POLITICS

ครม. รับทราบ ตั้ง คกก.จัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ ‘สิริพงศ์’ แจงยังไม่ยกเลิกแลนด์บริดจ์

ครม. รับทราบ ตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทพัฒนาภาคใต้ ‘สิริพงศ์’ แจงยังไม่ยกเลิกแลนด์บริดจ์ แม้ผลศึกษาเบื้องต้นชี้ไม่คุ้มค่า ย้ำต้องเปิดรับฟังคนในพื้นที่ก่อนตัดสินใจ คาดสรุปทิศทางภายใน 1 ปีทันรัฐบาลนี้

วันนี้ (5 ส.ค. 69) เวลา 11.40 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ (5 ส.ค.) กระทรวงคมนาคมได้นำเสนอเรื่องต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ได้รับทราบเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ ที่ก่อนหน้านี้คณะกรรมการศึกษาแนวทางขับเคลื่อนโครงการแลนด์บริดจ์ ที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานฯ สรุปเบื้องต้นว่าไม่คุ้มค่า และไม่ควรดำเนินการต่อ

อีกทั้งก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้ไปพูดคุยกับกลุ่มเครือข่ายศึกษาการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (SEC Watch) ที่จับตาดูพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอุตสาหกรรมภาคใต้ และเตรียมตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง ซึ่งวันนี้กระทรวงคมนาคมได้แจ้งให้คณะรัฐมนตรีทราบว่าได้ตั้งคณะกรรมการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาภาคใต้ โดยตั้งโจทย์เริ่มต้นด้วยการฟังคนในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง อาทิ สภาการท่องเที่ยว สภาการอุตสาหกรรม สภาหอการค้าในพื้นที่ และผู้แทนกลุ่มผู้ชุมนุม รวมถึงหน่วยงานราชการ เมื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบแล้วว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการชุดนี้ คาดว่าคำสั่งแต่งตั้งจะเสนอให้นายกรัฐมนตรีทราบได้ในสัปดาห์หน้า

นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมยังได้เสนอให้คณะรัฐมนตรีทราบว่า จากเดิมที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) จะทำหนังสือไปที่สำนักนโยบายแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการดำเนินการแต่อย่างใด แต่เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมา จึงจะขอถอนเรื่องออกตามข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม อย่างไรก็ตาม วันนี้ต้องทำความเข้าใจเรื่องแลนด์บริดจ์ให้ชัดว่ากรณีที่มีการพูดถึงว่าแลนด์บริดจ์จะยกเลิกหรือไม่ยกเลิกนั้น ต้องมีการศึกษาของคณะกรรมการชุดนี้ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ในอนาคตเพิ่มเติมว่าทิศทางการพัฒนาภาคใต้จะเป็นไปในทิศทางไหน ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นหนึ่งในกลไกการทำแผน เพื่อแสดงต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ทราบต่อไป ทั้งนี้ คาดว่าการศึกษาจะใช้เวลาไม่เกิน 1 ปี เพื่อให้ทันต่อรัฐบาลนี้ในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

Related Posts

Send this to a friend