นายกฯ สิงคโปร์ แถลงด่วน รับมือวิกฤตตะวันออกกลางลามหนัก ห่วง เกิดเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ
วันนี้ (3 เม.ย. 69) นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ แถลงด่วนประเมินสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กำลังลุกลาม โดยเตือนถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานของเอเชียรวมถึงสิงคโปร์ พร้อมสั่งตั้งคณะทำงานพิเศษระดับรัฐมนตรีเพื่อรับมือวิกฤตที่อาจนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจชะงักงันควบคู่เงินเฟ้อ หรือ Stagflation
นายลอว์เรนซ์ หว่อง ระบุว่า การที่อิหร่านปิดกั้นเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลวลดลงอย่างหนัก นอกจากนี้ยังกระทบต่อการขนส่งสินค้าสำคัญอื่น เช่น ปุ๋ยและฮีเลียม ซึ่งอาจลุกลามไปสู่ความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหาร
นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ชี้ให้เห็นว่า นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้น ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นไปแล้วกว่าร้อยละ 60 ขณะที่ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกกำลังตึงตัว โดยเฉพาะภูมิภาคเอเชียและสิงคโปร์ที่อยู่ในจุดเปราะบาง เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานผ่านเส้นทางในตะวันออกกลางในสัดส่วนที่สูงมาก
ผู้นำสิงคโปร์ ประเมินว่า แม้จะบรรลุข้อตกลงหยุดยิง แต่โครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและการกระจายพลังงานที่เสียหายต้องใช้เวลาฟื้นฟูหลายเดือน หากเส้นทางอุปทานถูกปิดกั้นเป็นเวลานาน โลกอาจเผชิญวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ ซึ่งนำไปสู่การลดกำลังการผลิตและราคาสินค้าพุ่งสูง อันจะสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
เพื่อรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลสิงคโปร์จัดตั้งคณะทำงานพิเศษระดับรัฐมนตรีขึ้นมาจัดการวิกฤตโดยเฉพาะ พร้อมสั่งการให้โรงกลั่นน้ำมันและอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ในประเทศปรับแผนการผลิต และเร่งหาแหล่งน้ำมันดิบรวมถึงวัตถุดิบจากภูมิภาคอื่นนอกตะวันออกกลาง เช่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ เพื่อลดความเสี่ยง
นายลอว์เรนซ์ หว่อง ให้ความมั่นใจแก่ประชาชนว่า แม้สิงคโปร์จะเป็นประเทศเล็กที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงผลกระทบจากความผันผวนของโลก แต่รัฐบาลมีแผนงาน ศักยภาพ และความพร้อมที่จะนำพาประเทศให้ก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย












