เลขาฯ ป.ป.ส.เผยผลหารือ AFP-ABF แลกเปลี่ยนข้อมูลสืบสวนคดีแอร์โฮสเตส
เผยรู้ปลายทางผู้รับแล้ว แต่ยังไม่เปิดรายละเอียด หวังสาวถึงเครือข่ายคนส่ง-คนรับและผู้เกี่ยวข้องทั้งสองประเทศ นายกฯเตรียมหารือบอร์ด ป.ป.ส. 3 ก.ค. เพิ่มมาตรการสกัดยาเสพติด
วันนี้ (1 ก.ค. 69) เวลา 15.40 น. ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภายหลังผู้แทนจากตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย (Australian Federal Police: AFP) และหน่วยงาน Australian Border Force (ABF) นำโดยนางคริสตี้-ลี เครสซี เจ้าหน้าที่อาวุโสสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กรุงเทพฯ และนายเบรนดอน แบสฟอร์ด เจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานสำนักงานตำรวจสหพันธ์ออสเตรเลีย กรุงเทพฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย (Australian Border Force: ABF) ได้แก่นายเจมส์ ไรอัน ที่ปรึกษาสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย และนายบรรพต เด่นเมธารัตน์ ผู้ดูแลโครงการอาวุโสสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย กับพันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนคดีแอร์โฮสเตสสาวชาวไทย อายุ 26 ปี ถูกจับกุมพร้อมเฮโรอีนภายในสัมภาระ หลังเดินทางถึงท่าอากาศยานเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยใช้เวลาหารือประมาณ 1 ชั่วโมง 40 นาที
ภายหลังการประชุม พันตำรวจตรี สุริยา เปิดเผยว่า การหารือครั้งนี้เป็นการประชุมร่วมภายใต้ปฏิบัติการ TaskForce Storm ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง AFP, ABF, สำนักงาน ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่ดำเนินงานร่วมกันมาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลการสืบสวนตั้งแต่เริ่มมีการจับกุมจนถึงปัจจุบัน เพื่ออัปเดตความคืบหน้าของคดีและขยายผลไปยังต้นตอของขบวนการค้ายาเสพติด
เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ขณะนี้ทั้งไทยและออสเตรเลียยังแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เนื่องจากต้องการพิสูจน์ทราบเครือข่ายผู้ที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งประเทศไทยและออสเตรเลีย
ส่วนสถานะของผู้ต้องหานั้น พันตำรวจตรี สุริยา ระบุว่า การดำเนินคดีในออสเตรเลียเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม โดยทางการออสเตรเลียได้จัดหาทนายความให้ผู้ต้องหาแล้ว ขณะที่ประเด็นว่าแอร์โฮสเตสสาวจะเป็นผู้กระทำผิดหรือเป็นเหยื่อของขบวนการยังอยู่ระหว่างการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน
สำหรับกรณีที่มีข้อมูลว่าแอร์โฮสเตสสาวเป็นผู้แจ้งสำแดงสัมภาระด้วยตนเองก่อนถูกตรวจค้นนั้น พันตำรวจตรี สุริยา กล่าวว่า เป็นขั้นตอนปกติของศุลกากรออสเตรเลีย ซึ่งจะสอบถามลูกเรือทุกคนว่ามีการนำสิ่งของของผู้อื่นติดตัวมาหรือไม่ หรือมีสิ่งของที่ต้องสำแดงหรือไม่ โดยผู้ต้องหาระบุว่านำกระเป๋ามา 12 ใบ และยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ จนนำไปสู่การตรวจพบเฮโรอีนในสัมภาระบางส่วน ซึ่งขณะนี้ของกลางยังอยู่ระหว่างการตรวจพิสูจน์ในห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันปริมาณที่แน่ชัด
เมื่อถูกถามถึงความคืบหน้าการขยายผลในออสเตรเลีย พันตำรวจตรี สุริยา ยอมรับว่า มีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการแล้ว แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะยังอยู่ระหว่างการติดตามตัว โดยขณะนี้พบข้อมูลทั้งผู้ส่ง ผู้รับ และเส้นทางการเงิน ซึ่งต้องตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างรอบคอบ นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเครือข่ายบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแหล่งผลิตผ่านประเทศไทย เพื่อนำส่งไปยังออสเตรเลีย รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลบุคคลเป้าหมายระหว่างกัน เพื่อขยายผลดำเนินคดีต่อไป
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ทราบปลายทางที่แอร์โฮสเตสสาวจะนำยาเสพติดไปส่งแล้วหรือไม่ พันตำรวจตรี สุริยา เปิดเผยว่า “ทราบแล้วครับ” แต่ยังขอสงวนรายละเอียด โดยระบุว่าอยู่ในข้อมูลที่ทั้งสองฝ่ายจะใช้สืบสวนร่วมกัน และขอเวลาให้ทางการออสเตรเลียดำเนินการสืบสวนเพิ่มเติมอีกระยะหนึ่ง และส่วนความคืบหน้าการติดตามผู้ที่เป็นผู้ส่งพัสดุต้นทางในประเทศไทยนั้น ขณะนี้มีผู้ให้เบาะแสเข้ามาบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างคัดกรองข้อมูล และขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องตัวจริงเข้ามาแสดงตัวกับเจ้าหน้าที่
เลขาธิการ ป.ป.ส.ยังระบุว่า ขณะนี้ไม่เพียงแต่สำนักงาน ป.ป.ส. เท่านั้น แต่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งกองบัญชาการตำรวจนครบาลและกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ต่างมีการสืบสวนเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว และคาดว่าในช่วง 1 – 2 วันนี้อาจมีการจับกุมผู้ร่วมขบวนการหรือเครือข่ายค้ายาเสพติดเพิ่มเติม
พร้อมกันนี้เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับกรณีดังกล่าว และกำหนดประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. ในวันที่ 3 กรกฎาคมนี้ โดยจะนำประเด็นคดีแอร์โฮสเตสสาวและการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังออสเตรเลียเข้าสู่การพิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามให้เข้มงวดยิ่งขึ้น ทั้งด้านการตรวจสอบ การสแกน และการเอกซเรย์สัมภาระ โดยนายกรัฐมนตรีจะเป็นประธานการประชุมด้วยตนเอง
ด้านนายเจมส์ ไรอัน ที่ปรึกษาสำนักงานพิทักษ์เขตแดนแห่งออสเตรเลีย ตัวแทน Australian Border Force (ABF) กล่าวยืนยันว่า ออสเตรเลียและไทยมีความสัมพันธ์ด้านการบังคับใช้กฎหมายมาอย่างยาวนาน พร้อมขอบคุณเลขาธิการ ป.ป.ส.ที่ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามและความเสี่ยงที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญร่วมกันในภูมิภาค













