‘ณัฐพงษ์’ นำถก ครม.เงา ปชน. ซัดรัฐบาลยังไม่ตอบสนองต่อปัญหาเท่าที่ควร
‘ณัฐพงษ์’ นำถก ครม.เงา ปชน. ซัดรัฐบาลยังไม่ตอบสนองต่อปัญหาเท่าที่ควร ‘เดชรัต’ ชี้ 10 วันอันตรายที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการไม่ให้กุ้งค้างในบ่อ ด้าน ’นายกสมาคมกุ้งไทย‘ เสนอแผนแก้ปัญหา 11 คก. 5,500 ลบ. หวังมีการเจรจากับมาเลเซียผ่อนปรนเปิดด่าน ชี้รอได้ไม่ถึง 15 วัน
วันนี้ (8 มิ.ย. 69) ในการประชุม ครม.เงาครั้งที่ 5 ของพรรคประชาชน นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ร่วมแถลงประเด็นข้อเสนอการรับมือมาตรการกีดกันทางการค้า กรณีมาเลเซียแบนกุ้งไทยชั่วคราว และการสอบสวนตามมาตรา 301 ของ USTR และการทบทวนหลักเกณฑ์ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การประชุมวันนี้มี 3 วาระ โดย 2 วาระแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า กรณีมาเลเซียระงับการนำเข้ากุ้ง 5 สายพันธุ์จากไทยชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีสมาคมเครือข่ายผู้เลี้ยงกุ้งเข้าร่วมประชุม และจะมีข้อเสนอเร่งด่วนเสนอไปรัฐบาล
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวถึงวิกฤตอุตสาหกรรมกุ้งไทยสืบเนื่องจากการกีดกันทางการค้าของมาเลเซีย มาจากปัญหาปลากะพงของมาเลเซียที่นำเข้าไทยราคาถูก ซึ่งกรมประมงพยายามแก้ไขปัญหา โดยการกีดกันทางการค้ากระทบอุตสาหกรรมกุ้ง 2 ส่วน การเพาะเลี้ยงและการทำประมงอวนราก ซึ่งวันนี้ควรมีการเจรจากับมาเลเซียแต่ว่าถูกเลื่อนออกไป และยังไม่ทราบว่าจะมีการตอบรับเจรจากับกรมประมงเมื่อไร ประเมินว่าไม่สามารถรอได้เกินกว่า 15 วันนับจากนี้ ซึ่งเป็นความเดือดร้อนใกล้ตัว แต่คาดว่าหากถึงสิ้นเดือนนี้อาจจะกลับไปสู่ภาวะปกติเพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น
ขณะเดียวกันยังต้องการเห็นการเจรจาเปิดด่าน โดยผ่อนปรนการเปิดด่าน และจะต้องคุ้มครองผู้บริโภคให้มีเจรจาการตรวจสารความปลอดภัยทางอาหาร โดยหยิบยกว่ากุ้งไทยเคยเป็นแชมป์สร้างมูลค่าทางการตลาด 1 แสนล้านบาทต่อปี ตอนนี้เหลือเพียง 4 หมื่นล้านต่อปี และนำเสนอเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหา 11 โครงการมูลค่า 5,500 ล้านบาท แก้ไขตั้งแต่ต้นน้ำคือพ่อแม่พันธุ์กุ้ง บ่อเลี้ยง ไปจนถึงปลายน้ำ หวังว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุน ก่อนจะทิ้งท้ายว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็น “สึนามิ” 3 ลูก คือ โรค-สงคราม-ออร์เดอร์ต่างประเทศน้อย จึงจำเป็นต้องแก้ไขปัญหาโดยด่วนด้วยการยกระดับแก้ไขปัญหาฟาร์มกุ้งทั้งระบบ
นายเดชรัต สุขกำเนิดกล่าวว่ามีข้อสรุป 4 ข้อว่า
1.ช่วง 10 วันหลังจากนี้เป็น 10 วันอันตรายที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการไม่ให้กุ้งค้างในบ่อ ทำให้ราคากุ้งในฟาร์มภาคใต้พังทลาย
2.การเจรจามาเลเซียให้เกิดการผ่อนปรน ต้องใช้ทุกช่องทางให้มีการผลักดันการผ่อนปรน
3.ผลกระทบที่เกิดขึ้นเห็นว่ารัฐบาลยังไม่มีการประเมินอย่างเป็นระบบ และ
4.มาตรการรัฐบาลที่จะดูดซับผลผลิตส่วนเกินเป็นเรื่องที่ดี
“แต่อย่ายึดติดตัว 400 ตันต่อเดือน แต่ต้องทำให้ห่วงโซ่อุปทานกุ้งในภาคใต้ได้ปกติ ควบคู่กับการเจรจาให้เกิดการผ่อนปรนโดยเร็ว หากเป็นเช่นนี้ความเสียหายที่เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้ก็จะจำกัดแต่ถ้าไม่สามารถดำเนินการได้ภายใน 10 วัน ความเสียหายจะลุกลามบานปลายและส่งผลถึงการเลี้ยงกุ้งในรอบต่อไป” นายเดชรัตกล่าว
นายเดชรัตระบุว่า ขณะเดียวกันก็จะติดตาม 2 ส่วนจากข้อเสนอว่าจะเข้าไปอยู่ในแผนงานในงบประมาณ 2570 หรือไม่กับการมีคณะกรรมการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน หรือ ชริมป์บอร์ด ที่ไม่ได้ประชุมนาน จะต้องมีการผลักดันให้ประชุมเพื่อเป็นกลไกหลักขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการยกระดับการแก้ไขปัญหากุ้งทะเลเป็นวาระแห่งชาติ
นายณัฐพงษ์กล่าวสรุปว่า การเห็นข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริงทำให้รัฐบาลไม่ได้ดำเนินมาตรการที่ตอบสนองต่อปัญหาเท่าที่ควร












