POLITICS

‘อภิสิทธิ์’ นำ ปชป. ยื่นร่างแก้รัฐธรรมนูญ

เลือก สสร. จาก ปชช. หยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ จว.ละ 3 คน ก่อนสภาเคาะ 80 คน – ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ 20 คน รวมแล้ว 100 คน แก้ภายใน 240 วัน พร้อมส่งสภาพิจารณาให้ได้เสียง 3 ใน 5

วันนี้ (29 พ.ค. 69) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ นำทีม สส. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมแถลงถึงร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นที่ทราบดีอยู่แล้วหลังจากมีการลงประชามติ 8 กุมภาพันธ์ ประชาชนส่วนใหญ่ มีความประสงค์ให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งหมายถึงจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 หรือเพิ่มมาตรา 256 / 1 เพื่อให้มีกระบวนการการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ และการนำเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องใช้เสียงสส. 100 เสียง พรรคประชาธิปัตย์มี สส. ไม่เพียงพอ ดังนั้น สิ่งที่เราได้ดำเนินการคือได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกับพรรคการเมืองอื่น ที่อยู่ในสถานะเดียวกัน คือไม่สามารถเสนอได้ลำพัง และไม่เห็นด้วยกับร่างหลักที่พรรคการเมืองที่มีเสียงเกิน 100 เสนอเข้าไปแล้ว จึงสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยได้รวบรวมรายชื่อเรียบร้อยและดำเนินการเสนอแล้วสองฉบับ

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ฉบับแรกคือการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นแนวคิดที่พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยมาตลอด อย่างไรก็ตามการดำเนินการของพรรคคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ, คำนึงถึงประชาชนอีกกลุ่มที่ห่วงใยเรื่องการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเฉพาะเรื่องหมวด 1 หมวด 2 ที่มีความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้บอกว่าหมวด 1 หมวด 2 แก้ไขไม่ได้ แต่เราเห็นว่าหากใครจะเสนอแก้ไข ก็ขอให้มีการนำเสนอเฉพาะประเด็นนั้น ให้มีการพิจารณาชัดเจน ไม่ใช่นำการแก้ไขหมวด 1 หมวด 2 ไปรวมกับประเด็นอื่น ดังนั้น การเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ จึงมีข้อจำกัดว่าต้องคงไว้ซึ่งสาระของหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน, และขอให้กระบวนการคัดเลือก สสร. ในจังหวัดต่าง ๆ ทำด้วยกระบวนการใช้ระบบหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์ หวังให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกระเบียบให้ประชาชนใช้โทรศัพท์ออกเสียงอย่างเลือก สสร. ของตัวเองได้ ส่วนประชาชนที่ไม่มีก็ให้รัฐจัดอุปกรณ์ ไว้ในสถานที่ราชการองค์การบริหารส่วนตำบลที่ประชาชนสามารถทำได้ จะเป็นการประหยัดกระบวนการเลือกสสร. ในขั้นต้น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า เราได้ออกแบบสสร. ให้ประกอบไปด้วยสมาชิก 100 คนซึ่ง 80 คนมาจากการคัดเลือกจากจังหวัดในรอบแรก เมื่อหยั่งเสียงอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทางจังหวัดจะส่งมา 3 ชื่อ ดังนั้น ก็จะมีจำนวน 3 ชื่อ จาก 77 จังหวัดส่งมาให้สภาเป็นผู้คัดเลือก และการเลือกของสภามีข้อสำคัญว่า ไม่ประสงค์ให้พรรคการเมืองกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งผูกขาด เลือกได้ด้วยเสียงข้างมาก จึงกำหนดว่าการเลือกให้แล้ว 80 คนนั้น จะให้ สส. แต่ละคนออกเสียงได้เพียงหนึ่งเสียง หากไม่ครบก็ลงรอบที่ 2 หรือเลือกจนครบ 80 คน ส่วนอีก 20 คนนั้น เราเห็นว่ามาจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญจะให้ตุลาการศาลฎีกาคัดเลือกกันเอง 5 คน ตุลาการศาลปกครองอีก 5 คน และอีก 10 คนจะแบ่งเป็น 5 คนในเป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านนิติศาสตร์ และอีก 5 คนมาจากนักวิชาการสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ โดยให้ที่ประชุมอธิการบดีเป็นผู้ออกแบบการคัดเลือกเข้ามา จะได้ สสร. ครบ 100 คน

นายอภิสิทธิ์ ย้ำว่า ค่อนข้างยืดยืดหยุ่น ไม่เขียนรายละเอียดว่าจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการอย่างไร ให้เป็นสิทธิ์ของท่าน จัดทำรัฐธรรมนูญให้เสร็จภายใน 240 วัน โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ตามวิธีการที่สสร. จะไปกำหนดเอง จากนั้น เสนอให้สภาเห็นชอบ ซึ่งรอสภาจะพิจารณา จะเห็นชอบ หรือมีข้อแก้ไขอย่างไร ก็จะกลับไปทบทวนดูว่าจะทำตามที่สภาเสนอ หรือยืนยันตามเดิม สุดท้ายสภาจะให้ความเห็นชอบโดยใช้เสียง 3 ใน 5 เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาความขัดแย้งที่นำมาสู่การยุบสภาในครั้งที่แล้ว ว่าวุฒิสภา ควรมีสิทธิ์วีโต้ หรือต้องอาศัยเสียงวุฒิสภาจำนวนหนึ่งหรือไม่ แต่เรายังคงหลักการว่าไม่ให้ผ่านโดยเสียงข้างมากอย่างเดียว จึงเพิ่มเป็น 3 ใน 5 และคิดว่าน่าจะเพียงพอตามเจตนารมณ์ของรัฐสภาในการเห็นชอบ

ส่วนอีกฉบับที่เราเสนอแก้ไข คือต่อไปนี้การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ใช้กติกาเสียง 3 ใน 5 เลย ไม่ต้องไประบุจำนวนเสียงของวุฒิสภา ฝ่ายรัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เราได้ดำเนินการไป และถือว่าตรงกับจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศเกี่ยวข้องกับรัฐธรรมนูญปี 2560 เป็นการทำในลักษณะที่คำนึงถึงเสียงข้างน้อย คำนึงถึงคำวินิจฉัยศาล และคำนึงถึงทรัพยากรของประเทศด้วย

Related Posts

Send this to a friend