’ชวน‘ ซัด นักการเมืองต้องไม่ทุจริต แนะ ทำความเข้าใจปัญหาชายแดนใต้
’ชวน‘ ซัด นักการเมืองต้องไม่ทุจริต ไม่เข้ามาถอนทุนคืนจากการซื้อเสียง แนะ ทำความเข้าใจปัญหาชายแดนใต้ ขอคำแนะนำจาก ’วิษณุ’ เพื่อหาทางออก ฝาก สานต่อนโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ
วันนี้ (10 เม.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระด่วน การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมลุกขึ้นอภิปรายว่า ตนเองมีส่วนร่วมอภิปรายนโยบายรัฐบาลทุกสมัย ยกเว้นช่วงที่มีหน้าที่ตำแหน่ง เช่น เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร และทุกครั้งหลักคือ ความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ไม่ใช่เป็นเพียงคำขวัญของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เป็นความจริง เราไม่ใช่นักการเมืองสมัยเดียว จะพูดอะไรไป โกหกหลอกลวง คนอื่นก็รู้ เราก็เสียหาย เพราะฉะนั้น ก็ระมัดระวังจะพูดอะไรก็ตามความเป็นจริง และอยากให้เราจงรับเอาความจริง ซึ่งจะทำให้เราแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ ดังนั้น จะไม่มีคำอะไรที่โกหกหลอกลวง ให้ร้ายป้ายสี หรือยกย่องเกินเหตุที่เกินความเป็นจริง เงื่อนไขคือรัฐบาลต้องเขียนคำแถลงนโยบายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และถือว่าโดยทั่วไปก็เป็นที่ยอมรับกันได้ แม้จะมีบางเรื่องที่อยากจะเห็น แต่ไม่มี แม้จะเป็นความปรารถนาของประชาชน เช่น นโยบายเบี้ยผู้สูงอายุ ตนเองอยากจะเห็น เพราะเป็นความหวังของคนสูงอายุ คนเหล่านั้นไม่ใช่คนห้อยเปลี้ยเสียขา ไม่ใช่คนที่รออนุบาล แบบอนาถา แต่เป็นคนที่รับใช้บ้านเมืองมา เพียงแต่ไม่ใช่ข้าราชการที่มีบำเหน็จบำนาญ แต่ในฐานะเกษตรกร กรรมกร ในช่วงวัยที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลบ้าง อย่างน้อยได้รับหลักประกัน ซึ่งตนเองเป็นคนริเริ่มมา และหลังจากนั้นรัฐบาลอื่นก็ยอมรับภายใต้เงื่อนไขนี้ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องให้ปลาแทนให้เบ็ด แต่เป็นเรื่องจริงที่เราดูแลผู้สูงอายุของเรา จึงฝากรัฐบาลให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วย
นายชวน กล่าวอภิปรายต่อว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐบาล ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันตั้งแต่การแถลงนโยบายครั้งที่แล้ว เรื่องการเริ่มวางรากฐานประเทศเพื่อนำประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตโดยยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง ตนเองเห็นด้วยกับนโยบายนี้ แต่ขอเสนอว่า ความประสงค์ที่จะวางรากฐาน เพื่อมีผลต่อไปในอนาคต เราทำเรื่องการเลือกตั้ง ที่นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบอยู่ด้วย ให้สุจริตเที่ยงธรรมดีหรือไม่ แต่เรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ได้ตอบ ตนเองไม่ลดละความพยายาม ยังขอให้กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยดูแลให้เกิดความเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง แม้ส่งจดหมายไปจะไม่มีผล แต่ก็ภูมิใจว่าตนเองไม่ดูดายในเรื่องนี้
นายชวน กล่าวต่อว่า นโยบายที่รัฐบาลได้แถลงนั้นหลัก 3 ประการ ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตนเองเห็นด้วยว่าจะพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเชื่อว่ารัฐบาลชุดนี้มีความมุ่งมั่น ยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย ตนเองไม่เชื่อหากสนับสนุนการปกครองในระบอบรัฐสภา อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจริง การปฏิบัติแต่งกายด้วยสีสันให้เป็นสัญลักษณ์ ไม่มีผลอะไรเลย เพียงแต่ท่านยังทุจริตโกงกิน ก็ไม่ใช่การสนับสนุนระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่วนการยึดหลักนิติธรรม รับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรม และบริหารราชการแผ่นดินตามหลักธรรมาภิบาล เรื่องนี้ตนเองเชื่อครึ่ง ไม่เชื่อครึ่ง โดยพฤติกรรมที่ผ่านมานั้น บางเรื่องยึดหลักแทรกแซงทั้งการเลือกวุฒิสมาชิก บางเรื่องก็ไม่ตรงไปตรงมา
นายชวน ระบุว่า นโยบายเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งตนเองอยากบอกว่าปัญหาในภาคใต้ไม่ได้มีแค่ 3 จังหวัด จังหวัดสงขลาก็มีส่วนด้วย ควรจะเข้าไปศึกษาเรื่องนี้ว่าเป็นเรื่องที่ในหลวงพระราชทานคำแนะนำให้ หลังเกิดปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้ จนเกิดความรุนแรงจนแก้ไม่ตก จึงแนะนำว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ควรจะศึกษาเรื่องนี้ปัญหาเรื่องความไม่สงบ โดยส่วนหนึ่งมาจากความผิดพลาดของนโยบายเมื่อวันที่ 8 เมษายน 2544 คือนโยบายนอกหลักนิติธรรม เมื่อเราตั้งใจแก้ปัญหาโดยการนำพระราชดำริมาใช้ ต้องรู้ว่าที่มาเป็นอย่างไรด้วย จึงขอแนะนำให้รัฐบาลหารือกับ นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมก็ควรศึกษาเรื่องนี้ด้วย
ส่วนเรื่องทุจริตคอร์รัปชันปรากฏอยู่ในนโยบาย ปัญหาคอร์รัปชันเชิงโครงสร้างจะปราบอย่างจริงจัง ในคำแถลงนโยบายควรใช้ภาษาไทย อย่างองค์กรเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจ หรือที่เขียนว่า OECD เช่นเดียวกับ คำว่าปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI อย่างน้อยให้เกียรติภาษาพ่อภาษาแม่ของเรา หากนักการเมืองมาจากระบบการซื้อเสียง เราจึงได้เห็นว่าความน่าเชื่อถือรัฐบาลลดน้อยลง เพียงแค่น้ำมันขาดแคลน คนทั้งประเทศไม่เชื่อว่าไม่มีการกักตุน และน่าจะมีการถอนทุนคืนจากการใช้เงินซื้อเสียงในช่วงที่ผ่านมา จะจริงเท็จอย่างไร แต่ความเชื่อเกิดจากความไม่น่าเชื่อถือของพฤติกรรมที่มาของนักการเมือง จึงสนับสนุนให้มีการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชัน เรื่องนี้ต้องปฏิบัติไม่ใช่เพียงแค่ถ้อยคำที่เลื่อนลอยจากนโยบาย
นายชวน ระบุว่า ตนเองยินดีที่นายกรัฐมนตรีเคยพูดไว้เรื่องการโกง และรู้สึกละอาย แต่ข้าราชการเหล่านั้นที่นายกรัฐมนตรีพูดด้วย ก็มาจากนักการเมืองทั้งนั้น ตอนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการในกระทรวงเสียกำลังใจคนที่พูดเรื่องนี้ปัจจุบันก็อยู่ในพรรคภูมิใจไทย เพราะการแต่งตั้งข้าราชการไม่ตรงไปตรงมา มุ่งเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ปลัดกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบันก็เป็นคนดี แต่ท่านจะอยู่อยู่วาวถึง 7 ปี ดังนั้น การแต่งตั้งข้าราชการเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน และเรื่องนี้เราจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ หากเราไม่ตัดวงจรอุบาทว์ทางการเมือง คือการที่นักการเมืองซื้อเสียงโกง และมาหาผลประโยชน์ แล้วก็นำเงินดังกล่าวไปซื้อเสียง แล้วก็ต้องมาจากข้าราชการที่โกง จึงอยากฝากรัฐมนตรีใหม่อย่าสนับสนุนเรื่องการโกง อยากให้นำข้าราชการที่ดีเข้ามาทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาบ้านเมือง หากได้ข้าราชการที่ดี รัฐมนตรีเข้ามาแค่ชั่วคราว แต่ข้าราชการอยู่ยาว เขามีประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ จึงฝากบอกนายกรัฐมนตรีว่า เมื่อท่านรู้สึกอายกับเรื่องเหล่านี้ ท่านจะต้องไม่ทำอะไรก็ตาม ที่เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง สิ่งที่ผ่านมาแล้วเป็นเรื่องที่ตนเองไม่อยากให้เราลบเลือนอะไรก็ตามที่เกิดต้องทำให้เป็นไปโดยถูกต้อง เพราะฉะนั้น จะแก้ปัญหาไม่ได้ และเข้าใจว่าขณะนี้นายกรัฐมนตรีถูกร้องในบางเรื่อง และเรื่องที่ร้องตนเองได้ดูได้อ่านข้อเท็จจริงหรือไม่ก็ตามแต่ หากเรื่องที่ร้องโดยเฉพาะการแทรกแซงการเลือกวุฒิสมาชิก หากไม่จริง คนร้องติดคุกตลอดชีวิต ติดคุกหัวโต นี่จะเป็นส่วนหนึ่งของความมั่นคงของรัฐบาล ไม่ใช่ความมั่นคงของชาติ หากเรายึดความมั่นคงของชาติ เราจะทำให้เรื่องนี้เป็นจริง ผิดก็ผิด ถูกก็ถูก เราต้องยอมรับความเป็นจริง มิฉะนั้น จะแก้ปัญหาประเทศไม่ได้
นายชวน กล่าวอีกว่า ตนเองขอนำพระบรมราโชวาทของในหลวง ที่ทรงรับสั่งกับพวกเราในวันเปิดสภา ให้ยึดความถูกต้องในการปฏิบัติหน้าที่ มันต้องมีอะไรบางอย่างที่ปรากฏการณ์ในประเทศที่ไม่ถูกต้องจึงรับสั่งเช่นนี้ เช่นเดียวกับพระราชดำรัสในโอกาสที่นายกรัฐมนตรี นำคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับหน้าที่ซึ่งมีถ้อยคำที่ซ้ำกัน เมื่อเปรียบเทียบคล้ายกับปี 2552 และปี 2553 ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสั่งซ้ำ ขอให้ท่านทั้งหลาย ขอให้พิจารณาหน้าที่ท่านให้ถ่องแท้ว่าหน้าที่คืออะไร ซ้ำเพราะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในปีนั้น คือการทำลายการประชุมระหว่างประเทศการเผาบ้านเผาเมือง และเรามีเจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง แต่คนเราละเลยไม่ทำหน้าที่ ด้วยเหตุผลไม่อยากให้นายโกรธ เพราะเด็กของนายไปก่อเหตุวันนี้ ก็มีปรากฏการณ์หลายเรื่องที่ทำให้เห็นว่าน่าจะมีสิ่งบางอย่างที่ไม่เกิดขึ้นโดยชอบ ทำให้เกิดปัญหา ที่มีพระราชดำรัสรับสั่งเรื่องนี้
นายชวน หวังอย่างยิ่งว่า นโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงนั้น จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นระหว่างประเทศขึ้นมา ความมั่นคงภายในนั้น ต้องเป็นความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่ความมั่นคงของรัฐบาล หากรัฐบาลเอาความมั่นคงตัวเอง มองข้ามความมั่นคงของชาติ คือทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ยากที่โลกจะเชื่อมั่นประเทศไทย เพราะพระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้มีผลต่อนักการเมืองเท่านั้น แต่มีผลต่อองค์กรอิสระทั้งหลายที่ต้องทำหน้าที่ อะไรก็ถูกก็ถูก อะไรผิดก็ผิด วิธีนี้เท่านั้นที่ทำให้ประเทศของเรามีความมั่นคงเป็นที่น่าเชื่อถือของนานาประเทศ












