POLITICS

‘รักชนก’ ซัดมีงบประชาสัมพันธ์ 30 ล้าน แต่เพิ่งเริ่มโปรโมตลงทะเบียนเลือกตั้ง

‘รักชนก’ ซัดประกันสังคมตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ มีงบประชาสัมพันธ์ 30 ล้าน แต่เพิ่งเริ่มโปรโมตลงทะเบียนเลือกตั้ง ปลุกคนลงทะเบียนใช้สิทธิ หวั่น ‘พนัส’ หวนนั่งบอร์ด หลังเป็นมาแล้ว 8 สมัย

วันนี้ (16 ก.ค. 69) ที่อาคารรัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส. กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงจำนวนผู้ประกันตนและนายจ้างที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคมว่า แม้กฎหมายจะไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่อยากให้ทุกคนตระหนักว่า ประกันสังคมเป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนไม่สามารถเลือกได้ว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย เพราะกฎหมายกำหนดให้ต้องส่งเงินสมทบเข้ากองทุนทุกเดือน แต่สิ่งที่ทุกคนสามารถเลือกได้ คือการเลือกบุคคลที่จะเข้าไปบริหารจัดการเงินกองทุนประกันสังคม ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ารวมเกือบ 3 ล้านล้านบาท แม้จะไม่มีบทลงโทษตามกฎหมายสำหรับผู้ที่ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง แต่ผลกระทบที่แท้จริงจะตกอยู่กับผู้ประกันตนเอง

แต่การที่ท่านไม่ไปใช้สิทธิ สิ่งที่ทุกคนจะโดนลงโทษ ท่านก็จะได้คนที่ไม่ได้มีเจตจำนงในการที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหา การใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่าหรือแปลกประหลาด ยกตัวอย่าง การทำปฏิทินหรือการเอาเงินไปตัดสูทแจกสำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือแม้กระทั่งการเอาเงินผู้ประกันตน 7 พันล้านไปลงทุนในตึกที่มีมูลค่าแค่ 3 พันล้านบาท อาจจะเกิดขึ้นอีกก็ได้ในอนาคต

นางสาวรักชนกกล่าวต่อว่า หากยังคงบริหารกองทุนประกันสังคมในรูปแบบเดิม อีกประมาณ 20 ปีข้างหน้า ประกันสังคมมีโอกาสล่มสลายอย่างแน่นอน ดังนั้น หากทุกคนต้องการเปลี่ยนแปลงอนาคตของกองทุนประกันสังคม จำเป็นต้องเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้ ด้วยการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ศึกษานโยบายของผู้สมัคร และเลือกบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และมีความตั้งใจเข้ามาแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง

ส่วนเสียงสะท้อนของประชาชนที่ไม่ลงทะเบียนเลือกตั้ง เนื่องจากมองว่าขั้นตอนยุ่งยาก รวมถึงวันเลือกตั้งตรงกับวันอาทิตย์ ซึ่งผู้ประกันตนบางส่วนอาจไม่สะดวกเดินทางไปใช้สิทธิ นางสาวรักชนกกล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นความบกพร่องของสำนักงานประกันสังคมอย่างชัดเจน สำนักงานประกันสังคมใช้งบประมาณจัดการเลือกตั้งประมาณ 300 ล้านบาท และยังมีงบประชาสัมพันธ์เฉพาะการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมอีก 30 ล้านบาท

งบประมาณเหล่านี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ถูกละลายไปโดยที่ไม่มีประสิทธิภาพเลย เพราะยกตัวอย่าง เช่น งบประมาณประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งเพิ่งจะออกมาเรียกว่ามีผู้ชนะการประมูลในการประชาสัมพันธ์ต้นเดือนกรกฎาคมเอง เราลงทะเบียนกันมาตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย. 69 แต่ว่างบประชาสัมพันธ์เพิ่งจะออกในเดือน ก.ค. แบบนี้จะเรียกว่าประสิทธิภาพได้อย่างไร

ประกันสังคมไม่รู้หรือว่า จะต้องมีการเลือกตั้งมาตั้งแต่ปีกว่า ๆ ท่านไม่เตรียมตัว ไม่ทำอะไรเลย ถ้าทำงานแบบประกันสังคมแบบทุกวันนี้ ถ้าท่านอยู่ในบริษัทเอกชนโดนไล่ออก ไม่มีใครในสำนักงานประกันสังคมที่ทำงานแบบนี้ถ้าไปอยู่ในเอกชนแล้วท่านจะรอด แต่ที่ทุกคนยังลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะว่าอยู่ในระบบราชการ ไม่มีใครสามารถที่จะทำอะไรสำนักงานประกันสังคมได้

ขอเรียกร้องให้ผู้ประกันตนออกไปปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะไม่มีใครสามารถทำแทนได้ โดยบทบาทของตนเองทำได้เพียงนำข้อมูลมาเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ผู้ที่จะปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกันตนได้จริง คือคณะกรรมการประกันสังคมที่มาจากการเลือกตั้ง

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า ‘นายพนัส ไทยล้วน’ อดีตกรรมการประกันสังคมหลายสมัย ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นกรรมการประกันสังคมอีกครั้ง นางสาวรักชนกกล่าวว่า ‘นายพนัส’ เคยดำรงตำแหน่งกรรมการประกันสังคมมาแล้วถึง 8 สมัย หรือรวมระยะเวลาประมาณ 16 ปี จากประวัติศาสตร์ของประกันสังคมที่มีมากว่า 30 ปี

“‘คุณพนัส’ เป็นมาแล้ว 8 สมัย คูณสองคือ 16 ปี เป็นสองสมัยแล้วเขาให้เว้น แล้วก็มาสมัครใหม่สองสมัยเป็นแบบนี้ค่ะมาตลอดระยะเวลาที่มีประกันสังคมมา คิดเอาเองแล้วกันว่าประกันสังคมทุกวันนี้เป็นยังไง ท่านอยากจะได้การบริหารงานแบบประกันสังคมที่ผ่านมา เอาประกันสังคมกลับไปไว้ในหลุมดำเหมือนเดิม ก็รวมตัวกันไปเลือก ‘คุณพนัส’ ค่ะ”

นางสาวรักชนกกล่าวว่า ขอให้ประชาชนพิจารณาผลงานของการบริหารกองทุนประกันสังคมตลอดช่วงเวลาดังกล่าวด้วยตนเอง หากประชาชนต้องการให้การบริหารงานเป็นเหมือนที่ผ่านมา ก็สามารถเลือกผู้สมัครคนเดิมได้ แต่หากต้องการเห็นการปฏิรูป การบริหารที่โปร่งใส ยั่งยืน และทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีขึ้น ก็ขอให้ลงทะเบียนและออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง พร้อมศึกษานโยบายของผู้สมัครแต่ละคนและใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เห็นว่าเหมาะสมที่สุด

Related Posts

Send this to a friend