‘แสวง‘ ลั่นระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ชวน ปชช. ช่วยสังเกตการณ์นับคะแนน ป้องกันซื้อเสียง
‘แสวง‘ ลั่นระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ชวน ปชช. ช่วยสังเกตการณ์นับคะแนน ป้องกันซื้อเสียง ชี้ กกต. เป็นเพียงเจ้าภาพ ผุด Sandbox ติวเข้ม กปน. ลดทำงานพลาด ห่วง กทม. คนใช้สิทธิน้อย
วันนี้ (8 มิ.ย. 69) เวลา 09.30 น. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานพิธีเปิดกิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ ครั้งที่ 3 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร
นายแสวง กล่าวช่วงหนึ่งว่า การเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เป็นการเลือกตั้งท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งเป็นรากฐานของการพัฒนาการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นกระบวนการที่เปิดให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นโดยตรง การเลือกตั้งทั้งสองรูปแบบนี้ได้กำหนดขึ้นให้มีในวันที่ 28 มิ.ย. 69 ซึ่งถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสะท้อนถึงการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในระดับท้องถิ่น เป็นกลไกในการส่งเสริมการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความโปร่งใส ผู้ที่ถูกเลือกสามารถตอบสนองต่อความต้องการของคนในท้องถิ่นได้ โดยไม่ว่าการเลือกตั้งใด กกต. และพรรคการเมือง อยากได้ผลการเลือกตั้งและเป็นที่ยอมรับ การเลือกตั้งที่ดีคือสุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม 4 คำนี้ถอดมาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ
การจะได้ผลการเลือกตั้งที่ดี อยู่เฉย ๆ คงไม่เกิดขึ้น หรือทำแบบเดิมคงไม่เกิดขึ้น การเลือกตั้งที่ดีมีองค์ประกอบอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ ส่วนแรกคือผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ดูแลได้ยากเพราะเป็นพื้นที่กว้างมาก เราให้ประชาชนใช้สิทธิเลือกตั้งโดยอิสระ ไม่อยู่ภายใต้อำนาจหรืออามิสสินจ้าง หากท่านอยากได้การเลือกตั้งที่สุจริตต้องช่วยกัน กกต. พยายามป้องกัน ป้องปราม และปราบปราม แต่ก็ยังมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายเกิดขึ้นทุกครั้ง หาก กกต. ไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้สมัครรับเลือกตั้งและผู้มีสิทธิเลือกตั้งก็ยากที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ส่วนที่สอง ความสุจริตเที่ยงธรรมในหน่วยเลือกตั้ง อยู่ในการดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แบ่งเป็นคนกับระบบ โดยยืนยันว่าระบบการเลือกตั้งของประเทศไทย “ดีที่สุด” การวางระบบที่ดีคือความโปร่งใส แต่จะสำเร็จไม่ได้หากขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน เราจึงออกแบบการเลือกตั้งให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
ในวันเลือกตั้ง ภายในหน่วยมีกรรมการประจำหน่วย (กปน.) กปน. 9 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย (รปภ.) 2 คน ก็เป็นอาสาสมัครมาทำงาน กกต. มีหน้าที่อบรมสร้างความรู้ให้มีขั้นต่ำพอที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ ซึ่งก็ปรากฏเป็นข่าวอยู่เนือง ๆ ว่า กปน. ปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบ เช่น ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมา เพราะในแต่ละครั้ง กปน. ก็เปลี่ยนหน้ากันเข้ามา แต่สิ่งที่จะทำการเลือกตั้งเกิดความโปร่งใส สุจริต คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเอง ไม่ใช่ กปน. ความคลางแคลงสงสัยในการเลือกตั้งจะหายไป หากประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยังหายไปในทุกการเลือกตั้ง ประชาชนควรสังเกตดูว่า กปน. ทำผิดพลาดหรือไม่ สามารถทักท้วงหรือร้องในขณะนั้นได้เลย
กปน. เขาคงตั้งใจในการทำหน้าที่ แต่อาจมีความเคยชินหรือหลงลืมทำให้ทำผิดไปในบางหน่วย แต่เมื่อมีคนท้วงก็ต้องระมัดระวังในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ว่าจะในหน่วยหรือนอกหน่วย การเลือกตั้งเป็นของประชาชน ทั้งผู้สมัคร ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กปน. ก็คือประชาชน ผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไรก็เป็นของประชาชน กกต. มีหน้าที่ตรวจสอบ and ป้องกันการซื้อสิทธิขายเสียง แต่ด้วยคุณค่าของตัวระบบจริง ๆ คือประชาชนต้องช่วยกันดูแลไม่ให้มีการซื้อเสียง และสังเกตการณ์ทำหน้าที่ของ กปน. ตั้งแต่ 08.00 น. จนเลือกตั้งเสร็จ
การเลือกตั้งจริง ๆ ไม่ใช่ของ กกต. แต่ กกต. คือเจ้าภาพในการให้ประชาชนมาพบกันและลงคะแนน คะแนนออกมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ประชาชนต้องช่วยกันดูแลผลของการเลือกตั้ง คนรวมคะแนนไม่ใช่ กกต. แต่คือประชาชนซึ่งคือกรรมการประจำเขต กกต. ไม่ได้ไปรวมคะแนนเอง ก็ทราบคะแนนพร้อมกับสื่อ จึงต้องการให้ประชาชนได้ดูแลร่วมกัน สิ่งที่จะทำให้การเลือกตั้งโปร่งใสคือหน้าที่ของคนไทยทุกคน กกต. เป็นเจ้าภาพอย่างไรก็ถูกตำหนิอยู่แล้ว แต่การตำหนิให้เห็นว่าปัญหาอยู่ตรงไหน คือคนไทยทุกคนต้องดูแลการเลือกตั้งร่วมกัน กกต. รับผิดชอบแน่นอน แต่อยากให้คนไทยดูแลร่วมกันทั้งนอกและในหน่วยเลือกตั้ง
นายแสวง กล่าวเพิ่มเติมถึงกระบวนการนับคะแนนเลือกตั้ง ยกตัวอย่างปัญหาการนับคะแนนที่จังหวัดชลบุรี หรือจังหวัดอื่น ๆ ซึ่งเป็นเรื่องดีที่ประชาชนมีความตื่นตัว แต่ถือว่ามาช้า ความจริงต้องมาทักท้วงตั้งแต่ กปน. กำลังปฏิบัติหน้าที่ หรือเมื่อกำลังนับคะแนน แต่เมื่อมาหลังจากนับคะแนนแล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไขของการทักท้วงตามกฎหมาย และต้องใช้เวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งหลังจากมีการนับคะแนนเสร็จแล้ว อำนาจการนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่เป็นของ กกต. ไม่ใช่ของ ผอ. ประจำเขต
ส่วนกรณีที่จังหวัดปทุมธานีซึ่งมีการนับใหม่ ก็เป็นการตัดสินใจของ กกต. ในการคลี่คลายสถานการณ์เฉพาะหน้า แต่เมื่อตั้งหลักได้แล้ว ก็ต้องดำเนินการตามหลักกฎหมาย ต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ ความผิดพลาดจะเกิดขึ้นได้มากสุดระหว่างการนับคะแนน ซึ่งปัญหาเหล่านี้หากมีคนไปสังเกตการณ์ทุกหน่วย และทักท้วง จะไม่มีเกิดขึ้นเลย แต่ทุกครั้งที่ผ่านมาเราปล่อยให้ กปน. ทำงาน แล้วจึงมาทักท้วงหลังจากเกิดเหตุไปแล้ว
นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 60.73% ค่อนข้างจะน้อยเมื่อเทียบกับทุกส่วนทั้งประเทศ เราจึงต้องแก้ปัญหาเรื่องการประชาสัมพันธ์และการรณรงค์เพื่อให้คนออกมาใช้สิทธิมากที่สุด
อย่างไรก็ตามการเลือกตั้ง สส. ครั้งที่ผ่านมา พบว่ามีประชาชนบางส่วนที่ไม่เข้าใจหรือเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำหน้าที่ กปน. ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กรุงเทพมหานครมีหน่วยเลือกตั้ง 6,628 หน่วย เราจึงหารือว่าจะทำอย่างไรในการป้องกันปัญหาและความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จึงมีแนวคิดที่จะทำ Sandbox ในเขตหลักสี่ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา คัดเลือกคนที่มาทำหน้าที่ กปน. จำนวน 5 คน แบ่งเป็น ประธาน กปน. 1 คน และ กปน. 4 คน เข้าอบรมให้ความรู้และบอกวิธีการแก้ปัญหา พร้อมทั้งจัดอบรมประธาน กปน. เป็นการเฉพาะด้วย
นายวีระ ยังกล่าวถึงจำนวนบัตรเสียที่มีสูงถึง 4.32% จึงอยากให้ชวนคนกรุงเทพมหานครมาใช้สิทธิเลือกตั้ง โดย กกต. จะเชิญผู้บริหารในสถานศึกษากว่า 800 โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร เข้ามาพูดคุย พร้อมจัดกิจกรรมในสถานศึกษา เพื่อรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง
ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า ในงานสืบสวนสอบสวนไม่ได้มีอะไรน่าหนักใจ การเลือกตั้งครั้งกรุงเทพมหานคร มีเรื่องร้องเรียน 40 กว่าเรื่อง ส่วนเมืองพัทยามี 6 เรื่อง ซึ่งถือว่าน้อยมาก โดยการป้องปรามเชิงรุกได้มีการประสานงานกับสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ ตำรวจสันติบาล และกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ในเรื่องคดี พร้อมทั้งประสานไปยังธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชย์ เพื่อดูเกี่ยวกับเรื่องของการถอนเงินมากผิดปกติ ทั้งยังส่งหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อระดมกวาดล้างและตั้งจุดสกัดในจุดที่มีความเสี่ยงทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง












