เกิดขึ้น

4.ขอให้ส่งเสริมศักยภาพการใช้ทุนทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาและทรัพยากรการจัดการตนเอง เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ดี นำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดี

5.ขอให้รัฐบาลรักษาพื้นที่แห่งการรับฟังความคิดเห็น และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ให้การดำเนินการตามพ.ร.บ.ชาติพันธุ์ฯ เป็นความร่วมมือระหว่างรัฐกับประชาชนอย่างแท้จริง

ด้าน น.ส.ซาบีดา ได้ขานรับข้อเสนอของทางสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และประกาศแนวนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรม ว่าทางรัฐบาลจะสนับสนุนให้การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และรัฐบาลจะผลักดันให้ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นพลังของชาติ ตามนโยบาย “Culture for Opportunity” (วัฒนธรรมสร้างโอกาส) ทั้งโอกาสในการสร้างรายได้และพัฒนาคุณภาพชีวิต ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมมุ่งเปลี่ยนผ่านจากการทำงานแบบหน่วยงานเดี่ยว ไปสู่การบูรณาการร่วมมือกับเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ให้สอดคล้องกับกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศ

“การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นกระบวนการสำคัญที่จะนำไปสู่การเลือกผู้แทน เพื่อจัดตั้งสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย โดยสภาคุ้มครองฯ มีบทบาทเป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือระดับนโยบายระหว่างกลุ่มชาติพันธุ์กับภาครัฐ” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวย้ำ

อย่างไรก็ตาม การขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นไปตามมาตรา 21 ของพ.ร.บ. คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ซึ่งเป็นขั้นตอนสำคัญในการจัดตั้งสภาคุ้มครองฯ โดยกำหนดให้สมาชิกสภาฯ ต้องมาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่ขึ้นทะเบียนกับ ศมส. คัดเลือกกันเองกลุ่มละไม่เกิน 5 คน รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 300 คน สำหรับกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสงค์จะมีสมาชิกในสภาคุ้มครองฯ จะต้องจัดประชุมเพื่อตกลงมอบหมายผู้แทนมาดำเนินการขึ้นทะเบียนในนามกลุ่มก่อนเข้าสู่กระบวนการเลือกผู้แทนต่อไป

Related Posts

Send this to a friend