POLITICS

ปชน. แถลงผลคุยทูตจีน ตรวจสอบสารปนเปื้อนในแม่น้ำ แนะรัฐบาล ถือธงนำ แก้ปัญหา

พรรคประชาชน แถลงผลคุยทูตจีน ส่งข้อมูล 2,676 เหมืองในเมียนมา ร้องตรวจสอบสารปนเปื้อนในแม่น้ำ แนะ รบ. ถือธงนำ แก้ปัญหา พร้อมใช้มาตรการทางการทูต – กดดันทางเศรษฐกิจ ย้ำ ไทยไม่ได้ประโยชน์ แต่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ

วันนี้ (15 ก.ค. 69) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน แถลงข่าว ครม. เงา ถึงปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยระบุว่า ปัญหามลพิษในแม่น้ำ ตนเองและพรรคประชาชนได้พูดคุยกับทูตจีนที่สถานทูตจีนโดยตรง ซึ่งทางการจีนแสดงจุดยืนมาโดยตลอดว่าพร้อมสนับสนุนประเทศไทยให้แก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะสารพิษในน้ำไม่ได้สร้างผลกระทบเฉพาะคนไทยเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงเพื่อนบ้านนับล้านคน ซึ่งวันนั้นสถานทูตได้ให้คำมั่นกับพวกเรากลับมาว่า หากมีข้อมูลข้อเท็จจริงที่ทำให้เห็นว่าเหมืองที่เปิดอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดมลพิษจริง และเป็นเหมืองที่มีการส่งออกนำเข้าไปยังประเทศจีน โดยจีนมีกฎหมายเข้มงวดในเรื่องการนำเข้าแร่แรร์เอิร์ธว่าต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ทางการจีนพร้อมเข้ามาจัดการเรื่องนี้ เพราะเขาให้ความสำคัญเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่อยากให้สายตาของประชาชนชาวไทย และประชาคมโลกมองว่ารัฐบาลจีนสนับสนุนธุรกิจที่ไม่ถูกต้อง

นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ตนเองและ นายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส. เชียงใหม่ พรรคประชาชน ได้เข้าพบทูตจีนโดยตรงเมื่อวานนี้ ที่สถานทูตจีน และรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่เป็นข้อเท็จจริง ผลตรวจทางวิทยาศาสตร์ว่าสารพิษที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีต้นทางมาจากประเทศไทย แต่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งต้องขอขอบคุณท่านทูตที่ได้เน้นย้ำหลายครั้งว่า หลังจากได้รับข้อมูลแล้ว จะส่งไปยังปักกิ่งโดยตรง รัฐบาลจีนโดยตรง และสิ่งหนึ่งที่จีนเรียกร้องกลับมาอย่างรัฐบาลไทย คือ เรื่องนี้รัฐบาลจีนไม่สามารถแบกรับและแก้ไขเพียงคนเดียวได้ ต้องมีรัฐบาลไทยและประเทศเพื่อนบ้านแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งตนเชื่อมั่นว่า หากรัฐบาลไทยใช้การทูตที่ถูกต้อง ไทยในฐานะผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ถือธงนำในเรื่องนี้ รัฐบาลจีนพร้อมสนับสนุนการทำงานของทางการไทยเช่นเดียวกัน และพร้อมตั้งคณะทำงานหลายฝ่ายประกอบด้วยทางการจีน ฝ่ายไทย เมียนมา และประเทศอื่น ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกัน

นายภัทรพงษ์ กล่าวว่า เมื่อวานได้เข้ายื่นบันทึกพร้อมกับเอกสารอ้างอิงอย่างละเอียดให้กับทางจีน ให้เห็นชัดเจน ไม่ใช่แค่ผลการตรวจน้ำและตะกอนดิน หรือผลที่ยืนยันว่าสารพิษเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากกิจกรรมภายในประเทศ หรือไม่ได้เกิดจากธรรมชาติภายในประเทศไทย แต่ยังมีข้อมูลที่ละเอียดลงลึกยิ่งกว่านั้น คือพิกัดเหมือง 2,676 เหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่ร้องขอให้ทางจีนได้ตรวจสอบตามกฎหมายที่จีนเองมีอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นการร้องขอให้จีนกระทำการใด ๆ นอกเหนือจากกฎหมายของเขาเลย ดังนั้น เป็นการร้องขอเบื้องต้นเพื่อให้ทางพรรคประชาชนสามารถทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคน ในการประสานระหว่างจีนและประชาชน ให้จีนแสดงให้คนไทยเห็นว่า จีนมีความจริงใจและใส่ใจต่อปัญหานี้มากน้อยแค่ไหน โดยได้ยื่นเอกสารมากกว่า 500 หน้า ทั้งข้อมูลวิทยาศาสตร์ งานวิจัยที่รองรับ ให้จีนได้เห็นชัดเจนว่าสารพิษเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในประเทศไทย แต่ประเทศไทยและประเทศในลุ่มน้ำโขงทั่วประเทศได้รับผลกระทบเต็ม ๆ

“สิ่งแวดล้อม ไม่มีเส้นแบ่งเขตแดน ประชาชนทุกคนได้รับผลกระทบร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติใด แต่ว่าการกระทำในส่วนนี้ รัฐบาลไทยต้องเป็นแกนนำในการเดินหน้าเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะปัญหานี้ประเทศไทยไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ เลย แต่ได้รับผลกระทบเต็ม ๆ” นายภัทรพงษ์ กล่าว

นายณัฐพงษ์ เน้นย้ำว่า การแก้ปัญหา หรือวิธีที่รัฐบาลทำอยู่ อาจไม่เพียงพอ อาจเห็นท่าทีการแสดงบทบาทของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พูดคุยกับทางเมียนมา แต่อย่าลืมว่าที่ตั้งเหมืองหลาย ๆ ที่ ไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจการควบคุมดูแลของรัฐบาลเมียนมาโดยตรง อาจจะอยู่ในกลุ่มชาติพันธุ์ ชนกลุ่มน้อยต่าง ๆ ในเมียนมาด้วย ดังนั้น วิธีจัดการเรื่องนี้ อีกหนึ่งมาตรการสำคัญ คือมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจ หากดูตัวเลขการนำเข้าแร่หายากหนัก ที่ทางจีนนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ ต้องบอกว่าประเทศเมียนมา มีสัดส่วนที่สำคัญมาก เกือบทั้งหมดที่นำเข้าในจีน มาจากเมียนมา ดังนั้นหากจีนมีข้อเท็จจริงที่ชี้ชัดว่า แร่ต่าง ๆ ที่นำเข้าจากนอกประเทศ จากประเทศเพื่อนบ้านของไทย ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายของจีน ไม่ได้ควบคุมเรื่องสิ่งแวดล้อมอย่างดีเพียงพอ ทางการจีนสามารถออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจในการบังคับให้เหมืองแร่เหล่านั้น ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานที่จีนเป็นผู้กำหนด โดยทูตได้เน้นย้ำหลายรอบว่าพร้อมสนับสนุนการทำงานส่วนนี้

เมื่อถามว่าเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยได้ชี้แจงว่า ข้อมูลเหล่านี้ยังไม่ได้ข้อสรุป และมีการใส่ร้ายป้ายสีจีน พร้อมเรียกร้องให้พรรคประชาชนมีท่าทีเป็นกลาง และแสดงวิสัยทัศน์อย่างสร้างสรรค์นั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ตนเองเห็นด้วยกับสิ่งที่ทางสถานทูตจีนออกมาสื่อสาร ตนเองเข้าใจทั้งสองฝ่าย เชื่อว่าสิ่งที่เป็นทางออกจริง ๆ คือการนำข้อเท็จจริงมาพูดในเวทีสาธารณะ และหากได้ข้อเท็จจริงแล้ว เชื่อว่าทางการจีนพร้อมสนับสนุนรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหา

Related Posts

Send this to a friend