‘ภัณฑิล’ รับลูก ตัวแทนภาคประชาชน เล็งแก้การออกเสียงประชามติล่วงหน้า – นอกเขต
‘ภัณฑิล’ รับลูก ‘ตัวแทนภาคประชาชน‘ เล็งแก้การออกเสียงประชามติล่วงหน้า – นอกเขต พร้อมปรับระบบให้ใช้สิทธิสะดวกขึ้น หลังพบปัญหาเว็บไซต์ล่ม – นับคะแนนล่าช้า ซัด กกต.ไม่เตรียมความพร้อม งบพุ่งแต่การบริหารจัดการ – รณรงค์ ยังอ่อน
วันนี้ (3 เม.ย. 69) ที่ห้อง 211 (ศาลจำลอง) คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ มีการจัดเสวนาวิชาการหัวข้อ “ถอดรหัสกฎหมายประชามติ 69: มัดรวมปัญหาเพื่อแก้ไขในประชามติครั้งต่อไป” โดยมี นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน, อาจารย์ ดร. อุษณีษ์ ปฐพีศรีกิจส เลิศรัตนานนท์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยนานาชาติปรีดีฯ มธ. และ น.ส.เกวลิน ถนอมทอง เจ้าหน้าที่รณรงค์ ilaw ร่วมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นต่อกระบวนการออกเสียงประชามติที่ผ่านมา ดำเนินรายการโดย รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ช่วงหนึ่งของการเสวนา นายภัณฑิล เปิดเผยว่า ตนจะนำข้อเสนอจากเวทีเสวนาไปผลักดันแก้ไขในระดับกฎหมาย โดยเฉพาะปัญหาการลงประชามติล่วงหน้านอกเขต ซึ่งมีข้อร้องเรียนจำนวนมาก เนื่องจากกระบวนการยังมีข้อจำกัด เช่น การต้องส่งซองในวันเดียวกัน ทำให้ผู้ที่อยู่ต่างประเทศหรือมีภารกิจเดินทางไม่สามารถใช้สิทธิได้สะดวก แม้จะลงทะเบียนล่วงหน้าแล้วก็ตาม นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างกรณีประชาชนที่ลงทะเบียนล่วงหน้าแต่ไม่สามารถใช้สิทธิได้ เนื่องจากระบบเว็บไซต์ล่ม สะท้อนปัญหาเชิงระบบที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน พร้อมยืนยันว่าพรรคประชาชนจะยื่นข้อเสนอในเรื่องนี้แน่นอน
ในประเด็นการนับคะแนน นายภัณฑิล ชี้ว่าการรายงานผลประชามติล่าช้า ทั้งที่ผ่านมาหลายเดือนแล้วยังไม่เห็นความคืบหน้า โดยเห็นว่าหลังปิดหีบควรสามารถตรวจสอบผลคะแนนได้เช่นเดียวกับการเลือกตั้งทั่วไป พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงข้อมูลรายหน่วยที่ยังไม่เปิดเผยอย่างครบถ้วน ส่วนการจัดการเลือกตั้งที่จัดพร้อมกับการออกเสียงประชามติหลายคำถามในวันเดียวกัน แม้จะมีข้อดีด้านความสะดวก แต่กลับสร้างภาระให้เจ้าหน้าที่ประจำหน่วย เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ต้องจัดการบัตรหลายประเภทพร้อมกัน ส่งผลให้เกิดข้อจำกัดเชิงกายภาพและการเตรียมความพร้อมที่ไม่เพียงพอ แม้จะมีการเพิ่มค่าตอบแทนแล้วก็ตาม
นายภัณฑิล ยังกล่าวถึงปัญหาการนับคะแนนที่ล่าช้าในวันจริง โดยระบุว่าตนเองอยู่เฝ้าหน่วยจนถึงเวลา 02.00 น. แต่ผลคะแนนยังไม่ออก ก่อนจะมีการรายงานว่าระบบขัดข้อง และต้องรอจนถึงเวลา 08.00 น. จึงประกาศผลได้ พร้อมสะท้อนเสียงจากหน่วยงานท้องถิ่นที่มองว่า กกต. เตรียมความพร้อมไม่เพียงพอ ทั้งที่มีงบประมาณจำนวนมาก อีกประเด็นที่ตั้งคำถามคือ งบประมาณจัดการเลือกตั้งที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยระบุว่าจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นกรรมาธิการงบประมาณ เพื่อตรวจสอบรายละเอียดต่อไป
ด้านการรณรงค์ประชามติ นายภัณฑิล มองว่ายังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ โดยยกตัวอย่างการประชาสัมพันธ์ที่เน้นเพียงให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ แต่ขาดการให้ข้อมูลเนื้อหาสาระอย่างรอบด้าน อีกทั้งยังวิจารณ์เอกสารคู่มือที่ระบุว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ “สิ้นเปลืองงบประมาณ” และ “เสียเวลา” ว่าไม่เหมาะสม เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศ
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงรูปแบบการจัดหน่วยเลือกตั้ง เช่น การจัดทางเข้า-ออกคูหาที่ซับซ้อน ทำให้ประชาชนสับสน รวมถึงการติดธงชาติบริเวณหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งโดยปกติไม่พบในการเลือกตั้งทั่วไป แม้จะไม่มีกฎหมายห้าม แต่ถือเป็นประเด็นที่ควรพิจารณา
“ตนสังเกตว่า ที่หน่วยเลือกตั้งในวันนั้นมีการติดธงชาติไทยซึ่งปกติการเลือกตั้งทั่วไปไม่มีการติดธงชาติ เมื่อสักครู่ตนได้ถามไปก็คือสามารถที่จะติดได้เพราะไม่ได้มีกฎหมายห้ามเป็นข้อสังเกตว่าเค้าติดธงชาติบริเวณทางเข้าหลังคูหาอันนี้ก็เป็นข้อสังเกตเพิ่มเติม” นายภัณฑิลกล่าวย้ำ












