‘ชูศักดิ์’ นำ ‘เพื่อไทย’ แถลงลุยยื่นแก้ ม.256 ตั้ง สสร. 152 คน รื้อ รธน.ใหม่ใน 300 วัน
‘ชูศักดิ์’ นำ ‘เพื่อไทย’ แถลงลุยยื่นแก้ ม.256 ตั้ง สสร. 152 คน รื้อรัฐธรรมนูญใหม่ใน 300 วัน ขอฝ่ายค้าน-รัฐบาล ร่วมลงชื่อแก้ไข มั่นใจเสร็จทันรัฐบาลชุดนี้ ด้าน ‘จาตุรนต์’ ชี้ต้องใช้ฉบับประชาชน พร้อมเซ็นหนุนทุกพรรคแก้ ม.256 ตามเจตนารมณ์ ปชช.
วันนี้ (26 พ.ค. 69) ที่พรรคเพื่อไทย นายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการกลั่นกรองกฎหมายพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายจาตุรนต์ ฉายแสง สส. บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นางมนพร เจริญศรี รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และคณะ ได้แถลงถึงข้อเสนอในการแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะยื่นต่อรัฐสภาในวันนี้
นายชูศักดิ์กล่าวว่า เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของประชาชน พรรคเพื่อไทยจึงได้จัดทำร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น โดยมีหลักสำคัญของการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 4 ประการ ประกอบด้วย
1.ให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด แต่ต้องไม่ขัดหรือแย้งกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ 18/2568 เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 โดยยังคงให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาเป็นผู้เลือกจาก 300 ผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ในแต่ละจังหวัด จำนวน 100 คน และแต่งตั้งจากผู้ได้รับการเสนอชื่อจากภาคส่วนต่าง ๆ จำนวน 52 คน รวมเป็น 152 คน
2.เปิดโอกาสให้องค์กร สมาคม สภามหาวิทยาลัย หรือกลุ่มบุคคลต่าง ๆ ได้มีส่วนร่วมในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ โดยเสนอชื่อบุคคลผู้มีความรู้ความสามารถและมีความเหมาะสมเข้ามาเป็น สสร. รวมถึงเป็นกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการรับฟังความเห็นและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
3.ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่จะทำขึ้น ยืนยันตามหลักการว่าจะต้องไม่เปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและไม่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ รวมถึง สสร. ที่ร่างจะต้องมีบทบัญญัติที่คุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ ความเสมอภาค และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ การวางกลไกที่มีประสิทธิภาพในการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การป้องกันและการขจัดการทุจริตประพฤติมิชอบ การสร้างความเข้มแข็งของหลักนิติธรรม และการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
4.เมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้เป็นอำนาจของรัฐสภาในการให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญที่ สสร. ได้จัดทำขึ้น ก่อนที่จะนำไปให้ประชาชนออกเสียงประชามติ โดยให้ทุกเสียงของสมาชิกรัฐสภามีความเสมอภาคเท่าเทียมกัน และมติเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเกณฑ์ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา
โดยมีสาระสำคัญของร่างแก้ไขมาตรา 256 ตามแผนภูมิดังนี้ มี สสร. 152 คน กรรมาธิการยกร่าง 35 คน กรรมาธิการรับฟังความเห็น 35 คน โดยจะใช้เวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญทั้งหมด 300 วัน
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพียง 74 คน ซึ่งไม่เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นเมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคเพื่อไทยได้เข้าชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้ว ก็จำเป็นต้องขอความร่วมมือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสังกัดพรรคการเมืองอื่นเพื่อร่วมลงชื่อให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด เพื่อยื่นญัตติต่อประธานรัฐสภาโดยเร็วต่อไป
“การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นเป็นเรื่องของส่วนรวมและเป็นเรื่องของประเทศชาติที่เราจำเป็นจะต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งพรรคเพื่อไทยคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องคิดว่าใครเป็นฝ่ายค้านใครเป็นฝ่ายรัฐบาล วันนี้จึงได้เชิญนางมนพรมาด้วยเพื่อที่จะได้ทำการประสานกับพรรคการเมืองต่าง ๆ ทำภารกิจที่เคยทำมาในอดีตจนถึงปัจจุบันเพื่อให้ร่วมลงชื่อ ส่วนพรรคใดจะลงได้เท่าไหร่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”
นายชูศักดิ์กล่าวอีกว่า เบื้องต้นทราบมาว่ามีพรรคการเมืองที่มี สส. ไม่ครบถ้วนจำนวน 1 ใน 5 ก็จะมีการขอความร่วมมือมายังพรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นในทำนองเดียวกัน ซึ่งเรื่องนี้ก็ต้องคุยกันในรายละเอียด โดยยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยจะทำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญปี 2556 ซึ่งเมื่อมีการร่วมลงชื่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะสามารถนำเสนอต่อรัฐสภาได้ในต้นสัปดาห์หน้า
ด้านนายจาตุรนต์กล่าวว่า แม้จะมีการทำประชามติจนได้เสียงอย่างท่วมท้น แต่ในวงเสวนาต่าง ๆ ก็จะมีข้อห่วงใยว่าในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พรรคการเมืองต่าง ๆ หรือสมาชิกรัฐสภาจะเป็นผู้กำหนดเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไปทั้งหมด ซึ่งเป็นข้อห่วงใยที่มีเหตุผล เพราะว่ามีประสบการณ์มาตั้งแต่ในอดีต เมื่อสมาชิกรัฐสภาจัดทำรัฐธรรมนูญกันเอง ก็จะมีเสียงครหาว่าจะทำไปเพื่อประโยชน์ของสมาชิกรัฐสภาหรือพรรคการเมืองเอง พรรคเพื่อไทยคำนึงถึงข้อห่วงใยนี้ให้มีความเชื่อมโยงกับประชาชนให้มากที่สุด จึงได้ยืนยันหลักการให้ผู้ทรงคุณวุฒิมาจากองค์กรต่าง ๆ ตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และในครั้งนี้ก็ยังมีการยืนยันเช่นเดิม
นายจาตุรนต์ยอมรับด้วยว่าเสียงข้างมากในรัฐสภาจะค่อนข้างมีความชัดเจนมั่นคงไปทางใดทางหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราคิดว่าความร่วมมือระหว่างพรรคการเมืองต่าง ๆ มีความจำเป็น และกระบวนการในการที่จะแก้ไขที่จะต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด พร้อมยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยยินดีลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคอื่น ๆ โดยไม่คำนึงว่าเป็นพรรครัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้านแต่อย่างใด หากมีเจตนารมณ์ร่วมกันเพื่อนำไปสู่การจัดทำฉบับใหม่ เราก็ยินดีให้การสนับสนุน และในการประชุมสภา คงจะเกิดการแลกรายชื่อ เซ็นชื่อเพื่อให้เกิดร่างแก้ไขจากหลายพรรคการเมืองเข้าไปพิจารณาพร้อม ๆ กัน
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีมาหลายสมัยแล้ว การแก้ไขฉบับนี้จะแล้วเสร็จในรัฐบาลชุดนี้เลยหรือไม่ นายชูศักดิ์เชื่อว่าเป็นไปได้ แต่สิ่งนี้มันก็อยู่ที่การทำความเข้าใจแล้วว่ามันควรเป็นอย่างไร และที่สำคัญก็คือฉันทามติของเสียงข้างมากในรัฐสภานั้นจะต้องเข้าใจว่าเรามีความพยายามที่จะทำรัฐธรรมนูญมาช้านานแล้วเป็น 20 ปี และมันสำเร็จได้ คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เราจะต้องได้รัฐธรรมนูญที่มันเป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ใช่ถอยหลังลงไปอีก












