สมช. รอนายกฯ ไฟเขียวตั้ง หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ เป็นทางการ – รอ กต. ชง ครม. ยกเลิก MOU44
สมช. รอนายกฯ ไฟเขียวตั้ง ‘หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ’ เป็นทางการ ย้ำ เดินหน้าถกทุกกลุ่มทั้งใน-นอกประเทศ ชี้ ใช้บทเรียนเดิมปรับแนวทางแก้ไฟใต้ต่อเนื่อง – รอ กต. ชง ครม. ยกเลิก MOU44 ยัน ทำได้แม้กัมพูชาไม่เห็นด้วย เชื่อ มาตรการ รปภ. ‘นายกฯ-วีไอพี’ ตำรวจมีระเบียบรองรับ
วันนี้ (28 เม.ย. 69) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงความคืบหน้าการตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ขณะนี้ได้มีการเสนอรายชื่อหัวหน้าคณะพูดคุยอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังต้องรอคำสั่งลงนามเพื่อให้กระบวนการเริ่มต้นได้
เมื่อถามว่าหัวหน้าคณะพูดคุยจะเป็นผู้กำหนดรูปแบบและองค์ประกอบเองหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องพิจารณาในรายละเอียดว่าโครงสร้างและรูปแบบการพูดคุยจะเป็นอย่างไร โดยสภาความมั่นคงแห่งชาติยังคงทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการเช่นเดิม
ส่วนกรอบระยะเวลาเริ่มต้นการพูดคุยนั้น นายฉัตรชัย ระบุว่า ต้องรอการลงนามจากนายกรัฐมนตรีก่อน จึงจะสามารถเดินหน้ากระบวนการได้
สำหรับความต่อเนื่องของการพูดคุยที่ผ่านมา นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในช่วงก่อนหน้านี้สมัยพลเอก สมศักดิ์ รุ่งสิตา ที่มีผู้รับผิดชอบชุดเดิม ได้มีการหารือในประเด็นสำคัญไว้แล้วระดับหนึ่ง แม้จะมีการเปลี่ยนแปลง แต่ประเด็นเดิมอาจถูกนำมาพิจารณาประกอบ โดยขึ้นอยู่กับหัวหน้าคณะพูดคุยชุดใหม่
ในประเด็นเรื่องตัวจริง-ตัวปลอมของคู่เจรจา นายฉัตรชัย ย้ำว่า แนวทางคือการพูดคุยให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ทั้งกลุ่มในประเทศและนอกประเทศ รวมถึงผู้ที่มีความเห็นต่าง โดยจะมีทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายความมั่นคงเข้าร่วม ซึ่งเป็นหลักการที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อถามถึงความมั่นใจว่าคณะพูดคุยชุดใหม่จะช่วยให้สถานการณ์ภาคใต้ดีขึ้นหรือไม่ นายฉัตรชัย กล่าวว่า ต้องนำประสบการณ์ที่ผ่านมา มาประเมินและปรับแนวทางให้เหมาะสมมากขึ้น ส่วนความแตกต่างจากแนวทางเดิม ขอให้หัวหน้าคณะพูดคุยเป็นผู้พิจารณา โดยระบุว่า นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ จะทำหน้าที่หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากนี้ นายฉัตรชัย ยังกล่าวถึงกรณีเหตุลอบยิงประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่า ในส่วนของประเทศไทย ตนไม่ได้รับผิดชอบโดยตรง แต่เชื่อว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการดูแลความปลอดภัยบุคคลสำคัญอยู่แล้ว และเป็นไปตามระเบียบปฏิบัติ
ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ภายหลังมีมติยกเลิก MOU 44 นายฉัตรชัย กล่าวว่า ไทยยังคงดำเนินการภายใต้กรอบทวิภาคีและ Joint Statement ที่มีอยู่ โดยการยกเลิกดังกล่าวเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีแถลง
สำหรับท่าทีของกัมพูชา นายฉัตรชัย ระบุว่า จากการติดตามผ่านสื่อพบว่าอาจไม่เห็นด้วย โดยฝ่ายไทยได้ตรวจสอบแล้วว่าสามารถดำเนินการยกเลิกได้ตามกฎหมาย โดยรายละเอียดอยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะต้องนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป












