‘กลุ่ม Bright Future’ รวมตัวคัดค้านรัฐบาลไทยสานสัมพันธ์ ‘มิน ออง ไลง์’
‘กลุ่ม Bright Future’ รวมตัวคัดค้านรัฐบาลไทยสานสัมพันธ์ ‘มิน ออง ไลง์’ จี้ ยุติรับรองรัฐบาลทหาร-เลิกใช้เอกสาร CI หวิดวุ่น ‘กลุ่มคนไทย’ เดินปรี่ จี้ถาม นี่มันประเทศใคร?
วันนี้ (6 ส.ค. 69) เวลา 13.00 น. หน้าองค์การสหประชาชาติ (UN) ประเทศไทย กลุ่ม Bright Future นัดรวมตัวชุมนุมแสดงออก โดยมีการเปิดร้องเพลง และอ่านแถลงการณ์คัดค้านการสานสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา พร้อมยื่นข้อเรียกร้องเพื่อปกป้องสิทธิแรงงานข้ามชาติ
แถลงการณ์ของกลุ่ม Bright Future ระบุว่า การรวมตัวครั้งนี้มีขึ้นเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างถึงที่สุดต่อการที่รัฐบาลไทยให้การต้อนรับและสานสัมพันธ์กับ นายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และตัวแทนจากสภาบริหารแห่งรัฐ (SAC) ซึ่งกลุ่มผู้ชุมนุมระบุว่าเป็นรัฐบาลทหารที่ยึดอำนาจและใช้ความรุนแรงต่อประชาชนของตนเอง
กลุ่ม Bright Future ระบุว่า การที่รัฐบาลไทยเลือกสานสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา ไม่เพียงส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของไทยในเวทีโลก แต่ยังเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลทหารใช้อำนาจข้ามแดนในการขูดรีดและกดขี่แรงงานข้ามชาติชาวเมียนมาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะผ่านกระบวนการจัดทำเอกสารรับรองบุคคล (Certificate of Identity : CI)
นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงปัญหาความทุจริตและการขูดรีดผ่านศูนย์ CI โดยระบุว่า แรงงานเมียนมาในประเทศไทยกำลังเผชิญการขูดรีดอย่างเป็นระบบ ทั้งจากข้อกำหนดให้แรงงานต้องโอนเงินอย่างน้อยร้อยละ 25 ของรายได้กลับประเทศผ่านระบบธนาคารที่รัฐบาลทหารรับรอง เพื่อใช้ประกอบการต่ออายุใบอนุญาตทำงานเมื่อครบ 4 ปี รวมถึงการเรียกเก็บเงินจากนายหน้าในศูนย์ CI เพิ่มอีก 1,000-3,000 บาทต่อคน โดยไม่มีใบเสร็จ แม้แรงงานจะจองคิวและชำระค่าธรรมเนียมตามกฎหมายแล้วก็ตาม
กลุ่มผู้ชุมนุมยังประณามการกระทำของรัฐบาลทหารเมียนมา โดยระบุว่า มีการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน การทิ้งระเบิดใส่พลเรือน การเผาหมู่บ้าน และการจับกุมทรมานผู้เห็นต่างทางการเมือง ซึ่งเป็นอาชญากรรมสงครามที่ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังระบุว่า ความไม่สงบในเมียนมาส่งผลให้เกิดผู้ลี้ภัยจำนวนมาก และเป็นแหล่งบ่มเพาะอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งยาเสพติดและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ตามแนวชายแดน
ทั้งนี้ กลุ่ม Bright Future ได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อรัฐบาลไทย 3 ข้อ ได้แก่
1.ยุติการสานสัมพันธ์กับรัฐบาลทหารเมียนมา ยุติการให้ความร่วมมือ การต้อนรับ และการรับรองความชอบธรรมของนายมิน ออง ไลง์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และคณะ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนเมียนมา
2.ยกเลิกการใช้เอกสารรับรองบุคคล (CI) โดยให้รัฐบาลไทยรับรองสิทธิการทำงานและการพำนักด้วยการออกเอกสารอนุญาตทำงาน หรือ “บัตรสีชมพู” เพียงใบเดียว โดยไม่ต้องผ่านการรับรองจากสถานทูตเมียนมาภายใต้การควบคุมของรัฐบาลทหาร และ
3.ขอให้รัฐบาลไทยเตรียมการรับรองอำนาจการบริหารของรัฐบาลที่ชอบธรรมของประชาชนเมียนมา และสนับสนุนโครงสร้างการปกครองตนเองในอนาคต
ตัวแทนกลุ่ม Bright Future ให้สัมภาษณ์ว่า แรงงานเมียนมาที่เข้ามาทำงานและพำนักในประเทศไทยเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย พร้อมตั้งคำถามว่าเหตุใดรัฐบาลไทยจึงไม่ให้ความสำคัญกับแรงงานเหล่านี้ โดยระบุว่า “พม่าไม่มีมา 5 ปีแล้ว มิน อ่อง หล่าย ไม่ใช่ผู้นำของคนพม่า ไม่มีใครรับว่าเขาเป็นผู้นำของคนพม่า มีแต่ไทยเท่านั้นที่รับ อาเซียนยังไม่เอา มิน ออง ไลง์ เป็นผู้นำเลย”
ตัวแทนกลุ่มยังกล่าวว่า ประเทศเมียนมากำลังจะมีประเทศใหม่ คือ “ประเทศยะไข่” และเห็นว่าไทยควรเจรจากับ “สหพันธรัฐเมียนมา (Federal Myanmar)” ซึ่งเป็นฝั่งรัฐบาลประชาชน มากกว่ารัฐบาลของมิน ออง ไลง์ พร้อมย้ำว่า “คนพม่าในไทยแสดงจุดยืนว่า ไม่เอามิน ออง ไลง์”
นอกจากนี้ ตัวแทนกลุ่ม Bright Future ยังกล่าวว่า “การกระทำของนายกฯ เป็นอะไรที่สกปรก เราไม่มีวันให้อภัยกับนายกฯ คนนี้ เป็นอัปมงคล ใครจับมิน ออง ไลง์ มีอันเป็นไป คิดว่าประเทศไทยจะมีนายกฯ ใหม่อีกไม่นาน”
ตัวแทนกลุ่มยังแสดงความคิดเห็นว่า ปัญหายาเสพติด แก๊งสแกมเมอร์ การค้าอาวุธ และการค้ามนุษย์ในประเทศไทย มีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ในเมียนมา พร้อมกล่าวถึงพื้นที่รัฐฉานว่าเป็นแหล่งปลูกฝิ่นขนาดใหญ่ และกล่าวพาดพิงถึงกลุ่มติดอาวุธบางกลุ่มในเมียนมา รวมถึงระบุว่า นายมิน ออง ไลง์ เป็นผู้ได้รับผลประโยชน์จากเครือข่ายดังกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่กิจกรรมกำลังดำเนินอยู่ ได้มีกลุ่มคนไทยจำนวนหนึ่งซึ่งไม่เห็นด้วยกับการชุมนุม เดินเข้ามาต่อว่าตัวแทนกลุ่ม Bright Future พร้อมแสดงความเห็นช่วงหนึ่งว่า “นี่มันประเทศใคร ถ้าจะมาประท้วงค่าแรงนั่นมันเรื่องของเอ็ง คนที่ควรออกมาประท้วงควรเป็นคนไทยมากกว่า“














