POLITICS

นายกฯ นำตำรวจแถลงโชว์ผลงาน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด 8 เดือนจับกุม 1.84 แสนคดี

นายกฯ นำตำรวจแถลงโชว์ผลงาน ปราบปรามเครือข่ายยาเสพติด 8 เดือนจับกุม 1.84 แสนคดี ยึดของกลางได้ 915 ล้านเม็ด อายัดทรัพย์กว่า 7,100 ล้านบาท เตือนพ่อค้ายาไปหาอย่างอื่นทำ ลั่น “ตราบใดยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลนี้ ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น”

วันนี้ (12 พ.ค. 69) เวลา 14.50 น. ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมแถลงผลการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดของตำรวจ ในห้วงวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 11 พฤษภาคม 2569 โดยมี พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน

นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หลังจากที่เราได้มาแถลงข่าวจากการครั้งก่อนเมื่อ 19 มกราคม 2569 ที่ยังเป็นรัฐบาลที่แล้ว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการติดตามขยายผลการจับกุมและปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญ อย่างต่อเนื่องจริงจัง จนถึงวันนี้ผลการปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถจับกุมคดียาเสพติดได้จำนวนมาก ถึง 1.84 แสนคดี ผลการปฏิบัติงานสะท้อนเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ร่วมกันปฏิบัติการต่อสู้กับผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ยืนยันรัฐบาลพร้อมให้การสนับสนุนการปฏิบัติการอย่างเป็นระบบ รวมทั้งช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ขอให้ทุกท่านได้ร่วมกันทำงานอย่างจริงจังและยกระดับการจัดการ ปัญหายาเสพติดตลอดจนแสดงถึงความร่วมมือระหว่างประเทศให้ครบทุกมิติ

นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีความจริงจังกับเรื่องนี้และให้ความสำคัญเป็นอันมาก มุ่งมั่นที่จะเอาชนะขบวนการค้ายาเสพติด ให้ได้อย่างเด็ดขาด เพราะทุกคนรู้ดีว่ายาเสพติด คือภัยคุกคามอย่างร้ายแรงส่งผลกระทบต่อชีวิตประชาชนและสังคมไทย ในการนี้ตนขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปส. กองทัพ ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ร่วมกันปฏิบัติงานทุ่มเทเสียสละ เสี่ยงชีวิตเพื่อเข้าไปช่วยกันขจัดภัยที่ร้ายแรงของประเทศชาติ และเพื่อความสงบสุขของประชาชน ขอชื่นชมในความมุ่งมั่นตั้งใจ ดำเนินการโดยปราศจากความเหนื่อยท้อแท้หลายครั้งเข้าไปก็มีความอันตราย มีการปะทะกัน แต่พวกเราทุกคนไม่มีใครบาดเจ็บเสียชีวิต นี่เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกปลื้มใจและดีใจเป็นอย่างมาก

“ผมโชคดีที่ได้มีความเป็นสหายกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ตลอดจนระดับปฏิบัติการก็คบค้าสมาคม ฉะนั้นการติดต่อส่งข้อมูลข่าวสาร การยืนยันการให้ความสนับสนุน ให้กำลังใจจากตัวผม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไปยังเจ้าหน้าที่ทุกคน ตั้งแต่ระดับผู้บังคับบัญชาและระดับปฏิบัติ เราทำกันทุกรูปแบบ ทั้งในแบบของทางการและผู้ปฏิบัติการเพื่อนร่วมงาน ทำให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ทำลงไปคือสิ่งที่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออิทธิพลใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่มีอิทธิพลไหนที่จะมาทำให้คนที่อยู่ต่อหน้าพวกท่านไขว้เขวได้ นี่คือความมั่นคงของประเทศไทย ไม่มีสิ่งใดที่จะเบี่ยงเบนหรือทำให้เราให้ความร่วมมือใดกับกระบวนการยาเสพติดได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ตนอยากจะเรียนถึงผู้ที่จะต้องการจะกระทำความผิด ต้องคิดว่าที่ผ่านมา 6-7 เดือน พวกท่านก็คงบาดเจ็บไปเยอะแล้ว กำไรทั้งหมดก็อยู่ตรงนี้แล้ว และเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำแล้ว ยิ่งเพิ่มจำนวนเข้ามาในระบบเท่าไหร่ก็ไม่พ้นความสามารถของเจ้าหน้าที่ของไทยในการที่จะเข้าไปขจัดและปราบปราม เราถือว่าท่านเป็นศัตรู ไม่ใช่เป็นคนที่ปรารถนาดีกับประเทศชาติของเรา เราในที่นี้ทุกคนมีหน้าที่ทำให้ท่านพินาศ ทำให้ท่านมลายหายไป และอยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ไม่ได้ ตนขอเน้นย้ำว่าเลิกเสียแล้วไปหาสิ่งอื่น ๆ ที่ถูกทำ

สำหรับพี่น้องประชาชนลูกหลานเยาวชนที่ตกอยู่ในสิ่งเหล่านี้ก็ขอให้เชื่อว่า ไม่มีประโยชน์ใด ๆ ในการเสพสิ่งเหล่านี้ทั้งการขาย การลำเลียง การขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เสพผู้ค้า ผู้สนับสนุนมีแต่คดีที่ร้ายแรงติดตัวทั้งนั้น และเป็นคดีที่ยอมความไม่ได้เป็นคดีที่ทำให้ต้องพรากจากคนที่ท่านรัก และอิสรภาพที่ท่านเคยมีอยู่ ซึ่งคดีมีบทลงโทษที่รุนแรงมากถึงขั้นประหารชีวิต ต่อให้รอดการประหาร โทษก็จำคุกก็เป็น 10 ปีขึ้นไปหรือถึงขั้นจำคุกตลอดชีวิต ไม่เป็นสิ่งดีต่อท่านเลย และเราก็ยอมท่านไม่ได้ แม้ด้วยยอมความสงสาร พวกเราทุกคนเคยเห็นผู้ค้าผู้ขนส่ง ผู้ร่วมขบวนการยาเสพติด ซึ่งความเป็นพ่อเป็นแม่ของเขา ออกมาห่วงใยครอบครัว ความห่วงใยบุพการีของเขา ทุกอย่างทั้งปวงออกมาเราก็สงสารมาก แต่เราไม่สามารถที่จะลดหย่อนผ่อนโทษให้ได้ ซึ่งตราบใดที่ตนยังเป็นหัวหน้ารัฐบาลชุดนี้อยู่ สิ่งเหล่านี้ก็จะดำเนินต่อไปและจะยิ่งทวีความเข้มข้นมากไปเรื่อย ๆ

ทั้งนี้ หากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และกองทัพ หากขอรับการสนับสนุนใด ๆ จากรัฐบาลเพื่อปราบปรามยาเสพติด รัฐบาลจะให้การสนับสนุนทุกรูปแบบอย่างเต็มที่ เพราะฉะนั้นการที่จะไปดำเนินการปราบปรามสิ่งเหล่านี้จะมีแต่ความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงเตือนมาด้วยความห่วงใยมาว่า อย่าได้ทำสิ่งเหล่านี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการบูรณาการกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มข้น ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 11 พฤษภาคม 2569 ในการขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามยาเสพติดในทุกมิติ ส่งผลให้สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้จำนวน 183,979 คดี และยึดของกลางได้จำนวนมาก อาทิ ยาบ้า 915 ล้านเม็ด ยาไอซ์ 34,116 กิโลกรัม เฮโรอีน 756 กิโลกรัม คีตามีน 5,222 กิโลกรัม ยาอี 274,880 เม็ด พร้อมอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดได้มูลค่ากว่า 7,143 ล้านบาท

ขณะที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ได้มีการติดตามคดีรายสำคัญที่น่าสนใจ อาทิ การขยายผลจับยาไอซ์ เครือข่ายวัยรุ่นข้ามภาค ยึดของกลางได้ 498 กิโลกรัม ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ แกะรอยบิ๊กดาต้า รวบแก๊งขนยาข้ามภาคคารถ 3 คัน ที่จังหวัดชัยภูมิ แกะรอยพัสดุเอกชนข้ามภาคยึดยาบ้าล็อตใหญ่ 6.96 ล้านเม็ด ที่จังหวัดเชียงใหม่และกระบี่ เป็นต้น

ด้านกองบัญชาการตำรวจนครบาล สามารถสกัดจับรถตู้ซุกไอซ์ 300 กิโลกรัมใต้หลังคา ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ตำรวจภูธรภาค 1 สามารถขยายผลจับยึดยาบ้า 9.5 ล้านเม็ด ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน สามารถสกัดและจับกุม ยึดยาบ้า 1.9 ล้านเม็ดและไอซ์ 597 กิโลกรัม พร้อมรวบสองผู้ต้องหา ที่จังหวัดนครพนม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับ รฟท. สามารถจับกุม 3 ชาวต่างชาติ พร้อมกับยาไอซ์ 100 กิโลกรัม ระหว่างลำเลียงบนรถไฟขบวนที่ 134 (หนองคาย-กรุงเทพมหานคร) ขณะเข้าเขตจังหวัดขอนแก่น

Related Posts

Send this to a friend