‘กังฟู’ แนะรัฐบาลงดส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน หลังพบรถขนน้ำมันไปเมียนมา-ลาว
‘กังฟู’ แนะรัฐบาลงดส่งออกน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน หลังพบรถขนน้ำมันไปเมียนมา-ลาว หวั่น ประชานขาดความเชื่อมั่น จนกลายเป็นวิกฤตศรัทธา
วันนี้ (25 มี.ค. 69) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม
นายวสวรรธน์ พวงพรศรี สส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทรวมพลัง อภิปรายในญัตติด่วนเรื่องวิกฤตพลังงาน ว่า เมื่อวานก่อนตนเองได้ลงพื้นที่ช่องเม็ก อ. สิรินธร จ. อุบลราชธานี พบรถบรรทุกน้ำมัน 35,000-40,000 ลิตรไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ปั๊มสุดท้ายที่จะออกจากด่านกลับไม่มีน้ำมันต่อแถวรอ 7-8 ชั่วโมง เข้าใจได้ว่ารัฐบาลที่ออกมาชี้แจงว่าจะต้องส่งน้ำมันไปเมียนมาและลาวจำนวน 5 ล้านลิตร เพื่อแลกกับไฟฟ้า แต่ตอนนี้เราก็ไม่ไหวแล้ว
“หากท่านเคยขึ้นเครื่องบิน ลูกเรือจะบอกว่าให้สวมหน้ากากออกซิเจนให้ตัวท่านเองก่อนจะไปสวมให้คนอื่น หลักการเดียวกันวิกฤตขนาดนี้ เราไม่ได้เห็นแก่ตัว แต่ต้องเอาตัวเองให้รอดก่อนจะส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน”
นายวสวรรธน์ จึงขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าควรจะชะลอและงดส่งออกน้ำมันไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน ขอจำกัดโควตาเหมือนกับที่คลังและโรงกลั่นจำกัดน้ำมันให้กับปั๊มต่าง ๆ อย่างไรก็ตามรัฐบาลควรสื่อสารผ่านศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน ตนเองเห็นใจรัฐมนตรีหลายท่านอาจจะทำงานเยอะ ที่ผ่านมาบอกว่าพรุ่งนี้น้ำมันจะขึ้น แล้วคลังที่ไหนจะไม่กักน้ำมัน ชาวบ้านตระหนกตกใจก็ต้องรีบเติมน้ำมันจนเกิดความตระหนก
ขณะที่การดูแลปั๊มน้ำมันอิสระ ซึ่งได้รับผลกระทบเพราะรับน้ำมันมาเกินป้ายที่ขาย จึงต้องปิดปั๊มไปทั้งที่เป็นรากฐานของชุมชนในท้องถิ่น เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจเกษตรกรเพราะในเดือน พ.ค. นี้ก็ต้องเข้าสวนไร่นากันแล้ว ส่วนผู้ประกอบการรถบรรทุก รถบรรทุก 1 คันใช้น้ำมัน 1 ลิตร วิ่งได้ 2.8 กิโลเมตร แต่ปั๊มให้เติมได้แค่ 500-1,000 บาท คำนวณได้ว่าจะวิ่งได้ประมาณ 15 ลิตร เท่ากับวิ่งได้ 40 กิโลเมตรจะต้องเติมน้ำมัน จึงตั้งคำถามว่าต้องเติมกี่ปั๊ม ใช้เวลากี่วันกว่าจะถึงที่หมาย หากเป็นเช่นนี้กระทบกับเส้นเลือดใหญ่ของเศรษฐกิจ จึงขอให้กำลังใจรัฐบาลในการแก้ปัญหาสถานการณ์ดังกล่าว
“สิ่งที่รัฐบาลสื่อสารว่าไม่ขาดแคลน แต่ประชาชนไม่เชื่อเพราะความเชื่อมั่นหายไป ไม่ใช่แค่เรื่องของพลังงาน แต่จะกลายเป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนได้ในอนาคต”












