POLITICS

‘หมอวรงค์’ เผย ทุกพรรคเห็นพ้องตัดงบอาหารกลางวัน สส. ย้ำ ยกเลิกสัญญาปี 69 แล้ว

‘หมอวรงค์’ เผย ทุกพรรคเห็นพ้องตัดงบอาหารกลางวัน สส. เริ่มหลังสงกรานต์ ย้ำ ยกเลิกสัญญาปี 69 แล้วไม่เสียหาย หวัง สว. ใช้มาตรฐานเดียวกัน พร้อมตั้งคนนอกศึกษาลดผู้ติดตาม-ทบทวนบำนาญการเมือง

วันนี้ (30 มี.ค. 69) นพ. วรงค์ เดชกิจวิกรม สส. บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยรวมพลัง ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมร่วมหัวหน้าพรรค และตัวแทนพรรคการเมือง หารือถึงการตัดงบประมาณอาหารกลางวันสำหรับการประชุมสมาชิกรัฐสภา ร่วมกับประธานสภาฯ ว่า จากการหารือเรื่องงบประมาณอาหารกลางวัน สส. ที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันทุกพรรคการเมือง ที่ สส. จะซื้ออาหารรับประทานเอง โดยเริ่มหลังสงกรานต์ ส่วนข้อกังวลเรื่องการทำสัญญาจัดซื้ออาหารกลางวันที่ดำเนินการไปแล้วนั้น ทางเลขาธิการสภาฯ ยืนยันว่า สัญญานี้ได้ยกเลิกไปแล้ว และไม่เกิดความเสียหาย รัฐไม่เสียประโยชน์ และงบประมาณก็นำมาคืนแผ่นดินไป เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ ต่อไป

นพ. วรงค์ กล่าวต่อว่า ในที่ประชุม ทางประธานสภาฯ ระบุว่า อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นสวัสดิการ หรือสิทธิประโยชน์ของ สส. เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะมีการนำไปคุยกับประธานวุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการในแบบเดียวกัน ดังนั้น จึงหวังว่า สว. ก็คงจะซื้ออาหารรับประทานเองเช่นเดียวกัน

ส่วนกรณีการซื้ออาหารระหว่างการประชุมกรรมาธิการชุดต่างๆ นั้น เรื่องนี้ตนเองไม่ติดใจอะไร เนื่องจาก ในการประชุมจะมีการเชิญบุคคลภายนอกมาให้ข้อมูลด้วย จึงควรจัดหาอาหาร เครื่องดื่มมารับรองแขก แต่ต้องดูรายละเอียดอีกครั้งว่าการใช้งบฯ ส่วนนี้เยอะเกินไปหรือไม่ ส่วนจะมีการพิจารณาไปถึงเรื่องเบี้ยการประชุมด้วยหรือไม่นั้น ก็ต้องบอกว่า มีความเป็นไปได้ ที่จะให้มีคนนอกมาศึกษา

นพ. วรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังมีการหารือเรื่องการลดจำนวนผู้ติดตาม สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแตกต่าง ซึ่งตนเป็นคนเสนอเองว่าควรลดเหลือ 3 คน แต่มีตัวแทนพรรคการเมืองบางพรรคที่เห็นว่า ยังจำเป็นต้องมี 8 คน อย่างไรก็ตาม หากสุดท้ายมีความเห็นไม่ตรงกัน ตนจะนำร่องการตั้งผู้ช่วยจำนวน 3 คน มาทำงาน เพื่อให้ดูว่าทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้จะนำเรื่องนี้ไปให้กรรมาธิการกิจการสภา แต่งตั้งนักวิชาการคนนอก ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องทางการเมือง มาศึกษา และไม่ควรให้ สส. ร่วมในกรรมาธิการนั้น เนื่องจากจะเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้เพื่อให้มีทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องการนำภาษีประชาชนไปจ่ายเป็นเงินบำนาญ สส. และ สว. ที่ปฏิบัติงานเพียง 1 ปี แต่ต้องดูแลไปตลอดชีวิต เรื่องนี้จะใช้กฎเกณฑ์เดียวกันเรื่องการตั้งผู้ช่วย สส. คือการตั้งคนนอกมาศึกษา ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้หนักหน่วงมาก จากการคำนวณพบว่าปีหนึ่ง เราสามารถเก็บเงินจาก สส. และ สว. คนละ 3,500 บาท คูณ 700 คน เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เรามีรายจ่ายเฉพาะเงินบำนาญที่จ่ายให้กับ สส. และ สว. 1,192 คน โดยใช้งบประมาณเพิ่มเติม 200 กว่าล้านบาท เฉพาะในส่วนนี้ ถ้า สส. และ สว. ที่เหลือมาแจ้งความจำนงบ้างก็จะทำให้ภาษีของประชาชนบานปลาย

Related Posts

Send this to a friend