นายกฯ ยัน ดูแลระบบชลประทานเต็มที่ ป้องกันน้ำท่วม – ภัยแล้ง
วันนี้ (1 ส.ค. 69) เวลา 09.45 น. ที่อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมเกษตรกรโครงการปรับลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตข้าว ที่แปลงนาสาธิตโครงการปรับลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตข้าว บ้านท่านางเริง โดยได้พบปะกับชาวนา พร้อมรับฟังบรรยายสรุปการปรับลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตข้าวก่อนเยี่ยมชมแปลงนาสาธิต โดยมี นายประภัตร โพธสุธน, นายสรชัด สุจิตต์, นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และนายเสมอกัน เที่ยงธรรม สส.สุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทย นายศุภโชค ศรีสุขขจร , นายพาณุวัฒน์ สะสมทรัพย์ , พันเอก สุขชาต สะสมทรัพย์ และนายอนุชา สะสมทรัพย์ สส.นครปฐม พรรคภูมิใจไทย และยังมีนายอุดม โปร่งฟ้า นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุพรรณบุรี และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องมารอต้อนรับ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณทุกท่านที่วันนี้มาให้การต้อนรับ เพื่อมาดูแปลงนาสาธิตที่นายประภัตร ผู้แทนของพวกท่านตลอดกาล ได้ขอให้ตนมาเห็นกับตา ไม่ใช่เพียงฟังจากการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร เพราะต้องการให้ตนมีความเข้าใจในระบบการทำงาน ว่าพี่น้องชาวนาที่ถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ ทำงานกันอย่างหนักอย่างไร และสร้างรายได้ให้ประเทศอย่างมหาศาล ทั้งนี้ นายประภัตรต้องการให้รายได้นั้นตกอยู่กับพี่น้องชาวนามากที่สุด ซึ่งตรงกับความประสงค์ของตน และความประสงค์ของรัฐบาล ไม่ใช่ว่าทำมาแล้วผลผลิตที่ออกมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของชาวนา กำไรส่วนใหญ่ไปตกอยู่กับพ่อค้าคนกลาง และนายทุน ขณะที่คนผลิตจริงๆมีรายได้ไม่คุ้มค่ากับพลังกับแรงที่ทุกคนทุ่มเทลงไป เรื่องนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญที่สุด ย้ำว่ารัฐบาลต้องการให้รายได้ส่วนใหญ่ตกอยู่กับพี่น้องชาวไร่ชาวนาเกษตรกรทุกคน ที่ถือว่าเป็นต้นทางของการผลิตสินค้าเกษตรทั้งหลาย
นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ในประเทศไทยคนที่รู้เรื่องการปลูกข้าวดีที่สุดไม่เกิน 1 ใน 3 คือนายประภัตร ตนให้ความเชื่อมั่นในข้อมูลของท่าน เพราะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งแต่ทุกคนตรงนี้ยังใส่ขาสั้นอยู่เลย ปีนี้ตนเข้าปีแซยิดแล้ว ถ้ารับราชการคือเกษียณเดือนกันยายน แต่ตนได้เห็นนายประภัตร เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ตนยังไม่จบการศึกษา วันนี้นายประภัตรจะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ไหนก็ได้ แต่ท่านเลือกที่จะเป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุพรรณสุพรรณบุรี โดยไม่มีคำว่าย่อท้อหรือเหน็ดเหนื่อย
อีกทั้ง วันนี้ 1 สิงหาคม เป็นวันเกิดของนายประภัตรด้วย ท่านเพิ่งมาอยู่กับพรรคภูมิใจไทยสมัยแรก แต่ต่อไปทุกวันที่ 1 สิงหาคม ตนต้องล็อกวันไว้ว่าไปที่ไหนไม่ได้ต้องมาสุพรรณบุรี เพราะเป็นวันเกิดบุคคลสำคัญของตน และของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวนาชาวไร่ วันนี้ที่สุพรรณบุรีแม้ สส.จะขาดไป 1 ตำแหน่ง แต่ก็ถือว่าเติมเต็มมาด้วยตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เราถือเป็นพี่น้องกันมาตลอด ดังนั้น สุพรรณบุรีไม่ใช่มีแค่นายบรรหาร ศิลปอาชา เป็นนายกรัฐมนตรีคนเดียว แต่ยังมีนายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า พี่น้องชาวสุพรรณบุรีมีความสำคัญกับตน ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชาวสุพรรณบุรีตั้งใจยกสส.ให้เกือบยกจังหวัด ขาดเพียงคนเดียว แต่เชื่อว่าคราวคราวหน้าน่าจะยกจังหวัดให้ เพราะขาด 1 คนบางทีทำงานไม่สะดวกขาดความคล่องแคล่ว เพราะมีบริบททางการเมืองต่างๆ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงเมื่อเป็นรัฐบาลแล้วเราดูพี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ได้ดูว่ามาจากพรรคไหน แต่ถ้าได้ทั้งจังหวัดมาจากพรรคเดียวกันจะทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างเต็มที่มากกว่า ได้ 4 จาก 5 คน ก็ไม่รู้จะขอบคุณพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีอย่างไรแล้ว สำหรับการมาเสนอตัวครั้งแรกของภูมิใจไทยในจังหวัดสุพรรณบุรี
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า ตนนี้มีความสนิทสนมตั้งแต่สมัยนายบรรหาร ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ และเห็นว่าถ้าทำให้ทุกที่มีความสะดวกสบายเหมือนจังหวัดสุพรรณบุรี ประเทศไทยไม่ต้องกลัวใคร ประเทศไทยจะมีความเจริญ ซึ่งขณะนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอยู่ เช่น เรื่องชลประทานที่หากวันนี้เราไม่จัดการน้ำ น้ำก็จะจัดการเรา สมัยที่ตนอยู่กระทรวงมหาดไทยเพียงอย่างเดียวไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มาดูปัญหาน้ำท่วม ภัยแล้ง และภัยพิบัติต่างๆ พบว่าทุกอย่างมีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบชลประทาน ตนต้องผลักดันอย่างจริงจัง แต่ยังไม่ได้เป็นหัวหน้ารัฐบาล เป็นแค่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงยังไม่สามารถทำได้
“ผมมาถึงจุดนี้แล้วคงไม่สามารถบอกว่านายกฯจะไม่อนุมัติอะไร เพราะวันนี้ผมเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ผมให้คำสัญญากับประชาชนว่าสิ่งที่ผมอยากเห็นผมต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นระบบชลประทานต่างๆ โดยเฉพาะในภาคกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากทางภาคเหนือ ผมได้ให้ทำการศึกษาพร้อมอนุมัติงบประมาณ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการป้องกันภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะภัยน้ำท่วมที่มาในช่วงที่พี่น้องกำลังทำนา เป็นการป้องกันวางแผนให้ดีไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก แต่ถ้าเกิดความเสียหายจากความผิดปกติของฤดูกาล จะต้องเป็นความเสียหายที่เกิดน้อยที่สุด ยืนยันว่ามีงบประมาณในการทำสิ่งเหล่านี้ วันนี้โทษใครไม่ได้แล้วมาถึงจุดนี้แล้วขอให้ทุกคนเชื่อใจว่าผมจะทำเรื่องระบบชลประทาน ให้การประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชนเกิดความสะดวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งตนเสนอแผนงานซึ่งมีพร้อมอยู่แล้วในรัฐบาล และกลุ่มที่ทำงานร่วมกัน ซึ่งจะพิจารณาตามกรอบอำนาจที่นายกรัฐมนตรีมีอยู่“ นายกรัฐมนตรี กล่าว













