ASEAN

ต่างชาติกว่า 5,300 คนยังติดค้างในเมืองสแกมเมอร์ ฝั่งเมียวดี-เมียนมา

ต่างชาติกว่า 5,300 คนยังติดค้างในเมืองสแกมเมอร์ ฝั่งเมียวดี-เมียนมา เครือข่ายฯ ร้องตำรวจช่วยเหลือด่วน บางรายถูกขายต่อเป็นทอด ๆ ติดมากว่า 2 ปีแล้ว

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 น.ส. กฤติญา ผู้ประสานงานเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ขอให้ติดตามการดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ในเขตกองกำลัง DKBA โดยเร่งด่วน

กฤติญาเปิดเผยว่าเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ได้ประสานส่งข้อมูลเพื่อขอความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งถูกหลอกลวง กักขัง ทำร้ายร่างกาย และบังคับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์ในแหล่งสแกมหลายแห่งฝั่งเมียวดี ภายใต้พื้นที่ควบคุมของกองทัพกะเหรี่ยงพุทธประชาธิปไตย (Democratic Karen Buddhist Army – DKBA) ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีผู้เสียหายบางส่วนได้รับการช่วยเหลือแล้วนั้น เครือข่ายฯ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ได้ทุ่มเทติดตามและดำเนินการช่วยเหลือผู้เสียหายจนประสบผลสำเร็จ แม้จะเป็นภารกิจที่มีความซับซ้อนและยากลำบาก

อย่างไรก็ตามยังคงมีผู้เสียหายอีกเป็นจำนวนมากที่ยังถูกกักขังอยู่ในแหล่งสแกมดังกล่าว จากการจัดทำข้อมูลล่าสุด พบผู้เสียหายที่ยังตกค้างอยู่ในแหล่งสแกมเมอร์อย่างน้อย 4 แห่ง จำนวน 5,300 คนในพื้นที่ควบคุมของกองกำลัง DKBA สิ่งที่น่าวิตกอย่างยิ่งคือแหล่งสแกมจำนวนมากยังไม่มีการกวาดล้างหรือปฏิบัติการเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายที่ตกค้างทั้งหมดออกมา ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือจากโลกภายนอกได้ ขณะเดียวกันยังไม่มีการขยายผลเพื่อนำไปสู่การจับกุมผู้บงการเครือข่ายอาชญากรรมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่งผลให้ขบวนการเหล่านี้ยังคงฉ้อโกงออนไลน์ ค้ามนุษย์ สร้างความเสียหายแก่เหยื่อทั่วโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป

กฤติญาระบุว่าขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติและแหล่งสแกมที่ยังเปิดดำเนินการอยู่เป็นจำนวนมากตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้งในด้านการฟอกเงิน การแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม การเมือง และการบังคับใช้กฎหมาย ตลอดจนก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ สังคม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของประเทศและภูมิภาค เครือข่ายฯ จึงใคร่ขอความกรุณาท่านตรวจสอบและเร่งดำเนินการประสานช่วยเหลือผู้เสียหายกลุ่มดังกล่าวภายใต้หลักสิทธิมนุษยชน ความเสมอภาค และการไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อคุ้มครองชีวิตและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้เสียหายทุกคนให้สามารถคืนกลับภูมิลำเนาได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้จากข้อมูลของเครือข่ายภาคประชาสังคมเพื่อช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่พบว่ายังมีชาวต่างชาติกว่า 5,300 คน ติดค้างอยู่หลายเดือน และมีหลายชาติ เช่น ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน มาเลเซีย บราซิล รัสเซีย เคนยา ยูกันดา รวันดา ซิมบับเว เป็นต้น โดยบางรายติดอยู่กว่า 2 ปีแล้ว ซึ่งถูกขายต่อมาเป็นทอด ๆ จาก KK Park ที่ถูกทลายเมื่อปลายปีก่อนด้วย

Related Posts

Send this to a friend