‘อธิบดีกรมการปกครอง’ มองคดีกำนัน จ. พัทลุง ทำเกินกว่าเหตุ
ยัน กรมการปกครองไม่นิ่งนอนใจ เร่งสอบอย่างรวดเร็ว-ตรงไปตรงมา กำชับผู้ถูกกล่าวหาอย่าใช้อำนาจคุกคาม
วันนี้ (30 เม.ย. 69) นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ให้สัมภาษณ์ถึงการดำเนินการตั้งกรรมการสอบในคดีกำนัน จ. พัทลุง ว่า กรณีกำนันที่เป็นข่าวในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ที่ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดและได้ใส่กุญแจมือมัดไว้กับต้นไม้ ซึ่งได้มีการนำรังมดแดงมากัดเพื่อให้หลาบจำทรมาน เรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่หากตามกฎหมายคือเกินกว่าความจำเป็น เกินกว่าเหตุ เนื่องจากว่าแม้กำนันจะเป็นเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองในเบื้องต้นที่สามารถดำเนินการจับกุมในฐานความผิดที่เป็นเหตุที่เกิดขึ้นได้ สามารถดำเนินการได้ แต่ในกรณีนี้กำนันต้องใช้ความรอบคอบในการดำเนินการและทำให้สมควรแก่เหตุ ในกรณีที่เกิดเหตุนั้น ส่วนของกรมการปกครองไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ประสานงานกับพื้นที่ให้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงให้รวดเร็ว ให้เรียบร้อย และในส่วนใดที่เป็นความผิดในเรื่องทางวินัยก็ให้เร่งดำเนินการ เป็นมาตรการที่เราจะต้องกำชับให้ฝ่ายปกครองทุกคนทั่วประเทศได้ดูเป็นแบบอย่าง ว่าการดำเนินการตามหน้าที่นั้นสามารถทำได้ ต้องอยู่ภายใต้กรอบและระเบียบที่กฎหมายกำหนด ต้องดูให้สมควรแก่เหตุด้วย
ส่วนการกระทำดังกล่าวจะถือว่าเข้าข่าย พ.ร.บ. การซ้อมทรมานอุ้มหายหรือไม่ นายนฤชากล่าวว่า อีกมุมที่มองว่าเป็นการทรมาน เรื่องนี้เราก็มองต่างมุมได้ แต่ในส่วนกำนันคงมองในเหตุที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำซ้ำซากที่ไม่สามารถหามาตรการอื่นใดที่จะดำเนินการได้แล้ว ในส่วนที่ทำไปนั้นแม้เราจะมองว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าเหตุ แต่วันนี้ต้องดูที่ข้อเท็จจริงและการสอบทั้งสองฝ่าย จะต้องฟังเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เรียบร้อย และนำไปสู่การสรุปว่าจริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราจะต้องทำอย่างไร ขอเวลาให้จังหวัดพัทลุงได้ดำเนินการให้เรียบร้อย และจะทำเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
ส่วนที่ชาวบ้านเป็นห่วงเรื่องการถูกคุกคามเพราะมีคดีความกันแล้วนั้น นายนฤชากล่าวว่า เรื่องการคุกคาม การกระทำความผิดในพื้นที่ เนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นเด็กกว่าผู้ที่มีการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ แต่ส่วนนี้ได้กำชับอย่างกำนันที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าอย่าใช้เรื่องที่นอกเหนือจากอำนาจหน้าที่เข้าไปข่มขู่ โดยเฉพาะที่ได้ดำเนินการในส่วนที่เป็นผู้ถูกกล่าวหา เรื่องนี้ต้องใช้วิจารณญาณของทางกรมการปกครองที่จะต้องดูในเรื่องหลักคุณธรรม ซึ่งจะต้องมีการแก้ไขปัญหาในระดับพื้นที่ ในระดับหมู่บ้านให้เรียบร้อย ไม่ใช่ใช้แต่อำนาจเพียงอย่างเดียว
ส่วนผลสอบเป็นมาอย่างไร นายนฤชากล่าวว่า การกระทำที่ดำเนินการตามกฎหมาย เราพร้อมที่จะสนับสนุนการทำงานและปกป้องผู้ที่ทำถูกต้อง ที่อยู่ในกรอบของกฎหมายอยู่แล้ว ส่วนผู้ที่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย เมื่อใดใช้อำนาจเกินกว่าขอบเขตที่กฎหมายกำหนดไว้ ซึ่งถือเป็นความผิดทางวินัยและความผิดทางอาญาที่จะตามมา ปรากฏชัดเจนอยู่แล้วว่ากรมการปกครองไม่ได้ปกป้องผู้ที่กระทำความผิด พร้อมย้ำว่ากรมการปกครองต้องดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา












