ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับสแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง
ตม.3 ผนึก ป.ป.ส. บุกจับสแกมเมอร์เกาหลีข้ามชาติ ผู้ต้องหาตามหมายแดง INTERPOL คาคอนโดหรูย่านห้วยขวาง ตรวจยึดไอซ์ พร้อมสั่งเพิกถอนวีซ่า
พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส.บก.ตม.3 นำกำลังชุดสืบสวนลงพื้นที่หลังจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลี ประจำประเทศไทย ประสานข้อมูลบุคคลสัญชาติเกาหลีที่เป็นบุคคลตามหมายแดง (Red Notice) ของตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีกลุ่มอาชญากรองค์กร ฉ้อโกงทางการเงินที่ใช้ระบบโทรคมนาคมเป็นฐาน และได้ร่วมกันสมคบกับผู้ร่วมกระทำความผิดรายอื่น เพื่อโอนสื่อ หรือข้อมูลสำหรับใช้ในการกระทำความผิดฉ้อโกง ระหว่างพำนักอยู่ที่ประเทศฟิลิปปินส์ หลอกลวงคนเกาหลีในต่างแดนส่งตัวไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชาเพื่อกักขัง อีกทั้งยังฟอกเงินจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์ เป็นสกุลเงินดิจิทัล (USDT)
จากการสืบสวนพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้าไทยเมื่อ 2 เม.ย. 69 ด้วยวีซ่าประเภทท่องเที่ยว เข้ามาพักอาศัยอยู่ภายในคอนโดมิเนียมพื้นที่ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงวางกำลังเพื่อทำการจับกุม
ต่อมาวันที่ 29 เม.ย. 69 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมพบผู้ต้องหา คือ GIJU (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ โดยตำรวจ กก.สส.บก.ตม.3 แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร (เพิกถอนวีซ่า) เนื่องจากเข้าลักษณะเป็นบุคคลต้องห้าม มีพฤติการณ์เป็นภัยต่อสังคมตามกฎหมายคนเข้าเมือง ตรวจค้นพบไอซ์ซุกซ่อน อีกทั้งผู้ต้องหาไม่ให้ความร่วมมือหลังเจ้าหน้าที่ขอตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดในร่างกาย
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหากระทำความผิดฐาน “มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือไอซ์) ครอบครองโดยผิดกฎหมาย และไม่ยอมให้มีการตรวจ หรือทดสอบว่าเป็นผู้มียาเสพติดอยู่ในร่างกาย ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาคดียาเสพติด“ พร้อมนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมในต่างประเทศพบว่า ผู้ต้องหาเคยต้องโทษคดีอาญาในประเทศเกาหลีใต้ ในความผิดเกี่ยวกับการกระทำอนาจารในลักษณะข่มขืน เมื่อปี พ.ศ.2565 และคดีจำหน่ายยาเสพติดในปี พ.ศ.2567 แสดงถึงพฤติการณ์เป็นบุคคลอันตราย และมีแนวโน้มก่อเหตุซ้ำ












