‘นรเศรษฐ์’ ฉะ คำแถลงนโยบายรัฐบาล ไม่มีแนวทางจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
วันนี้ (9 เม.ย. 69) ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาครั้งที่ 1 วาระด่วน การแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม
นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ได้ลุกขึ้นอภิปรายการแถลงนโยบายของรัฐบาล ว่า จากผลประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่มีประชาชนแสดงเจตนารมณ์อย่างชัดเจนกว่า 21 ล้านเสียงในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตนเองเชื่อว่าประชาชนเฝ้ารอว่าการแถลงนโยบายของรัฐบาลจะมีแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร แต่ในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลนั้น มีการกล่าวถึงการทำประชามติอยู่ประโยคเดียว อย่างบางเบา แผ่วเบา ซึ่งเป็นการทำไปแล้วในสมัยรัฐบาลอนุทิน 1 เท่านั้น การแถลงนโยบายในวันนี้ ควรเป็นการบอกประชาชนว่าประเทศนี้ควรไปข้างหน้าอย่างไร สิ่งที่ตนเองเห็นคือรัฐบาลจงใจไม่พูดโดยไม่มีแม้แต่คำเดียวที่พูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งที่เรื่องนี้เป็นคำถามใหญ่ของสังคมในขณะนี้
นายนรเศรษฐ์ กล่าวว่า ในเนื้อหามีคำว่ารัฐธรรมนูญปรากฏอยู่ 3 ครั้ง แต่ทุกครั้งคือการบอกว่าจะทำอย่างไรให้การดำเนินการของรัฐบาลสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ตนเองเข้าใจว่ารัฐบาลกำลังเคารพกติกา แต่ขณะเดียวกันก็กำลังยึดติดกับกติกาที่ประชาชนไม่ได้ยอมรับ ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้เลยว่า ขณะนี้การออกเสียง ขณะนี้ประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิบอกชัดเจนว่าต้องการรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ 21 ล้านเสียงนี้ สำหรับท่าน ตนเองไม่ทราบว่าเป็นเสียงกระซิบ แต่สำหรับตนเองคือเสียงของคนในประเทศนี้ที่ต้องการเห็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่คำแถลงของรัฐบาลกลับเลือกทำเป็นไม่ได้ยิน นี่ไม่ใช่ความบกพร่องในการแถลงนโยบาย แต่มันคือจุดยืนที่เลือกในวันนี้ จุดยืนที่จะไม่ฟังเสียงประชาชน ไม่แตะรัฐธรรมนูญ ไม่เปลี่ยนกติกา และจะรักษาโครงสร้างอำนาจเดิมเอาไว้ รัฐบาลอาจคิดว่าการไม่พูดเรื่องนี้จะทำให้ความขัดแย้งหายไป แต่ในความเป็นจริงการที่ไม่พูดคือการปฏิเสธเจตจำนงของประชาชน คือการทำลายความชอบธรรมของตัวเองตั้งแต่วันแรกของการทำงาน ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลไม่ได้มีหน้าที่แค่บริหารประเทศเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่ฟังเสียงเจ้าของประเทศ และเจ้าของประเทศได้พูดอย่างชัดเจนแล้วว่าต้องการกติกาใหม่ หากรัฐบาลจะเชื่อจริง ๆ ว่าอำนาจเป็นของประชาชน คำถามคือทำไมในคำแถลงนโยบายของรัฐบาลเล่มนี้ ไม่มีแม้แต่ 1 บรรทัดที่ตอบเสียงของประชาชน 21 ล้านคน ทั้งที่หลังเลือกตั้ง นายกรัฐมนตรีก็ทราบผลประชามติแล้ว พูดชัดเจนในรายการทีวีว่า มติของประชาชนออกมาอย่างไร ก็ต้องดำเนินการตามมติของประชาชน และหวังว่านายกรัฐมนตรีจะยังจำคำพูดของตนเองได้ และเชื่อว่าอาจจะไม่ได้ลืม แต่ก็ไม่ได้กลัวที่จะแก้รัฐธรรมนูญ แต่กลัวที่จะสูญเสียอำนาจที่ผูกติดกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ใช่หรือไม่ และหากเป็นเช่นนั้นจริง ตนเองอยากจะถามและให้นายกรัฐมนตรีตอบตรง ๆ ว่าระหว่างการรักษาอำนาจของตัวเองกับการเคารพเจตจำนงของประชาชนท่านเลือกอะไร
“การแถลงนโยบายครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่สิ่งที่รัฐบาลจะทำ แต่แสดงออกถึงสิ่งที่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ทำ และสิ่งที่รัฐบาลเลือกที่จะทำในวันนี้คือการเลือกที่จะไม่เดินตามเสียงของประชาชนเลือกที่จะไม่ฟังเสียงของประชาชน และขอทิ้งท้ายด้วยคำถามสั้น ๆ ที่เชื่อว่าประชาชนกำลังรอฟังคำตอบอยู่ 21 ล้านเสียงของประชาชนยังไม่ดังพอสำหรับรัฐบาลชุดนี้ใช่หรือไม่ และหากดังไม่พอ รัฐบาลต้องการให้เสียงประชาชนดังถึงระดับไหน จึงจะยอมเปลี่ยนกติกาของประเทศนี้” นายนรเศรษฐ์ กล่าวทิ้งท้าย












