รวบเครือข่ายค้า ‘เสือดำ’ ข้ามชาติ พบต้นทางจากกัมพูชาเตรียมส่งเมียนมา
CIB ผนึก DSI-กรมอุทยานฯ รวบเครือข่ายค้า ‘เสือดำ’ ข้ามชาติ กลางห้างแม่สอด พบต้นทางจากกัมพูชาเตรียมส่งเมียนมา เตรียมขยายผลเพิ่มเติม
วันนี้ (9 เม.ย. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงผลการจับกุมขบวนการค้าสัตว์ป่าข้ามชาติรายใหญ่ หลังวางแผนล่อจับขณะส่งมอบลูกเสือดำเพศเมีย มูลค่าประเมินเฉพาะตัวสัตว์สูงกว่า 5 แสนบาท
สืบเนื่องจากวันที่ 5 เมษายน 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสมีการว่าจ้างขนส่ง “แมวดำ” จากชายแดนกัมพูชาผ่านไทยไปยัง อ.แม่สอด ทว่าพฤติกรรมสัตว์ดุร้ายผิดปกติและไม่กินอาหารแมว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบจนยืนยันว่าเป็น “ลูกเสือดำ” ซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองและอยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของอนุสัญญาไซเตส (CITES)
บก.ปทส. จึงติดตามจนถึง อ.แม่สอด พบผู้ต้องหาชาวเมียนมา 2 ราย ขับรถมารับกรงเสือบริเวณลานจอดรถห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ อ้างว่ารับคำสั่งจากหญิงรายหนึ่งให้มารับสัตว์ไปส่งยังพื้นที่ชเวก๊กโก ประเทศเมียนมา พร้อมยึดของกลางลูกเสือดำ (Panthera pardus) เพศเมีย อายุประมาณ 7 เดือน จำนวน 1 ตัว
สำหรับเสือดำ กฎหมายไทยจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองลำดับที่ 159 ตามกฎกระทรวง พ.ศ.2567 ขณะที่ตามกฎหมายสากล อยู่ในบัญชีหมายเลข 1 ของ CITES ห้ามค้าขายระหว่างประเทศเด็ดขาด ซึ่งบทลงโทษการครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตมีความผิดตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2562 มาตรา 17
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เร่งขยายผลไปถึงเครือข่ายซึ่งพบความเชื่อมโยงทั้งในเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา พร้อมเตือนอย่าหลงเชื่อร่วมขบวนการลักลอบขนส่งสัตว์ป่า เพราะมีโทษหนักและเป็นภัยต่อความมั่นคงทางทรัพยากร














