มท.2 นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง บุกจับผับเถื่อนอัพยา กลางเมืองแปดริ้ว
มท.2 นำชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง (DOPA S.W.A.T.) เปิดปฏิบัติการ ‘บารมีโสธร’ บุกจับผับเถื่อนอัพยา กลางเมืองแปดริ้ว เปิดเกินเวลา – ไม่มีใบอนุญาต และปล่อยเด็กเข้าใช้บริการ พบ ทิ้งยาเกลื่อนร้าน ปัสสาวะสีม่วงเพียบ เตรียมเสนอสั่งฟัน ปิด 5 ปี
วันนี้ (8 ส.ค. 69) เวลา 01.30 น. ชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครอง เปิดปฏิบัติการ ‘บารมีโสธร’ เข้าตรวจสอบสถานประกอบการคล้ายสถานบริการในพื้นที่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา พบเปิดสถานบริการโดยไม่มีใบอนุญาต ลักลอบจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลา พบเยาวชนเข้าใช้บริการ และพบพฤติการณ์ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้สารเสพติด นำโดย นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ รองอธิบดีกรมการปกครอง
ทั้งนี้ จากการสืบสวนและพิสูจน์ทราบสายลับชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองได้ลงพื้นที่สืบสวนสถานประกอบการดังกล่าว หลังได้รับเรื่องร้องเรียน พบว่าสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ภายในเป็นห้องโถงขนาดใหญ่ มีเวทีสำหรับการแสดงดนตรี มีพื้นที่ให้บริการหลายโซน และมีห้อง VIP บริเวณชั้นบนจำนวน 6 ห้อง โดยมีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงจัดให้มีดนตรีและการแสดงเพื่อความบันเทิง บริเวณทางเข้าสถานประกอบการมีการ์ดรักษาความปลอดภัยประมาณ 4-6 คน แต่ไม่มีการตรวจบัตรประจำตัวประชาชนหรือการตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าสถานบริการ อีกทั้งจากการสืบสวนพบว่ามีห้อง VIP ซึ่งสามารถใช้บริการต่อได้หลังจากพื้นที่ด้านล่างปิดให้บริการ
ต่อมา เวลา 00.32 น. สายลับได้สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และชำระเงินผ่านแอปพลิเคชันธนาคาร โดยเงินถูกโอนเข้าบัญชีของเจ้าของร้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับสถานบริการ พร้อมบันทึกวิดีโอเหตุการณ์ไว้เป็นหลักฐาน โดยพฤติการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานประกอบการยังคงเปิดให้บริการและจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เเละพบว่าสถานประกอบการยังคงให้บริการต่อไป
ในระหว่างการสืบสวน สายลับพบผู้ใช้บริการบางรายมีพฤติการณ์น่าสงสัย เดินออกจากห้องน้ำห้องเดียวกันหลายครั้ง จึงเฝ้าสังเกตการณ์และบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ก่อนตรวจสอบบริเวณห้องน้ำ พบหลอดพลาสติกที่คาดว่าใช้สำหรับบรรจุสารเสพติด และพบผงสีขาวลักษณะคล้ายสารเสพติดตกอยู่บริเวณพื้นห้องน้ำ ทั้งนี้ สิ่งของดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบตามกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เเละสายลับยังพบเห็นบุคคลซึ่งคาดว่ามีอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการภายในสถานประกอบการ และมีการสั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์กับทางร้าน
ประกอบกับจากการตรวจสอบฐานข้อมูลของระบบใบอนุญาตประกอบกิจการสถานบริการ ไม่พบว่า “90’s บาร์ & เรสเตอรองต์” ได้รับใบอนุญาตให้ตั้งสถานบริการแต่อย่างใด ขณะที่ลักษณะการประกอบกิจการพบว่ามีการจำหน่ายอาหาร สุราและเครื่องดื่ม มีดนตรีหรือการแสดงเพื่อความบันเทิง รวมถึงมีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้นบนเวทีและบริเวณโต๊ะอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งเข้าลักษณะสถานบริการตามกฎหมาย
สำหรับผลการดำเนินการ พบว่า สถานประกอบการแห่งนี้ดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต, นักเที่ยวอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 39 คน (ชาย14 และหญิง25) โดยมีเด็กอายุต่ำสุด 16 ปี และ 15 ปี จำนวน 3 คน เข้ามาใช้บริการด้วย รวมถึงยังพบผู้มีผลตรวจสารเสพติด จำนวน 32 คน เป็นเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 7 คน (ชาย3 หญิง 4) จากนักเที่ยวและพนักงาน จำนวนรวม 194 คน และพบยาเสพติดถูกทิ้งที่พื้นภายในร้าน
เบื้องต้นพนักงานฝ่ายปกครองได้แจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวผู้จัดการร้าน ส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีในฐานความผิด ตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 3 ประกอบมาตรา 4 พ.ร.บ. สถานบริการ พ.ศ. 2509, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 28 ประกอบมาตรา 39 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้กับบุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ ตามมาตรา 29 (1) ประกอบมาตรา 40 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, ยุยงส่งเสริมให้เด็กประพฤติตนไม่เหมาะสม ตามมาตรา 26 พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546, จัดโปรโมชั่น ลด แลก แจก แถม หรือโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตามมาตรา 32 ประกอบมาตรา 43 พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551, จัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสะสมอาหารโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 38 ประกอบมาตรา 68 พ.ร.บ. การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และดัดแปลงอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 32 ประกอบมาตรา 65 พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
นอกจากนี้ การปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดภายในสถานประกอบการ เข้าข่ายเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ที่ 22/2558 จึงเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตามคำสั่ง พิจารณาสั่งปิดสถานบริการแห่งนี้เป็นเวลา 5 ปี ต่อไป














