‘โสภณ’ ย้อนสื่อทำหนังสือจี้ตอบกระทู้ แล้วยุคนั้นนายกฯ มาตอบไหม ลั่น ผมเป็นกลางที่สุดแล้ว
‘โสภณ’ ย้อนสื่อทำหนังสือจี้ตอบกระทู้ แล้วยุคนั้นนายกฯ มาตอบไหม ชี้ ต้องแก้ข้อบังคับ ลั่น ผมเป็นกลางที่สุดแล้ว หลายครั้งรัฐบาลประท้วงฟังไม่ขึ้น ฝ่ายค้านยังเคยชมตอนวินิจฉัยถูกใจ
วันนี้ (16 ก.ค. 69) นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตอบคำถามสื่อมวลชนในงานแถลงผลงานสภาผู้แทนราษฎร “122 วันพลิกโฉมสภาฯ แก้ปัญหาเพื่อประชาชน” ณ โถงหน้าห้องสัมมนา B1 อาคารรัฐสภา ถึงกรณีที่มีการตั้งคำถามถึงความเป็นกลางในการทำหน้าที่ระหว่างประธานและฝ่ายค้านว่า ที่ผ่านมาตนเองเป็นกลางที่สุดแล้ว ฝ่ายรัฐบาลกล่าวหาว่าตนเองไม่เป็นกลาง ดูการประท้วงหรือไม่ เวลารัฐบาลประท้วงฟังไม่ขึ้นสักเรื่อง แต่ที่ฝ่ายค้านประท้วง ประเด็นใดฟังขึ้นตนเองก็รับฟัง ความไม่เป็นกลางมากล่าวหาลอย ๆ ใครก็พูดได้
“ถ้าผมจะตัดสินเข้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ผมต้องสร้างศัตรูอีกฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายค้านยังเคยชมเวลาผมวินิจฉัยถูกใจท่าน ผมบอกไม่ต้องชม เปิดคลิปดูได้ หากวินิจฉัยถูกใจก็ว่าผมดีชอบชม ฝ่ายนี้ก็ไม่ชอบ ฉะนั้นก็เลือกวิธีใช้ข้อบังคับเป็นหลัก”
นายโสภณกล่าวต่อว่า ประธานในที่ประชุมทั้ง 3 คน ต้องใช้ข้อบังคับ ดังนั้นจึงมอบหมายให้ไปแก้ข้อบังคับที่ไม่สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ เพราะประธานในที่ประชุมหนักใจ อย่างการใช้คำว่าดุลยพินิจของประธานเมื่อวินิจฉัยแล้วก็ต้องจบ ตนเองอยู่สภาฯ ตั้งแต่ปี 2544 เรื่องในสภาฯ จบแล้วก็คือจบ แต่หลัง ๆ มานี้ไปจบที่การแถลงข่าว คนชอบก็บอกว่าตนเองเป็นกลาง คนไม่ชอบ ตนเองเป็นกลางอย่างไรก็บอกว่าตนเองไม่เป็นกลาง จึงไม่จำเป็นจะต้องบอกว่าเป็นกลางหรือไม่ เพราะตนเองยึดข้อบังคับ
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่รัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยมาตอบกระทู้ เพราะติดภารกิจสำคัญ ซึ่งในสมัยที่นายชวน หลีกภัย เป็นประธานสภาฯ ได้ทำหนังสือไปถึงนายกฯ สมัยนี้จะทำหนังสือถึงนายกฯ อนุทินให้มาตอบกระทู้สักครั้งหรือไม่ นายโสภณถามกลับว่า “ทำแล้วสมัยนั้น นายกฯ มาตอบไหม” อยู่ที่ความรับผิดชอบของแต่ละฝ่าย อยู่ที่ข้อบังคับ คุณจะไปตำหนิท่านไม่ได้ เพราะข้อบังคับให้มอบหมายได้
ฉะนั้นคนไปเปรียบเทียบยุคนี้ยุคนั้น ต้องดูรูปธรรมที่เกิดขึ้น ตนเองจึงไม่ชอบด้อยค่าฝ่ายนั้นฝ่ายนี้ แต่เอาผลของการกระทำ แม้แต่ในอดีตนายกฯ ก็เคยหารือกับตนเองว่าทำอย่างไรจะมาตอบกระทู้ ตนเองบอกว่าต้องแก้ข้อบังคับ ไม่ให้เลื่อนตอบกระทู้ หากเลื่อนจะต้องมีเหตุผลเขียนให้ชัดเจน กติกาบ้านเมืองจบด้วยกฎหมาย หากกฎหมายบอกให้ทำได้แล้วเราไม่ยอมรับกฎหมาย ประเทศนี้เดินไม่ได้













