CRIME

ตำรวจนครบาล บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเวียดนาม โยงคดีซุกไอซ์ในกล่องพัสดุส่งญี่ปุ่น

ตำรวจนครบาล บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวเวียดนาม โยงคดีซุกไอซ์ในกล่องพัสดุส่งญี่ปุ่น พบทำหน้าที่แปรเงินจากการหลอกลวงเป็นทองคำส่งออกต่างประเทศ พร้อมรวบสาวเวียดนามคาโรงพัก หลังหอบเงิน 1.5 แสน พยายามติดสินบนเจ้าหน้าที่

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. พร้อมตำรวจชุดปฏิบัติการจากศูนย์ปราบปรามยาเสพติด สืบ 7 และ สน.โคกคราม สืบสวนขยายผลแกะรอยเส้นทางการเงินจากคดีไอซ์ซุกกล่องพัสดุส่งญี่ปุ่น และคดีสแกมเมอร์หลอกนักศึกษาจับตัวเองเรียกค่าไถ่ พบการแปลงสภาพเงินสดเป็นทองคำแท่งและโทรศัพท์มือถือ

จากการสืบสวนพบว่า ขบวนการดังกล่าวมีพฤติกรรมแบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีดำเนินการ และเข้าพักอาศัยร่วมกันที่โรงแรมย่านนวมินทร์ เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังบุกจับกุมผู้ต้องชาวเวียดนาม 3 ราย ในข้อกล่าวหา “ร่วมกันเป็นอั้งยี่” ท้องที่ สน.โครกคราม “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน (คอนเซ็นเตอร์)” ท้องที่สน.ลุมพินี และมีผู้ต้องหา 1 ราย มีความผิดเพิ่มเติมในข้อหา “ร่วมกันเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ” ท้องที่ สน.บางยี่ขัน เชื่อว่าทรัพย์สินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแปรสภาพเงินก่อนส่งต่อไปยังผู้ร่วมขบวนการในต่างประเทศ

จากการสอบสวน น.ส.เฮียน หนึ่งในผู้ต้องหาชาวเวียดนาม ซึ่งให้การว่า ทำหน้าที่รับจ้างเดินทางไปซื้อทองคำและรับโทรศัพท์มือถือตามคำสั่งของหญิงชาวเวียดนามชื่อ “HOA” ผ่านแอปพลิเคชัน Telegram ได้รับค่าจ้างวันละ 15 ดอลลาร์สหรัฐ เคยเดินทางมาปฏิบัติภารกิจในไทยแล้ว 2 ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ทุกครั้งที่เดินทางไปร้านทอง จะใช้หลักฐานการโอนเงินที่ผู้ว่าจ้างชำระไว้ล่วงหน้าเป็นหลักฐานรับมอบทองคำ ก่อนนำไปส่งต่อให้บุคคลที่นัดหมายไว้ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร

คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โทรศัพท์แอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทโทรศัพท์และตำรวจ สภ.เมืองระนอง อ้างข้อมูลบัตรประชาชนถูกนำไปใช้เปิดบัญชีเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน พร้อมส่งเอกสารคำสั่งศาลปลอม และข่มขู่ให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน 200,000 บาท เข้าบัญชีม้าของขบวนการ ก่อนจะเข้าแจ้งความที่ สน.ลุมพินี ในภายหลัง

ภายหลังควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ สน.โคกคราม มีผู้แจ้งข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ว่า มีความพยายามเสนอเงินเพื่อแลกกับการปล่อยตัวผู้ต้องหา ตำรวจจึงรายงานผู้บังคับบัญชาและวางแผนจับกุม กระทั่ง น.ส.LE THI อายุ 39 ปี สัญชาติเวียดนาม ขับรถมายัง สน.โคกคราม ก่อนเข้าไปภายในห้องไกล่เกลี่ย และมอบเงินสด 150,000 บาท ให้เจ้าหน้าที่แลกกับการให้ช่วยเหลือคดี ทันทีที่ส่งมอบเงิน เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมแจ้งข้อหา ให้สินบนเจ้าพนักงาน และยึดเงินสด 150,000 บาท เป็นของกลาง

Related Posts

Send this to a friend