‘ปลัดพลังงาน’ จัดระบบกระจายน้ำมัน สั่งรายงานสต๊อกทุกวัน ขู่ฟันกักตุน-ลอบส่งออก พบอ่างทองตุน 3.3 แสนลิตร
วันนี้ (23 มี.ค. 69) ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน แถลงข่าวภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง หรือ ศบก. เพื่อเรียบเรียงเหตุการณ์สัปดาห์ที่ผ่านมา กรณีประชาชนเดินทางไปใช้บริการสถานีบริการน้ำมันจำนวนมาก โดยกระทรวงพลังงานรับข้อมูลยืนยันว่าปริมาณน้ำมันมีเพียงพอและกระบวนการนำเข้าน้ำมันดิบเข้าสู่ประเทศยังดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
ปลัดกระทรวงพลังงาน อธิบายว่า ปัญหาเกิดจากความต้องการของประชาชนที่เพิ่มสูงขึ้นผิดปกติ จากเดิมใช้ 64 ล้านลิตรต่อวัน พุ่งสูงถึง 84 ล้านลิตรต่อวัน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งมีนัยสำคัญต่อการบริหารจัดการ ผู้ค้าหลักเน้นกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการ ส่งผลให้ผู้ค้าคนกลางหรือจ๊อบเบอร์ขาดแคลนน้ำมันสำหรับส่งต่อให้ภาคอุตสาหกรรม ประกอบกับปัญหาโครงสร้างราคาที่จ๊อบเบอร์รับซื้อแพงกว่าราคาหน้าสถานีบริการ เมื่อนำไปจำหน่ายต่อจึงมีราคาสูงขึ้น ภาคขนส่งจึงหันมาเติมน้ำมันตามสถานีบริการทั่วไปเนื่องจากราคาถูกกว่า ทำให้ความต้องการกระจุกตัว เกิดปัญหาจ่ายน้ำมันไม่ทัน ขนส่งล่าช้า และแออัดหน้าสถานีบริการ
ภาครัฐเร่งจัดระบบและสร้างความโปร่งใสเพื่อตอบคำถามสังคมว่าน้ำมันหายไปไหน โดยสั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 เช่น ปตท. โออาร์ บางจาก เชลล์ และกลุ่มจ๊อบเบอร์ ต้องรายงานตัวเลขการผลิต การรับซื้อ และปริมาณจัดจำหน่ายให้กรมธุรกิจพลังงานทราบทุกวัน ข้อมูลดังกล่าวจะช่วยชี้ชัดว่าน้ำมันจากโรงกลั่นกว่า 70 ล้านลิตรต่อวันกระจายไปพื้นที่ใดบ้าง ปัจจุบันรัฐบาลสั่งกระจายน้ำมันไปยังจ๊อบเบอร์และสถานีบริการให้มีปริมาณเท่ากับหรือมากกว่าช่วงก่อนเกิดสงคราม โดยผู้ผลิตและผู้ค้ารายใหญ่ยังคงรับโควตาตามเดิม ซึ่งการจัดสรรลักษณะนี้จะช่วยรองรับความต้องการและดึงระบบกระจายน้ำมันให้กลับสู่ภาวะปกติ
สำหรับมาตรการป้องกันการกักตุน กระทรวงพลังงานประสานกระทรวงมหาดไทยสนธิกำลังตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ หากพบสถานีบริการน้ำมันแห่งใดมีน้ำมันแต่ปฏิเสธการจำหน่ายจะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนแจ้งเบาะแสหากพบสถานีบริการปิดให้บริการ นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุถึงการผ่อนผันเงื่อนไขสำรองน้ำมัน 1 เปอร์เซ็นต์และการบริหารสต๊อกว่า แม้ปริมาณลดลงแต่ผู้ประกอบการต้องเติมให้เต็มภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นให้นำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชนอย่างเพียงพอโดยไม่ต้องกังวล รัฐบาลยังเตรียมปูพรมตรวจสอบอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการลักลอบส่งออกหรือการกักตุนเพื่อเก็งกำไร
ด้าน นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า กระทรวงพลังงานติดตามตัวเลขการผลิตและปริมาณใช้น้ำมันอย่างใกล้ชิด ปัจจุบันโรงกลั่นทั้ง 6 แห่งผลิตน้ำมันดีเซลรวม 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการช่วงครึ่งแรกของเดือนมีนาคม 69 พุ่งสูงถึง 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันพุ่งแตะ 100 ล้านลิตรต่อวัน จึงจำเป็นต้องดึงสต๊อกเก่ามาใช้งาน อธิบดีกรมธุรกิจพลังงานย้ำเตือนผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ให้ปฏิบัติตามคำสั่งนายกฯ ในการส่งข้อมูลรายงานภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบคลังน้ำมันจังหวัดอ่างทอง พบใบกำกับการขนส่งไม่ตรงกับข้อมูลที่แจ้ง กรมธุรกิจพลังงานจึงประสานสำนักงานพลังงานจังหวัดอ่างทองร้องทุกข์กล่าวโทษเรียบร้อยแล้ว พร้อมส่งตัวอย่างน้ำมันให้ตำรวจดำเนินคดีต่อไป
นายประเสริฐ ตอบข้อซักถามประเด็นการปรับตัวเลขน้ำมันสำรองจากเดิม 103 วัน ว่าต้องติดตามปริมาณการใช้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง ความตระหนกอาจเกิดขึ้นเพียงช่วงแรกและตัวเลขจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงต้องประเมินสถานการณ์อีกระยะ พร้อมขอประชาชนอย่ากังวลเนื่องจากตัวเลขสำรองจะรักษาไว้ที่ระดับ 90 ถึง 100 วัน
สำหรับความมั่นใจในการจัดหาน้ำมันให้เพียงพอหน้าสถานีบริการภายในสัปดาห์นี้ นายสราวุธ อธิบายว่าเหตุการณ์ความต้องการแซงหน้ากำลังการผลิตเกิดขึ้นตลอดเดือนที่ผ่านมา เอกชนแก้ปัญหาโดยนำสต๊อกสำรองกระจายลงพื้นที่ ขณะที่ภาครัฐช่วยผ่อนผันกฎหมายสำรองน้ำมันเพื่อเร่งการกระจายให้รวดเร็วขึ้น ส่วนกรณีสถานีบริการอ้างโควตาหมดและต้องรอน้ำมันรอบใหม่วันที่ 1 เมษายน 69 นั้น เกิดจากยอดขายพุ่งสูงผิดปกติจนโควตารายเดือนเต็มก่อนกำหนด แต่หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการสำรองน้ำมันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทผู้ค้าสามารถจัดส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการที่อ้างว่าของหมดได้แล้ว ภาครัฐจะติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงตามที่สถานีบริการกล่าวอ้างอย่างใกล้ชิดต่อไป












