HUMANITY

“เหมือนนกหลุดจากกรง” เปิดใจ ‘ชาวินบี’ เยาวชนจากค่ายแม่หละ ขอทำงานหนักหาเงินส่งน้องเรียนต่อ

‘ชาวินบี’ เยาวชนวัย 18 ปี แรงงานจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ คือหนึ่งในแรงงานกลุ่มแรกที่ได้รับโอกาสเข้ามาทำงานกับบริษัท ธนาภาก่อสร้าง จำกัด ที่กรุงเทพมหานคร

แรงงานชาวเมียนมาจากพื้นที่พักพิงชั่วคราวบ้านแม่หละ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก กลุ่มนี้ได้รับโอกาสสำคัญในการออกมาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จากมาตรการบริหารจัดการแรงงานต่างด้าว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หนีภัยจากการสู้รบในพื้นที่พักพิงชั่วคราว 9 แห่ง ได้ออกมาทำงานเข้ามามีส่วนร่วมในระบบเศรษฐกิจ

หัวใจที่ต้องแบกรับหลังสูญเสียพ่อแม่ มุ่งหาเงินช่วยเหลือการศึกษาให้น้องชาย
ชีวิตของ ‘ชาวินบี’ เริ่มต้นและเติบโตภายในแคมป์พักพิง เธอเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่เมื่อคุณแม่เสียชีวิตไปเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และเพิ่งสูญเสียคุณพ่อไปเมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ภาระหน้าที่ในการดูแลน้องชายวัย 18 ปีที่ยังเรียนอยู่ในแคมป์ตกอยู่ที่เธอ เมื่อถึงวัยที่ทำงานได้ เธอจึงตัดสินใจออกจากแคมป์เพื่อมาทำงานหาเงิน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการสนับสนุนค่าเทอมและค่าใช้จ่ายในการเรียนของน้องชาย

เลือกงานก่อสร้างแม้จะหนัก เพราะเป้าหมายเดียวในหัวคือการหาเงิน
เมื่อถามถึงการทำงานในไซต์ก่อสร้างซึ่งถือเป็นงานที่ค่อนข้างหนักสำหรับผู้หญิง ชาวินบีตอบด้วยความมุ่งมั่นว่า “ตั้งแต่ออกจากโรงเรียนมาในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวคือการหาเงินเลี้ยงชีพ ก็เลยงานไหนก็ช่าง ก็ทำเพื่อน้องชายก็จะซัพพอร์ตน้องชายด้วย”

การเรียนรู้ที่ไม่จบแค่ในแคมป์ มุ่งมั่นฝึกภาษาอังกฤษออนไลน์และฝึกสื่อสารภาษาไทย
แม้จะเรียนจบระดับมัธยมศึกษาในแคมป์พักพิงและมีแผนที่จะเรียนต่อ แต่เนื่องจากไม่มีผู้สนับสนุนทางการเงิน ทำให้แผนการเรียนต้องชะงักลง แต่ ‘ชาวินบี’ ไม่ได้ละทิ้งการศึกษา เธอได้ใช้วิธีการเรียนภาษาอังกฤษผ่านช่องทางออนไลน์ควบคู่ไปกับการฝึกฝนภาษาไทยที่ปัจจุบันเธอจึงสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และภาษาไทยได้นิดหน่อย

โลกใบใหม่ใน 4 เดือนแรก จากความไม่รู้สู่การเปิดหูเปิดตาการใช้ชีวิตที่มีอิสระ
ประสบการณ์การทำงานตลอด 4 เดือนในโลกภายนอกสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เธออย่างมาก ‘ชาวินบี’ กล่าวว่า หากเปรียบเทียบกับการอยู่ในแคมป์ที่เปรียบเสมือนไม่รู้เรื่องราวภายนอกเลย การออกมาทำงานครั้งนี้เหมือนเป็นการเปิดหูเปิดตา ได้ลองกินอาหารที่แตกต่าง และที่สำคัญคือทักษะการสื่อสารกับผู้อื่นที่มีพัฒนาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ความภูมิใจในเงินก้อนแรกที่หามาได้เพื่อช่วยเหลือน้องชายในศูนย์พักพิง
สิ่งที่สร้างความภาคภูมิใจและดีใจให้กับเธอมากที่สุด คือการที่ได้รับเงินเดือนก้อนแรกจากการทำงานด้วยตัวเอง ‘ชาวินบี’ ได้ส่งเงินจำนวนนี้กลับไปยังพื้นที่พักพิงฯ เพื่อให้น้องชายใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งเธอรู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ได้ทำหน้าที่พี่สาวอย่างเต็มสุดความสามารถ

ปลุกพลังเยาวชนในศูนย์พักพิงอย่าท้อถอย ให้กล้าออกมาสู้ชีวิตเพื่ออนาคต
ในฐานะเยาวชนรุ่นแรกที่ออกมาสู่ตลาดแรงงาน เธออยากจะส่งสารไปยังเพื่อน ๆ และคนในแคมป์ว่าขอให้กล้าตัดสินใจออกมาทำงานและขอให้สู้ชีวิต เพราะกลุ่มเยาวชนยังมีพละกำลังและศักยภาพ จึงอยากให้เป็นเยาวชนที่สู้งาน มีความพยายาม และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค

ความรู้สึกเหมือนนกที่หลุดจากกรงขัง 40 ปี สู่การเก็บออมเงินเพื่อกลับไปเรียนต่อ
‘ชาวินบี’ เปรียบเทียบโอกาสที่ได้รับในรอบกว่า 40 ปีนี้ว่ามีความสำคัญมาก หากยังอยู่ในแคมป์ก็คงเหมือนนกที่ติดอยู่ในกรง แต่ตอนนี้เธอได้รับอิสระ ได้ออกไปเห็นโลกกว้างและมีความสุขอย่างมาก อย่างไรก็ตามเป้าหมายในอนาคตของเธอคือการเก็บเงินจากการทำงานนี้เพื่อกลับไปเรียนต่อให้สำเร็จตามที่เคยตั้งใจไว้

“ได้โอกาสแบบนี้ก็มีความสุขมาก ๆ ถ้าเราหยุดยังอยู่ในแคมป์เหมือนนกอยู่ในกรงก็เลยอยากได้อิสระแบบนี้ตอนนี้ก็เลยออกไปเที่ยวเป็นอิสระแล้ว อีกอย่างหนึ่งคืออยากจะเก็บเงินไปเรียน”

ความฝันสูงสุดในวันที่ได้รับโอกาส อยากเป็นตำรวจสายสืบ
แม้ปัจจุบันจะทำงานในแวดวงก่อสร้าง แต่เมื่อถามถึงอาชีพที่ใฝ่ฝันอย่างแท้จริง ‘ชาวินบี’ ตอบอย่างชัดเจนว่าเธออยากเป็น “ตำรวจสายสืบ” เพราะเป็นสิ่งที่เธอชอบและเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้อยากเรียนต่อและพัฒนาตนเองต่อไปในอนาคต หากได้รับโอกาสและมีคุณสมบัติที่พร้อมตามเป้าหมายที่วางไว้

รายงาน: ชฎาภรณ์ ภาษีเนตร

Related Posts

Send this to a friend