POLITICS

นายกฯ ลงนามคำสั่งตั้งทีมตรวจสอบการตุนน้ำมันทั่วประเทศ ยันหากพบตัวคนผิดดำเนินคดีตามกฎหมายเด็ดขาดไม่มีละเว้น

วันนี้ (20 มี.ค.69) ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปรามการทำผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.)ตรวจค้นและพบผู้กักตุนน้ำมันจำนวนกว่า 330,000 ลิตร ที่จังหวัดอ่างทองว่า วันนี้ตนเพิ่งลงนามคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรมโดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมการปกครอง ได้ไปดำเนินคดีกับผู้ที่เข้าข่ายลักษณะกักตุนน้ำมันและสินค้าโดยไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งไม่ใช่ชุดเฉพาะกิจ แต่เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อดำเนินการทั่วประเทศ ซึ่งเป็นคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ให้แต่ละหน่วยงานไปตั้งชุดปฏิบัติงานที่ไปดำเนินคดี

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าทราบแล้วหรือไม่ว่าเจ้าของเป็นใครและจะดำเนินการอย่างไรต่อ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตอนนี้มีการใช้กฎหมายที่มีดำเนินคดีอยู่แล้วในทุกคดีที่ทำผิด

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าจากข้อมูลเบื้องต้นคาดว่าจะมีในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ดูจากตัวเลขเมื่อพิจารณาจากตัวเลขของการใช้ในแต่ละวัน มีอีกเล็กน้อยที่ทำให้น้ำมันหายไปแต่มีไม่มาก ก็ต้องไปตามตรงนั้น ส่วนจะถึงหลักแสนลิตรหรือไม่ตนยังไม่ได้รับรายงาน แต่เราสันนิษฐานถึงปัญหาต่าง ๆ ศบก.จึงได้สรุปและดำเนินการ

ส่วนลักษณะนี้สามารถเรียกว่าไอ้โม่งได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไม่ใช่ไอ้โม่ง ถ้าเราจับได้ก็ไม่ใช่ไอ้โม่ง คนที่ไปซื้อแล้วนำไปกักตุนไว้ระดับแสนลิตร ลักษณะนี้ไม่ได้นำมาใช้ในยามฉุกเฉินหรือจำเป็น

นายกรัฐมนตรียังยืนยันว่าช่องทางการนำน้ำมันดิบเข้าประเทศไทยนั้นยังไม่มีปัญหา เราต้องวางแผนไปถึงสินค้าทุกอย่าง

ส่วนหากพบตัวผู้กักตุนจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดใช่หรือไม่ไม่ว่าจะเป็นใคร นายกรัฐมนตรี เผยว่า แน่นอนคนที่กระทำผิดกฎหมายไม่ว่าจะผิดเรื่องใดก็ตามต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เรื่องละเว้นไม่มีอยู่แล้วในสมัยนี้ใครละเว้นคนนั้นก็ผิดเสียเอง ไม่มีใครเขายอมแบบนั้น

สำหรับการทำงานของกระทรวงพลังงานจะสามารถดำเนินการต่อเนื่องใช่หรือไม่เนื่องจากเป็นช่วงรอยต่อของรัฐบาล นายกรัฐมนตรี พยักหน้ารับก่อนระบุว่าเป็นรอยต่อของทั้งคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีแต่ละชุดไม่เหมือนกัน แม้จะมีรัฐมนตรีคนเดิมหรือรัฐมนตรีคนใหม่ การดำเนินการของรัฐบาลต้องดำเนินการภายใต้รัฐธรรมนูญและเทอมของรัฐบาล อย่างในวันนี้มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีแล้ว ถ้าไม่ใช่คนเดียวกันและหากไม่มีเหตุจำเป็นฉุกเฉินก็คงไม่ทำอะไรโดยรัฐบาลเดิม แต่ตอนนี้เรื่องน้ำมันถือเป็นเรื่องจำเป็นฉุกเฉิน เพราะฉะนั้นตนก็ยังขับเคลื่อนโดยใช้อำนาจของรัฐบาลที่รักษาการอยู่ไปจนกว่ารัฐบาลใหม่จะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่

Related Posts

Send this to a friend